กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

    มาตราที่ 1 2 3 4 5 6
   
:: พ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตราที่ 1-6

:: พระราชบัญญัติ รับราชการทหารพ.ศ. 2497 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2497/13/195/13 กุมภาพันธ์ 2497]
มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พุทธศักราช 2479
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
(1) วิธีนับอายุ ถ้าเกิดพุทธศักราชใดให้ถือว่ามีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์ เมื่อสิ้นพุทธศักราชที่เกิดนั้น ส่วนการนับอายุต่อไปให้นับแต่เฉพาะปีที่สิ้น พุทธศักราชแล้ว ถ้าไม่ปรากฏปีเกิดให้นายอำเภอท้องที่เป็นผู้กำหนด ตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง
(2)"ทหารกองเกิน" หมายความว่า ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปี บริบูรณ์และยังไม่ถึงสามสิบปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตาม มาตรา 16 หรือผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตาม มาตรา 18 แล้ว
[นิยามคำนี้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516]
(3) "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกอง ประจำการ และได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนกว่าจะได้ปลด
(4) "ทหารกองหนุนประเภทที่ 1" หมายความว่า ทหารที่ปลดจาก กองประจำการ โดยรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหาร กองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึก วิชาทหาร และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตาม พระราชบัญญัตินี้
(5) "ทหารกองหนุนประเภทที่ 2" หมายความว่า ทหารที่ปลดจาก กองเกินตาม มาตรา 39 หรือปลดจากกองประจำการตาม มาตรา 40
(6) "พ้นราชการทหารประเภทที่ 1" หมายความว่า ทหารซึ่งถูก ปลดโดยที่ได้รับราชการในชั้นต่างๆจนครบกำหนดหรือโดยที่พิการทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ในระหว่างรับราชการทหารตาม พระราชบัญญัตินี้
(7) "พ้นราชการทหารประเภทที่ 2" หมายความว่า ทหารกองหนุน ประเภทที่ 2 ที่มีอายุสี่สิบหกปีบริบูรณ์แล้วหรือทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุน ประเภทที่ 2 ซึ่งพิการทุพพลภาพ หรือมีโรคอันไม่สามารถจะรับราชการทหาร ได้ในระหว่างรับราชการทหารตามพระราชบัญญัตินี้ หรือนายทหารสัญญาบัตร ที่ถูกปลดโดยถูกถอดหรือออกจากยศ
(8) "ทหารประจำการ" หมายความว่า ทหารซึ่งรับราชการตามที่ กระทรวงกลาโหมกำหนดซึ่งไม่ใช่ทหารกองประจำการ
(9)"อำเภอ" หมายความรวมถึงกิ่งอำเภอด้วย
(10)"ที่ว่าการอำเภอ" หมายความรวมถึงที่ว่าการกิ่งอำเภอด้วย
(11)"นายอำเภอ" หมายความรวมถึงปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำ กิ่งอำเภอด้วย
[บทนิยามตาม (9) (10) และ (11) ของ มาตรา 4 เพิ่มเติมโดย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 226 ฯ (พ.ศ. 2515)]
มาตรา 5 บุคคลซึ่งต้องลงบัญชีทหารกองเกิน ให้ลงบัญชีที่อำเภอ ดังต่อไปนี้
(1) บุคคลซึ่งบิดายังมีชีวิตอยู่ หรือถ้าบิดาถึงแก่กรรมแล้วมารดายังมี ชีวิตอยู่ หรือถ้าทั้งบิดาและมารดาถึงแก่กรรมแล้วมีผู้ปกครอง ให้ลงบัญชีทหาร กองเกินที่อำเภอท้องที่ที่บิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนา แล้วแต่กรณี
(2) บุคคลซึ่งเกิดนอกสมรสและบิดามิได้จดทะเบียนรับรองบุตร หรือถ้ามารดาถึงแก่กรรมแล้วมีผู้ปกครอง ให้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอ ท้องที่ที่มารดาหรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนา แล้วแต่กรณี
(3) บุคคลนอกจากที่กล่าวใน (1) และ (2) หรือบุคคลที่ไม่อาจ ลงบัญชีทหารกองเกินตาม (1) หรือ (2) ได้ไม่ว่าด้วยกรณีใดก็ตาม ให้ลง บัญชีทหารกองเกินที่อำเภอท้องที่ที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนา ถ้าบุคคลนั้นไม่ปรากฏ ภูมิลำเนาก็ให้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอท้องที่ที่พบตัวบุคคลนั้น
เมื่อได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้วให้ถือว่าผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารอยู่ใน ท้องที่อำเภอที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกิน
ภูมิลำเนาทหารให้มีได้เพียงแห่งเดียว
[ มาตรา 5 แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 226 ฯ (พ.ศ. 2515)]
มาตรา 6 การเรียกและการตรวจเลือกคนเข้าเป็นตำรวจกอง ประจำการตลอดถึงการยกเว้นและการปลดตำรวจซึ่งอยู่ในกองประจำการ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับการเรียกและการตรวจเลือกคนเข้าเป็นทหารกอง ประจำการ การยกเว้น และการปลดทหาร
การเรียกคนเข้ากองประจำการเป็นตำรวจ ให้กระทรวงมหาดไทย ทำได้โดยตกลงกับกระทรวงกลาโหม


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update