กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

    มาตราที่ 30 31 32 33 34 35 36 37
   
:: พ.ร.บ. การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2541 มาตราที่ 30-37

:: หมวด 4 ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ
มาตรา 30  สถาบันมีอำนาจให้ปริญญาตรีในสาขาวิชาที่มีการสอน ในสถาบันได้
ปริญญาในสาขาวิชาใดจะเรียกชื่ออย่างไร และจะใช้อักษรย่อสำหรับ สาขาวิชานั้นอย่างไร ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 31  คณะกรรมการสถาบันอาจออกข้อบังคับให้ผู้สำเร็จ การศึกษาชั้นปริญญาตรีได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งหรือ ปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับสองได้
มาตรา 32  คณะกรรมการสถาบันอาจออกข้อบังคับกำหนดให้มี อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรอย่างหนึ่งอย่างใดในสาขาวิชาที่มีการสอน ในสถาบันได้ดังนี้
(1) อนุปริญญา ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรในสาขา วิชาหนึ่งสาขาวิชาใดก่อนถึงขั้นได้รับปริญญาตรี
(2) ประกาศนียบัตร ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาเฉพาะวิชา
มาตรา 33 สถาบันมีอำนาจให้ปริญญาตรีกิตติมศักดิ์แก่บุคคลซึ่ง คณะกรรมการสถาบันเห็นว่าทรงคุณวุฒิสมควรแก่ปริญญานั้น แต่จะให้ ปริญญาดังกล่าวแก่คณาจารย์ประจำของสถาบัน หรือผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ  ในสถาบันหรือคณะกรรมการสถาบันในขณะที่ดำรงตำแหน่งนั้นมิได้
สาขาของปริญญาและหลักเกณฑ์การให้ปริญญากิตติมศักดิ์  ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา 34  คณะกรรมการสถาบันอาจกำหนดให้มีครุยวิทยฐานะ หรือเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของผู้ได้รับปริญญา  อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรและอาจกำหนดให้มีครุยประจำตำแหน่ง กรรมการสถาบัน ครุยประจำตำแหน่งผู้บริหาร หรือครุยประจำตำแหน่ง คณาจารย์ของสถาบันได้
การกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุย วิทยฐานะเข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็น พระราชกฤษฎีกา
ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง จะใช้ใน โอกาสใด โดยมีเงื่อนไขอย่างใดให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา 35  คณะกรรมการสถาบันอาจออกข้อบังคับกำหนดให้มี เครื่องหมายของสถาบัน เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกาย ของนักศึกษาได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

:: หมวด 5 บทกำหนดโทษ
มาตรา 36  ผู้ใดใช้ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำ ตำแหน่ง เครื่องหมายของสถาบัน เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่อง แต่งกายของนักศึกษา โดยไม่มีสิทธิที่จะใช้หรือแสดงด้วยประการใด ๆ  ว่าตนมีตำแหน่งปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรของสถาบัน  โดยที่ตนไม่มีสิทธิ ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้  หรือมีตำแหน่ง หรือมีวิทยฐานะเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน  หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

:: บทเฉพาะกาล
มาตรา 37  ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันตาม มาตรา  11 ให้คณะกรรมการสถาบันประกอบด้วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการสถาบัน อธิบดีกรมศิลปากรเป็นรองประธานกรรมการ สถาบันเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู ผู้แทนทบวง มหาวิทยาลัยผู้อำนวยการสถาบันนาฏดุริยางคศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบัน ศิลปกรรมเป็นกรรมการสถาบัน และรองอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งอธิบดี กรมศิลปากรแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิการทำหน้าที่เป็นกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการสถาบันผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปและ ผู้อำนวยการวิทยาลัยช่างศิลปเป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการสถาบัน  ทั้งนี้ จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็น สมควรส่งเสริมการศึกษาวิชาการ วิชาชีพและวิชาชีพพิเศษ ด้านช่างศิลป์  นาฏศิลป์ดุริยางคศิลป์ทั้งไทยและสากลและศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริม การผลิตบุคลากรเพื่อทำหน้าที่เป็นช่างศิลปกรรม ศิลปินอาชีพ ครูศิลปะ  นักวิชาการ และนักวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรมตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์  พัฒนา สืบทอด และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ  ในการนี้สมควรให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ในสังกัดกรมศิลปากร  กระทรวงศึกษาธิการ จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีจึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update