กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

    มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
   
:: พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2530 มาตราที่ 1-13

:: พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2530 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2530 เป็นปีที่ 42 ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2530"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า "เสพ" ใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"เสพ" หมายความว่า การรับยาเสพติดให้โทษเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใด"
มาตรา 4 ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า "ติดยาเสพติดให้โทษ" และ "การบำบัดรักษา" ระหว่าง บทนิยามคำว่า "เสพ" และ "สถานพยาบาล" ใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ดังต่อไปนี้
"ติดยาเสพติดให้โทษ" หมายความว่า เสพเป็นประจำติดต่อกันและตกอยู่ในสภาพที่จำเป็น ต้องพึ่งยาเสพติดให้โทษนั้น โดยสามารถตรวจพบสภาพเช่นว่านั้นได้ตามหลักวิชาการ
"การบำบัดรักษา" หมายความว่า การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดให้โทษ ซึ่งรวมตลอดถึงการ ฟื้นฟูสมรรถภาพและการติดตามผลหลังการบำบัดรักษาด้วย"
มาตรา 5 ให้ยกเลิกความใน (3) ของ มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(3) ประเภท 3 ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นตำรับยา และมียาเสพติดให้โทษใน ประเภท 2 ผสมอยู่ด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา"
มาตรา 6 ให้ยกเลิกความใน (6) ของ มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(6) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ตาม มาตรา 7 (3)"
มาตรา 7 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 เว้นแต่ได้รับใบอนุญาต
ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่
(1) การจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งในสาขาทันตกรรมจำหน่ายเฉพาะผู้ป่วยซึ่งตนเป็นผู้ให้ การรักษา
(2) การจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ที่ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่ง จำหน่ายเฉพาะสัตว์ที่ตนบำบัด
ทั้งนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งสาขาทันตกรรม หรือ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่ง ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดใน มาตรา 19 (3)
การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กำหนดในกฎกระทรวง"
มาตรา 8 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 43 และ มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 43 ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 จะผลิตหรือ นำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษดังกล่าว ต้องนำตำรับยาเสพติดให้โทษนั้นมาขอขึ้นทะเบียนตำรับ ยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน และเมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติด ให้โทษแล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษนั้นได้
การขอขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 และการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ตำรับยาเสพติดให้โทษดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง
มาตรา 44 ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 เมื่อได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษตาม มาตรา 43 แล้ว จะแก้ไขรายการทะเบียนตำรับ ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ดังกล่าวได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อนุญาต
การขอแก้ไขรายการและการอนุญาตให้แก้ไขรายการทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษใน ประเภท 3 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง"
มาตรา 9 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 93ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
" มาตรา 93ทวิ ผู้ใดยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือ ยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท
ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท"
มาตรา 10 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 94ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
" มาตรา 94ทวิ ผู้ใดบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดให้โทษเป็นปกติธุระโดยใช้ยาตามกฎหมาย ว่าด้วยยา วัตถุออกฤทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือ ยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมิได้กระทำในสถานพยาบาลไม่ว่าจะได้ รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
มาตรา 11 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 101 ในกรณีที่มีการยึดยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 3 ตาม มาตรา 49 (2) หรือตามกฎหมายอื่นและไม่มีการฟ้องคดีต่อศาล ถ้าไม่มีผู้ใดมาอ้างว่า เป็นเจ้าของภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ยึด ให้ยาเสพติดให้โทษนั้นตกเป็นของ กระทรวงสาธารณสุข"
มาตรา 12 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 101ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
" มาตรา 101ทวิ ในกรณีที่มีการยึดยาเสพติดให้โทษในประเภท4 หรือประเภท 5 ตาม มาตรา 49 (2) หรือตามกฎหมายอื่น ไม่ว่าจะมีการฟ้องคดีต่อศาลหรือไม่ก็ตาม เมื่อได้มี การตรวจพิสูจน์ชนิดและปริมาณแล้วว่าเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทดังกล่าว โดยบันทึกราย งานการตรวจพิสูจน์ไว้ ให้กระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายทำลาย หรือนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามระเบียบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด"
มาตรา 13 ให้ยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน

:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ป. ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มิได้นิยามคำว่า "เสพ" ให้แตกต่างจากคำว่า "ติดยาเสพติดให้ โทษ" และมิได้นิยามคำว่า "บำบัดรักษา" ไว้ ซึ่งทำให้มีปัญหาในทางปฏิบัติ และบทบัญญัติ บางประการเกี่ยวกับความหมายและการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 และการยึด ยาเสพติดให้โทษในประเภทต่าง ๆ ยังไม่เหมาะสมกับทางปฏิบัติในปัจจุบัน ตลอดจนยังไม่มีบท กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ยุยงส่งเสริมหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ ความสะดวกในการที่ผู้อื่นเสพยาเสพติดให้โทษโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และไม่มี บทกำหนดโทษสำหรับผู้ที่บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดให้โทษเป็นปกติธุระโดยมิได้กระทำใน สถานพยาบาลตามพระราชบัญญัตินี้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 โดยนิยามถ้อยคำดังกล่าวให้ชัดเจน และแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับความหมายและ การจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 และการยึดยาเสพติดให้โทษให้เหมาะสมและตรงกับ ทางปฏิบัติยิ่งขึ้นตลอดจนเพิ่มบทกำหนดโทษสำหรับกรณีเช่นว่านั้น และสมควรปรับปรุงอัตรา ค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ ฯ ด้วยเพื่อให้สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาต จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 และใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษใน ประเภท 4 ได้จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
(ร.จ. เล่ม 104 ตอนที่ 269 หน้า 49 28 ธันวาคม 2530)

อัตราค่าธรรมเนียม
(1) ใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ฉบับละ 500 บาท
(2) ใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ฉบับละ 500 บาท
(3) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 2 ฉบับละ 100 บาท
(4) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 4 ฉบับละ 100 บาท
(5) ใบอนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือประเภท 4 ฉบับละ 3,000 บาท
(6) ใบอนุญาตนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือประเภท 4 ฉบับละ 3,000 บาท
(7) ใบอนุญาตส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือประเภท 4 ฉบับละ 100 บาท
(8) ใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกแต่ละครั้งซึ่ง ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ฉบับละ 50 บาท
(9) ใบอนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพ ติดให้โทษในประเภท 2 เกินปริมาณที่ รัฐมนตรี กำหนดตาม มาตรา 60 ฉบับละ 100 บาท
(10) ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 3 ฉบับละ 1,000 บาท
(11) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 50 บาท
(12) ใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติด ให้โทษในประเภท 3 ฉบับละ 50 บาท
(13) การอนุญาตให้แก้ไขรายการทะเบียนตาม มาตรา 44 ครั้งละ 500 บาท
(14) การต่ออายุใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้น ทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษ ครั้งละเท่ากับค่า ธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาต หรือใบสำคัญนั้น


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update