กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  มาตราที่ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25  
   
:: พ.ร.บ. การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537 มาตราที่ 11-25

:: หมวด 2 คณะกรรมการและผู้ว่าการ
มาตรา 11 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการ การเคหะแห่งชาติ" ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการอื่นอีก ไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไม่เกินเก้าคน ในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย หนึ่งคนและผู้แทนกระทรวงการคลังหนึ่งคน และให้ผู้ว่าการเป็นกรรมการโดย ตำแหน่ง
ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการ ตามวรรคหนึ่ง
มาตรา 12 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการ และ ผู้ว่าการ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และต้องมีความรู้ ความสามารถ ความจัดเจน เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ การบริหารรัฐกิจ การผังเมือง การสาธารณูปโภค สถาปัตยกรรม วิศวกรรม การเศรษฐกิจ การเงิน หรือกฎหมาย
มาตรา 13 ผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็น ประธานกรรมการหรือกรรมการ
(1) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในธุรกิจที่กระทำกับ กคช. หรือในธุรกิจที่เป็น การแข่งขันกับกิจการของ กคช. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เว้นแต่ เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดในกิจการเช่นว่านั้นก่อนวันดำรง ตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการ หรือเป็นผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายให้ เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ กคช. เป็นผู้ถือหุ้น
(2) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างนอกจากผู้ว่าการ
มาตรา 14 ให้ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี
ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการซี่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจาก ตำแหน่งก่อนวาระหรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่าง ที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทน ตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของ กรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธาน กรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการ หรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับ แต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
มาตรา 15 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม มาตรา 14 ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะรัฐมนตรีให้ออก
(4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 12 หรือ มาตรา 13
มาตรา 16 ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุม ดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของ กคช. อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(1) ออกข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตาม มาตรา 6 และ มาตรา 9
(2) ออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการดำเนินกิจการของ คณะกรรมการ
(3) ออกข้อบังคับว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและการบริหารงาน ต่าง ๆ ของ กคช.
(4) ออกข้อบังคับกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือนหรือค่าจ้าง บำเหน็จของผู้ปฏิบัติงาน
(5) ออกข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติงานของผู้ว่าการ และการมอบ อำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทนผู้ว่าการ
(6) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้น การตัดหรือการลดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง การออกจากตำแหน่ง วินัย การลงโทษและการอุทธรณ์ การลงโทษของพนักงานและลูกจ้าง
(7) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเงินของ กคช.
(8) ออกข้อบังคับว่าด้วยการร้องทุกข์ของผู้ปฏิบัติงาน
(9) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับกองทุนสงเครา