กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13  
 
:: คำสั่งกรมสรรพากร
:: ที่ ป. 125/2546
:: เรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์ และค่าบริการโทรศัพท์ ข้อที่ 1-13

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์ และค่าบริการโทรศัพท์ ตาม ข้อ 6 และ ข้อ 8 ของ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ 1 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์กับผู้ให้บริการโทรศัพท์ และได้จ่ายค่าธรรมเนียมการขอเลขหมายโทรศัพท์ ค่าลงทะเบียนการใช้บริการโทรศัพท์ ค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์ ค่าประกันเลขหมายโทรศัพท์ หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ตาม ข้อ 6 ของ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์เรียกเก็บค่าประกันเลขหมายโทรศัพท์ตามวรรคหนึ่งเป็นจำนวนไม่เกิน 6 เท่าของค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์รายเดือน เช่น ค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์เดือนละ 500 บาท และผู้ให้บริการโทรศัพท์เรียกเก็บค่าประกันเลขหมายโทรศัพท์เป็นจำนวน 3,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีการคืนค่าประกันเลขหมายโทรศัพท์ในทันทีที่สัญญาสิ้นสุด แต่ในการคืนค่าประกันเลขหมายโทรศัพท์ดังกล่าวผู้ให้บริการโทรศัพท์อาจนำไปหักกลบลบหนี้กับค่าเสียหายก่อนได้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ไม่ต้องนำค่าประกันเลขหมายโทรศัพท์จำนวน 3,000 บาท ไปรวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และผู้จ่ายค่าประกันเลขหมายโทรศัพท์ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
ค่าธรรมเนียมการขอเลขหมายโทรศัพท์ ค่าลงทะเบียนการใช้บริการโทรศัพท์ ค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์ ค่าประกันเลขหมายโทรศัพท์ หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากการให้บริการตาม มาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ให้บริการโทรศัพท์จึงต้องนำค่าธรรมเนียมการขอเลขหมายโทรศัพท์ ค่าลงทะเบียนการใช้บริการโทรศัพท์ ค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์ ค่าประกันเลขโทรศัพท์ หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันดังกล่าวไปรวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตาม มาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อ 2 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์กับผู้ให้บริการโทรศัพท์ และได้จ่ายค่าบริการโทรศัพท์ หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ตาม ข้อ 8 ของ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
ค่าบริการโทรศัพท์ หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันตามวรรคหนึ่งเข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากการให้บริการตาม มาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ให้บริการโทรศัพท์จึงต้องนำค่าบริการโทรศัพท์ หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันดังกล่าวไปรวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตาม มาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อ 3 กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์จัดกิจกรรมการส่งเสริมการขายซึ่งอาจเป็นสัญญาระยะยาว โดยมีข้อตกลงว่าไม่เรียกเก็บค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันตาม ข้อ 1 และเรียกเก็บเฉพาะค่าบริการโทรศัพท์หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันตาม ข้อ 2 ผู้จ่ายเงินซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าบริการโทรศัพท์หรือค่าบริการที่มีลักษณะทำนองเดียวกันตาม ข้อ 2 ทั้งนี้ ตาม ข้อ 8 ของ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
ข้อ 4 กรณีผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์เป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่าอาคารและให้บริการโทรศัพท์ ได้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ระบบโทรศัพท์ธรรมดากับผู้ให้บริการโทรศัพท์ ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์ออกใบแจ้งหนี้ในนามของผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าอาคาร หากผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์จ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ ตาม มาตรา 86 และ มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยระบุชื่อผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าอาคารเป็นผู้รับบริการตาม มาตรา 86/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์มีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีดังกล่าว ไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากผู้ให้บริการโทรศัพท์ โดยออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในนามของผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์
กรณีผู้เช่าอาคารเป็นผู้จ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่ผู้เช่าอาคารตาม มาตรา 86 และ มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยระบุชื่อผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าอาคารเป็นผู้รับบริการตาม มาตรา 86/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร และเพิ่มเติมข้อความว่า "จ่ายค่าบริการโดยผู้เช่าอาคารคือ" หรือข้อความที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ซึ่งผู้เช่าอาคารมีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีดังกล่าว ไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีผู้เช่าอาคารเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ผู้เช่าอาคารมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากผู้ให้บริการโทรศัพท์โดยออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในนามของผู้เช่าอาคารให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์
ให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับในกรณีผู้เช่าอาคารได้ให้บุคคลอื่น เช่าช่วงอาคารและผู้เช่าช่วงอาคารเป็นผู้จ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ด้วย
 
  ข้อ 5 กรณีผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์เป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่าอาคารและให้บริการโทรศัพท์ ได้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ระบบโทรศัพท์แบบตู้สาขาระบบต่อเข้าตรงกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ และผู้ให้บริการโทรศัพท์ออกใบแจ้งหนี้ในนามของผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าอาคาร เมื่อผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์จ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ตาม มาตรา 86 และ มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยระบุชื่อผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าอาคารเป็นผู้รับบริการตาม มาตรา 86/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์มีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีดังกล่าว ไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากผู้ให้บริการโทรศัพท์ โดยออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายในนามของผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์
กรณีผู้เช่าอาคารได้ใช้บริการโทรศัพท์ระบบโทรศัพท์แบบตู้ สาขาระบบต่อเข้าตรงจากผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าอาคาร ถือว่าผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าอาคารได้ให้บริการโทรศัพท์แก่ผู้เช่าอาคารตาม มาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้เช่าอาคารจ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 ให้แก่ผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าอาคาร ผู้ให้เช่าอาคารมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่ผู้เช่าอาคารตาม มาตรา 86 และ มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยระบุชื่อผู้เช่าอาคารเป็นผู้รับบริการตาม มาตรา 86/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้เช่าอาคารมีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีดังกล่าวไปถือเป็นภาษีซื้อ ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีผู้เช่าอาคารเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ผู้เช่าอาคารมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากผู้ให้เช่าอาคารโดยออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายในนามของผู้เช่าอาคารให้แก่ผู้ให้เช่าอาคาร
ข้อ 6 กรณีผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์เป็นผู้ประกอบกิจการผลิตหรือนำเข้าน้ำมันเพื่อขาย ได้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ระบบโทรศัพท์ธรรมดากับผู้ให้บริการโทรศัพท์ ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์ออกใบแจ้งหนี้ในนามของผู้ประกอบกิจการผลิตหรือนำเข้าน้ำมัน แต่สถานบริการน้ำมันภายใต้ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ประกอบกิจการดังกล่าวเป็นผู้ใช้บริการโทรศัพท์และจ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 ให้แก่ผู้บริการโทรศัพท์ ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่สถานบริการน้ำมันตาม มาตรา 86 และ มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยระบุชื่อผู้ประกอบกิจการผลิตหรือนำเข้าน้ำมันเป็นผู้รับบริการตาม มาตรา 86/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากรและเพิ่มเติมข้อความว่า "จ่ายค่าบริการโดยสถานบริการน้ำมันคือ" หรือข้อความที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ซึ่งสถานบริการน้ำมันมีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีดังกล่าว ไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีสถานบริการน้ำมันเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น สถานบริการน้ำมันมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากผู้ให้บริการโทรศัพท์ โดยออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในนามของสถานบริการน้ำมันให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์
ข้อ 7 กรณีผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสถานประกอบการหลายแห่ง และสถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ได้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ระบบโทรศัพท์ธรรมดากับผู้ให้บริการโทรศัพท์ ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์ออกใบแจ้งหนี้ในนามของผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ แต่สถานประกอบการที่มิใช่สำนักงานเป็นผู้ใช้บริการโทรศัพท์และจ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่สถานประกอบการที่มิใช่สำนักงานใหญ่ ตาม มาตรา 86 และ มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยระบุชื่อผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์เป็นผู้รับบริการและระบุที่อยู่ของสถานประกอบการที่มิใช่สำนักงานใหญ่ตาม มาตรา 86/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งสถานประกอบการที่มิใช่สำนักงานใหญ่มีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามใบกำกับภาษีดังกล่าวไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีสถานประกอบการที่มิใช่สำนักงานใหญ่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น สถานประกอบการที่มิใช่สำนักงานใหญ่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากผู้ให้บริการโทรศัพท์ โดยออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในนามของสถานประกอบการที่มิใช่สำนักงานใหญ่ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์
ข้อ 8 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น จ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 หรือ ข้อ 3 ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายผ่านระบบการหักเงินจากบัญชีธนาคารของผู้จ่ายเงินหรือไม่ก็ตาม ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน โดยมีหน้าที่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย และมีหน้าที่ต้องยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
กรณีการจ่ายค่าบริการผ่านระบบการหักเงินจากบัญชีธนาคารของผู้จ่ายเงิน ไม่ว่าจะหักจากบัญชีเงินฝากหรือบัญชีบัตรเครดิต ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการหักเงินจากบัญชีธนาคารของผู้จ่ายเงินและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ให้บริการโทรศัพท์ ซึ่งการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จะต้องระบุวัน เดือน หรือปีภาษีที่จ่ายเงินได้เป็นวันเดียวกันกับวันที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ให้บริการโทรศัพท์
กรณีมีการจ่ายค่าบริการตามวรรคหนึ่งในแต่ละเดือนเป็นจำนวนหลายคราว ทำให้ผู้จ่ายเงินไม่สามารถหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ทันภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการลดภาระการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายเงินซึ่งมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ไม่จำต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายค่าบริการในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยสามารถออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หนึ่งครั้งต่อเดือน แต่ผู้จ่ายเงินยังคงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินได้ ทั้งนี้ ตาม มาตรา 50ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่ต้องยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อ 9 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น จ่ายค่าบริการตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 หรือ ข้อ 3 ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์โดยเป็นการจ่ายผ่านระบบการหักเงินจากบัญชีธนาคาร ของผู้จ่ายเงินไม่ว่าจะหักจากบัญชีเงินฝากหรือบัญชีบัตรเครดิต และผู้จ่ายเงินมีความประสงค์แต่งตั้งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นตัวแทนเพื่อดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงิน พร้อมทั้งยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงิน ก็สามารถกระทำได้ โดยจะต้องจัดทำสัญญาการตั้งตัวแทนและมอบอำนาจให้กระทำการแทนเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ซึ่งเป็นตัวแทนจะต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายในนามของผู้จ่ายเงินและต้องยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในนามของผู้จ่ายเงิน
ผู้ให้บริการโทรศัพท์ตามวรรคหนึ่ง สามารถเป็นตัวแทนเพื่อดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงินตัวการหลายตัวการได้ ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์ในฐานะเป็นตัวแทนต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในนามของผู้จ่ายเงิน โดยให้ดำเนินการตาม ข้อ 10
ข้อ 10 กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์ตาม ข้อ 9 ได้มีหนังสือแจ้งไปยังบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นคู่สัญญาเดิม โดยมีสาระสำคัญว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจะเป็นผู้ดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายสำหรับค่าบริการแทน ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแทน โดยกำหนดระยะเวลาให้ผู้จ่ายเงินตอบรับ เมื่อผู้จ่ายเงินตอบรับแล้ว ถือว่าหนังสือแจ้งดังกล่าวเป็นข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร แต่งตั้งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เป็นตัวแทนแล้ว
กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์ตาม ข้อ 9 ได้ดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแทนผู้จ่ายเงินแล้ว ผู้จ่ายเงินไม่จำต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายค่าบริการในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตาม มาตรา 50ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นตัวแทนไม่จำต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นรายฉบับทุกครั้งที่จ่ายเงิน แต่ทั้งนี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ต้องจัดทำรายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เพื่อเป็นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย และเมื่อดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแทนผู้จ่ายเงินแล้ว ผู้ให้บริการโทรศัพท์จะต้องระบุข้อความเพิ่มเติมในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีของค่าบริการ โดยมีสาระสำคัญว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์ได้ดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ ….. เป็นจำนวนเงิน …. บาท แทนผู้จ่ายเงินแล้วและจะดำเนินการนำส่งภาษีดังกล่าวต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์จะต้องจัดให้มีการ SCAN หรือพิมพ์ลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีดังกล่าวด้วย
รายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามวรรคสอง สามารถจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่จะต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) คำว่า "รายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายประจำเดือน……. พ.ศ. ….." ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
(2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ให้บริการโทรศัพท์ซึ่งเป็นผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยมีข้อความว่า "ในฐานะผู้กระทำการแทนผู้จ่ายเงินได้ตามรายชื่อที่ระบุไว้ในเอกสารนี้"
(3) ประเภทเงินได้ เช่น ค่าบริการเลขหมายโทรศัพท์ หรือค่าบริการโทรศัพท์
(4) ชื่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นตัวการหลายตัวการ จำนวนเงินที่จ่าย และจำนวนภาษีที่หักไว้
(5) ลายมือชื่อผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
ข้อ 11 กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์ตาม ข้อ 9 ได้ยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามแบบ ภ.ง.ด. 53 ในฐานะเป็นตัวแทนเพื่อดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงินตัวการหลายตัวการ ผู้ให้บริการโทรศัพท์จะต้องระบุในช่องผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์ในฐานะผู้ทำการแทนผู้จ่ายเงินในใบแบบ ภ.ง.ด. 53 พร้อมทั้งแนบรายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตาม ข้อ 10 วรรคสามด้วย ซึ่งเอกสารรายละเอียดดังกล่าวถือเป็นใบต่อแบบ ภ.ง.ด. 53 โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์จะต้องเขียนข้อความว่า "ใบต่อแบบ ภ.ง.ด. 53" ไว้ในเอกสารรายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
ผู้ให้บริการโทรศัพท์ตามวรรคหนึ่ง ในฐานะเป็นตัวแทนเพื่อดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงินตัวการหลายตัวการ สามารถใช้เอกสารรายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตาม ข้อ 10 วรรคสาม เป็นบัญชีพิเศษแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่ายและการนำส่งภาษีได้ ทั้งนี้ ตาม มาตรา 17 แห่งประมวลรัษฎากรและ ข้อ 7 ของ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้และภาษีการค้า (ฉบับที่ 4) เรื่อง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หรือภาษีการค้า ณ ที่จ่าย มีบัญชีพิเศษ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531
ข้อ 12 ผู้ให้บริการโทรศัพท์ตาม ข้อ 9 ในฐานะเป็นตัวแทนเพื่อดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงินตัวการหลายตัวการ สามารถใช้สำเนาแบบ ภ.ง.ด. 53 และหลักฐานใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรที่รับชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นหลักฐานในการเครดิตภาษีตาม มาตรา 60 แห่งประมวลรัษฎากรได้
ข้อ 13 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือตอบข้อหารือหรือทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ ให้เป็นอันยกเลิก


:: สั่ง ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อธิบดีกรมสรรพากร

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update