กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

    มาตราที่ 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36
   
:: พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 มาตราที่ 14-36

:: หมวด 2 คณะกรรมการและการบริหารกองทุน
มาตรา 14  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา" ประกอบด้วยปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และปลัดทบวง มหาวิทยาลัย เป็นรองประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงบ ประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ อธิบดีกรม สรรพากรผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายกสมาคม สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมสมาพันธ์การศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการ และกรรมการ อื่นอีกไม่เกินห้าคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยในจำนวนนี้อย่างน้อยต้อง เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเงินหรือการบัญชี  หรือกฎหมาย ด้านละหนึ่งคน
ให้อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้จัดการ เป็นกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ
ในกรณีจำเป็น ประธานกรรมการจะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการเพิ่มขึ้น อีกคนหนึ่งก็ได้
มาตรา 15  กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่ง คราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
ในกรณีที่กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระหรือ ในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่ง แต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระ ที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังไม่ได้มีการ แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้ง ใหม่เข้ารับหน้าที่
 
    มาตรา 16  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม มาตรา  15 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(5) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
มาตรา 17  การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกรองประธานกรรมการ คนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการทั้งสอง ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือก กรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา 18  คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) กำหนดนโยบาย และควบคุมดูแลกิจการของกองทุนให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์
(2) ติดตามประเมินผลการดำเนินกิจการของกองทุน และจัดทำ รายงานประจำปีเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ
(3) ศึกษาวิเคราะห์และประเมินความต้องการการกู้ยืมเงินของนักเรียนหรือนักศึกษาทั้งในปัจจุบันและอนาคต และเสนอแนะต่อ รัฐมนตรีเพื่อดำเนินการจัดตั้งงบประมาณเพื่อสมทบกองทุนตาม มาตรา  6 วรรคสอง
(4) พิจารณาจัดสรรเงินเพื่อโอนเข้าบัญชีจ่ายที่หนึ่ง บัญชีจ่ายที่สอง และบัญชีจ่ายตาม มาตรา  34
(5) พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีสำหรับการดำเนินการ และการบริหารงานของกองทุน
(6) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การเงิน การพัสดุ การบัญชี การตรวจสอบ และสอบบัญชีภายใน และข้อบังคับ อื่นที่จำเป็นในการดำเนินการและบริหารงานของกองทุน
(7) กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เกี่ยวกับการให้ นักเรียนหรือนักศึกษากู้ยืมเงินและการชำระคืนเงินกู้ยืม
(8) ให้นักเรียนหรือนักศึกษากู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาจากกองทุน
(9) ประชาสัมพันธ์ให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของ กองทุน และคุณค่าของกองทุน
(10) ดำเนินการคัดเลือกและทำสัญญาจ้างหรือมีมติเลิกจ้าง ผู้จัดการและผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
(11) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
คณะกรรมการอาจมอบอำนาจของคณะกรรมการตาม (2) (3) (8) (9) และ (11) เฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการหรือเงื่อนไขให้ผู้จัดการหรือผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม หรือบุคคลอื่นใดเพื่อกระทำการแทนคณะกรรมการก็ได้
มาตรา 19  ในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ประธานกรรมการ เป็นผู้แทนของกองทุน แต่ประธานกรรมการจะมอบอำนาจเป็นหนังสือ ให้บุคคลใดทำนิติกรรมรวมตลอดทั้งการดำเนินคดีหรือการบังคับคดี แทนก็ได้
มาตรา 20  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการ อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่อง ใดเรื่องหนึ่งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ เห็นสมควร
ในการประชุมของคณะอนุกรรมการ ถ้าประธานอนุกรรมการไม่มา ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อนุกรรมการที่มาประชุมเลือก อนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ให้นำ มาตรา  17 วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาใช้บังคับกับการประชุม และการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมโดยอนุโลม
มาตรา 21  ให้กองทุนจ้างผู้จัดการคนหนึ่ง ทำหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) รับผิดชอบงานธุรการของกองทุน
(2) ติดต่อประสานงานระหว่างคณะกรรมการและผู้บริหารและ จัดการเงินให้กู้ยืม
(3) ติดตามดูแลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม เพื่อรายงานให้คณะกรรมการทราบตามที่คณะกรรมการกำหนด
(4) ควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติของพนักงานและลูกจ้างของ กองทุนให้เป็นไปตามข้อบังคับ
(5) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการหรือประธานกรรมการ มอบหมาย หรือตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง
มาตรา 22  ผู้จัดการต้องเป็นผู้ซึ่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญ ในด้านการบริหารและการจัดการทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์
(3) สามารถปฏิบัติงานให้แก่กองทุนได้เต็มเวลา
(4) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(6) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(7) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(8) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษากรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
(9) ไม่เป็นผู้จัดการหรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงาน คล้ายคลึงกันในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือองค์กรอื่นใด
(10) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับกองทุน หรือในกิจการที่ กระทำให้แก่กองทุนไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
(11) ไม่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับการจ้างเป็นผู้บริหารและ จัดการเงินให้กู้ยืมตาม มาตรา  37 หรือในบริษัทอื่นใดที่เป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัทดังกล่าว
สัญญาจ้างผู้จัดการให้กำหนดคราวละสี่ปี แต่คณะกรรมการจะต่อ อายุสัญญาจ้างอีกก็ได้
ให้ผู้จัดการได้รับค่าจ้าง ค่าตอบแทนหรือเงินอื่นตามที่คณะกรรมการ กำหนด
มาตรา 23  วิธีการคัดเลือกผู้จัดการ และสัญญาจ้างผู้จัดการให้ เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
ในสัญญาจ้างให้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่ง  การพ้นจากตำแหน่ง และเงื่อนไขในการทดลองปฏิบัติงานหรือ การทำงานของผู้จัดการไว้ด้วย
มาตรา 24  นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามสัญญาจ้าง ผู้จัดการพ้นจาก ตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา  22
(4) คณะกรรมการมีมติให้เลิกจ้าง
มาตรา 25  ในการดำเนินการตาม มาตรา  21 ผู้จัดการจะมอบ อำนาจให้ตัวแทน หรือบุคคลใดกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา 26  เมื่อตำแหน่งผู้จัดการว่างลงและยังไม่มีการจ้างผู้จัดการ คนใหม่ หรือในกรณีที่ผู้จัดการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นการชั่วคราว ให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานของกองทุนคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการ แทนผู้จัดการ
ให้ผู้รักษาการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้จัดการ
มาตรา 27  เพื่อจัดระบบควบคุมเงินของกองทุน ให้กองทุนจัด ให้มีบัญชี ดังต่อไปนี้
(1) บัญชีรับ เพื่อรับเงินทั้งปวงของกองทุน
(2) บัญชีจ่ายที่หนึ่ง เพื่อจ่ายเงินกู้ยืมแก่นักเรียนหรือนักศึกษาใน โรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัด ควบคุม หรือ กำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ หรือโรงเรียน สถานศึกษา หรือ สถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัด ควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวง หรือส่วนราชการอื่นที่ไม่ใช่ทบวงมหาวิทยาลัย
(3) บัญชีจ่ายที่สอง เพื่อจ่ายเงินกู้ยืมแก่นักเรียนหรือนักศึกษา ในโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัด ควบคุม  หรือกำกับดูแลของทบวงมหาวิทยาลัย
(4) บัญชีจ่ายบริหารกองทุน เพื่อจ่ายเงินที่ใช้ในการดำเนินการ ของกองทุน
มาตรา 28  บรรดาเงินทั้งปวงที่กองทุนได้รับ ให้ส่งเข้าบัญชี รับตามกำหนดเวลา และตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดย ไม่หักไว้เพื่อการใด ๆทั้งสิ้น
มาตรา 29  การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีรับให้เป็นอำนาจของประธาน กรรมการ หรือรองประธานกรรมการซึ่งประธานกรรมการมอบหมาย  และให้กระทำได้แต่เฉพาะเพื่อโอนเข้าบัญชีจ่ายที่หนึ่ง บัญชีจ่ายที่สอง บัญชีจ่ายบริหารกองทุนและบัญชีจ่ายตาม มาตรา  34
มาตรา 30  ให้มีคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานอนุกรรมการ อธิบดีกรมสามัญ ศึกษา อธิบดีกรมอาชีวศึกษา เลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏ เลขาธิการ คณะกรรมการศึกษาเอกชน เลขาธิการคณะกรรมการการประถม ศึกษาแห่งชาติ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ผู้แทนกรม บัญชีกลาง ผู้จัดการเลขานุการคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สองและ บุคคลอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งอีกไม่เกินห้าคน เป็นอนุกรรมการ
ให้ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการซึ่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายคนหนึ่ง เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำนักงาน ปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วย เลขานุการ
ในกรณีจำเป็น ประธานอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่งจะแต่งตั้ง ผู้ช่วยเลขานุการเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งก็ได้
มาตรา 31  ให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่งมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการในการปฏิบัติ หน้าที่ตาม มาตรา  18
(2) กำกับดูแลการให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียนหรือนักศึกษาในโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัด ควบคุม หรือกำกับดูแล ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการ ศึกษาในสังกัด ควบคุมหรือกำกับดูแลของกระทรวง หรือส่วนราชการ อื่นที่ไม่ใช่ทบวงมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามนโยบาย ระเบียบ และ ข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
(3) กำกับดูแลและติดตามการปฏิบัติงานของผู้บริหารและจัดการเงิน ให้กู้ยืมเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับบัญชีจ่ายที่หนึ่ง
(4) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา 32  ให้มีคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สอง ประกอบด้วย ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยเป็นประธานอนุกรรมการ ผู้แทนจากโรงเรียน  สถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษาที่ทบวงมหาวิทยาลัยแต่งตั้งจำนวน สี่คน ผู้แทนกรมบัญชีกลางผู้จัดการ เลขานุการคณะอนุกรรมการบัญชี จ่ายที่หนึ่ง และบุคคลอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งอีกไม่เกินห้าคน เป็น อนุกรรมการ
ให้ผู้ช่วยปลัดทบวงมหาวิทยาลัยซึ่งปลัดทบวงมหาวิทยาลัย มอบหมายคนหนึ่ง เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการ กองบริการการศึกษาสำนักงานปลัดทบวง ทบวงมหาวิทยาลัย เป็น อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ในกรณีจำเป็น ประธานอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สองจะแต่งตั้ง ผู้ช่วยเลขานุการเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งก็ได้
มาตรา 33  ให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สองมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการในการปฏิบัติ หน้าที่ตาม มาตรา  18
(2) กำกับดูแลการให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียนหรือนักศึกษาในโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัด ควบคุม หรือกำกับดูแล ของทบวงมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการ
(3) กำกับดูแลและติดตามการปฏิบัติงานของผู้บริหารและจัดการเงิน ให้กู้ยืม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับบัญชีจ่ายที่สอง
(4) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา 34  ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการอาจกำหนดให้มี บัญชีจ่าย เพื่อจ่ายเงินกู้ยืมแก่นักเรียนหรือนักศึกษาเพิ่มเติมจากที่ กำหนดไว้ใน มาตรา  27 ได้
เมื่อคณะกรรมการกำหนดให้มีบัญชีจ่ายตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะหนึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับ บัญชีจ่ายดังกล่าวโดยให้นำ มาตรา  31 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตามวรรคสอง ให้คำนึงถึงบุคคล ที่เกี่ยวข้องทำนองเดียวกับที่กำหนดไว้ใน มาตรา  30
มาตรา 35  การประชุมคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สองหรือคณะอนุกรรมการบัญชีจ่าย ตาม มาตรา  34 ให้นำ มาตรา  20 วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
ให้นำ มาตรา  15 และ มาตรา  16 มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง ตาม มาตรา  30 และ มาตรา  32 และอนุกรรมการซึ่งมิใช่อนุกรรมการ โดยตำแหน่งหรือผู้แทนโดยตำแหน่งตาม มาตรา  34 โดยอนุโลม
มาตรา 36  ให้ประธานกรรมการ กรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ ของคณะกรรมการ ประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการ และผู้ช่วย เลขานุการของคณะอนุกรรมการซึ่งแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรี กำหนด


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update