กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9  

:: พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521 มาตราที่ 1-9


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 เป็นปีที่ 33 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นบทนิยามระหว่างบทนิยามคำว่า "การค้าที่ดิน" กับคำว่า "คณะกรรมการ" ใน มาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
"ทบวงการเมือง" หมายความว่า หน่วยราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น"
มาตรา 4 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 31 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 334 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2512 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 31 ภายในสิบปีนับแต่วันได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์อันสืบเนื่อง มาจากใบของตาม มาตรา 30 และ มาตรา 33 ที่ได้ออกในวันหรือหลังวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ห้ามมิให้ผู้ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินดังกล่าว โอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่น เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือ โอนให้แก่ทบวงการเมือง หรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้และได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์แล้ว
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับการได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์อันสืบเนื่องมาจาก ใบของตาม มาตรา 30 และ มาตรา 33 ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515 แต่ถ้าเป็นการได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์จากการจัดที่ดินให้ราษฎรที่รัฐให้ การช่วยเหลือในด้านสาธารณูปโภคและอื่น ๆ การห้ามโอนตามวรรคหนึ่งให้มีกำหนดห้าปี
ภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนตามวรรคหนึ่งและวรรคสองที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี"
มาตรา 5 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 58ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 58ทวิ เมื่อได้สำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ในที่ดินตาม มาตรา 58 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลอกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ให้แก่ บุคคลตามที่ระบุไว้ในวรรคสอง เมื่อปรากฏว่าที่ดินที่บุคคลนั้นครอบครองเป็นที่ดินที่อาจออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ตามประมวลกฎหมายนี้
บุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ได้ คือ
(1) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หนังสือรับรองการทำ ประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว" หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่า ด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
(2) ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตาม มาตรา 27ตรี
(3) ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดิน ภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับและไม่มี ใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินตามวรรคสอง (1) ให้ หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องจากบุคคลดังกล่าวด้วย
สำหรับบุคคลตามวรรคสอง (2) และ (3) ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่ จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น การเฉพาะรายทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ภายในสิบปีนับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิ ให้บุคคลตามวรรคสอง (3) ซึ่งได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินดังกล่าวโอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่น เว้นแต่เป็น การตกทอดทางมรดก หรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง หรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้และได้รับอนุมัติ จากนายทะเบียนสหกรณ์แล้ว
ภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนตามวรรคห้า ที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี"
มาตรา 6 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 64 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 64 ถ้าโฉนดที่ดิน ใบไต่สวน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือใบจอง ฉบับสำนักงาน ที่ดินเป็นอันตราย ชำรุด สูญหายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา 71 มีอำนาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิใน ที่ดินดังกล่าวจากผู้มีสิทธิในที่ดินมาพิจารณาแล้วจัดทำขึ้นใหม่ โดยอาศัยหลักฐานเดิมได้"
มาตรา 7 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 70ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 334 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 70ทวิ ให้นำความใน มาตรา 66 และ มาตรา 70 มาใช้บังคับแก่การพิสูจน์สอบสวน ที่ดินเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และการตรวจสอบเนื้อที่ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยอนุโลม"
มาตรา 8 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 103 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 103 ในการดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินการรังวัด การจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม หรือการทำธุระอื่น ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้
การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตาม มาตรา 58 ผู้มีสิทธิในที่ดินจะขอรับ โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปก่อน โดยยังไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียมการออก โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ก็ได้ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการค้างชำระ ค่าธรรมเนียมใหม่ปรากฏในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้น ถ้าได้ยื่นคำขอ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมครั้งแรก ให้ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ"
มาตรา 9 ให้ยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมท้ายประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน
(1) ถ้าเรียกเป็นรายแปลง แปลงละ 30 บาท
(2) ถ้าเรียกเป็นรายวัน วันละ 30 บาท
(3) ถ้าคัดหรือจำลองแผนที่ แปลงละ 30 บาท
(4) ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแส แปลงละ 30 บาท
(5) ค่าจับระยะ แปลงละ 10 บาท
5. ค่าธรรมเนียมออกโฉนดที่ดิน
(1) ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ แปลงละ 50 บาท
(2) ที่ดินเนื้อที่เกิน 20 ไร่ ส่วนที่เกินไร่ละ 2 บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่
6. ค่าธรรมเนียมรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน
(1) ถ้าเรียกเป็นรายแปลง แปลงละ 40 บาท
(2) ถ้าเรียกเป็นรายวัน วันละ 40 บาท
(3) ค่าคัดหรือจำลองแผนที่ แปลงละ 30 บาท
(4) ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแส แปลงละ 30 บาท
(5) ค่าจับระยะ แปลงละ 10 บาท
7. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(1) มีทุนทรัพย์ ให้เรียกเก็บร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ เศษของร้อยให้คิดเป็นหนึ่งร้อย
(2) ไม่มีทุนทรัพย์ แปลงละ 50 บาท
8. ค่าธรรมเนียมการขอให้ได้มาซึ่งที่ดินของคน
ต่างด้าวรายละ 500 บาท
ค่าอนุญาต ไร่ละ 100 บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่
9. ค่าธรรมเนียมการขอให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อการค้าที่ดิน
รายละ 500 บาท
ค่าอนุญาตไร่ละ 20 บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่
10. ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด
(1) ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท
(2) ค่าคัดสำเนาเอกสารต่าง ๆ รวมทั้งค่าคัดสำเนา เอกสารเป็นพยานในคดีแพ่งโดยเจ้าหน้าที่ เป็นผู้คัด ร้อยคำแรกหรือไม่ถึงร้อยคำ 10 บาท ร้อยคำต่อไป ร้อยละ 5 บาท เศษของร้อยให้คิดเป็นหนึ่งร้อย
(3) ค่ารับรองเอกสารที่คัด ฉบับละ 10 บาท
(4) ค่าตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดิน แปลงละ 10 บาท
(5) ค่ารับอายัดที่ดิน แปลงละ 10 บาท
(6) ค่ามอบอำนาจ เรื่องละ 20 บาท
(7) ค่าออกใบแทนโฉนดที่ดินหรือหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินอย่างอื่น ฉบับละ 50 บาท
(8) ค่าประกาศ แปลงละ 10 บาท
(9) ค่าหลักเขตที่ดิน หลักละ 15 บาท ถ้าเป็นการเดินสำรวจหรือสอบเขต ทั้งตำบลสำหรับกรณีออกโฉนด คิดเป็นรายแปลง แปลงละ 60 บาท
11. ค่าใช้จ่าย
(1) ค่าพาหนะเดินทาง ให้แก่เจ้าพนักงาน ให้จ่าย เท่าที่จำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และคนงานที่จ้างไป และใช้จ่ายไปจริง การทำรังวัด เกี่ยวกับ โฉนดที่ดินหรือพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามคำขอ
(2) ค่าเบี้ยเลี้ยง ให้แก่เจ้าพนักงาน พนักงาน ให้จ่าย เท่าที่จำเป็นเจ้าหน้าที่ และค่าจ้างคนงานที่จ้างไป ตามระเบียบของทำการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหรือ พิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ตามคำขอตามระเบียบของ ทางราชการแก่ผู้ไปทำงานเท่าอัตราของราชการ
(3) ค่าป่วยการ ให้แก่เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่หรือ ผู้แทนที่ไปในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหรือพิสูจน์ สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ คนหนึ่ง วันละ 30 บาท
(4) ค่าปิดประกาศ ให้แก่ผู้ปิดประกาศ แปลงละ 10 บาท
(5) ค่าพยาน ให้แก่พยาน คนละ 10 บาท


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากข้อจำกัดการห้ามโอนสิทธิใน ที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินยังไม่รัดกุมและมีบทบัญญัติบาง มาตรา ในประมวลกฎหมายที่ดินไม่เหมาะสม ทำให้เป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน สมควรแก้ไข ปรับปรุงเสียใหม่ กับทั้งจำเป็นต้องปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
(ร.จ. เล่ม 85 ตอนที่ 138 หน้า 1 วันที่ 11 ธันวาคม 2521)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update