กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

    มาตราที่ 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67
   
:: พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตราที่ 53-67

:: การต่ออายุและการเพิกถอน
มาตรา 53 การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่ จดทะเบียนตาม มาตรา 42 และอาจต่ออายุได้ตาม มาตรา 54
อายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง มิให้นับรวมระยะ เวลาในระหว่างการดำเนินคดีทางศาลตาม มาตรา 38 ด้วย
มาตรา 54 เจ้าของเครื่องหมายการค้าใดประสงค์จะต่ออายุการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตน ให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนภายใน เก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุภายในกำหนดเวลาดังกล่าว แล้ว ให้ถือว่าเครื่องหมายการค้านั้น ยังคงจดทะเบียนอยู่จนกว่านายทะเบียน จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
การขอต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เป็นไปตามหลัก เกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 55 ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอต่ออายุภาย ในกำหนดเวลาตาม มาตรา 54 วรรคหนึ่ง และนายทะเบียนเห็นว่าการขอต่อ อายุเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตาม มาตรา 54 วรรคสอง ให้นายทะเบียนต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นอีกสิบ ปีนับแต่วันสิ้นอายุการจดทะเบียนเดิม หรือนับแต่วันสิ้นอายุการจดทะเบียนที่ได้ ต่อไว้ครั้งท้ายสุด แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอต่ออายุ ภายในกำหนด เวลา ตาม มาตรา 54 วรรคหนึ่ง แต่นายทะเบียนเห็นว่าการขอต่ออายุไม่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตาม มาตรา 54 วรรค สอง ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นดำเนินการแก้ ไขให้ถูกต้องภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นทราบโดยไม่ชักช้า ถ้าเจ้าของเครื่องหมาย การค้านั้นมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น
ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีเหตุจำเป็น จนไม่สามารถปฏิบัติ ตามคำสั่ง ของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาตามวรรคสองได้ ให้นาย ทะเบียนมีอำนาจสั่งขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปได้ ตามคว ามจำเป็นแก่ กรณี
มาตรา 56 ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ามิได้ยื่นคำขอต่ออายุ ภายในกำหนดเวลาตาม มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเครื่องหมายการค้า นั้นได้ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนแล้ว
มาตรา 57 เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วอาจร้องขอ ต่อนายทะเบียน ให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนเอง ได้ แต่ในกรณีที่มีการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นต้องได้รับความยินยอมจาก ผู้ได้รับอนุญาตด้วย เว้นแต่สัญญาอนุญาตดังกล่าวจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
การขอเพิกถอนการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 58 ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่า เจ้าของเครื่องหมาย การค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วฝ่าฝืนหรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่นาย ทะเบียนกำหนดในการรับ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ให้นายทะเบียน มีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น
มาตรา 59 ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วหรือตัว แทน เลิกตั้งสำนักงานหรือสถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทยแล้ว ให้ นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น
ในกรณีที่นายทะเบียนมีเหตุอันควรเชื่อว่า เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ ได้จดทะเบียนแล้วหรือตัวแทน เลิกตั้งสำนักงานหรือสถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ ในประเทศไทยแล้วให้นายทะเบียนแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าของเครื่องหมาย การค้านั้นหรือตัวแทน ณ สำนักงานหรือสถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ให้ชี้แจงเป็น หนังสือให้นายทะเบียนทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก นายทะเบียน
ถ้านายทะเบียนไม่ได้รับคำตอบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ ประกาศโฆษณาว่าจะเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ตามวิธี การที่กำหนดในกฎกระทรวง
ถ้านายทะเบียนยังไม่ได้รับคำตอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศโฆษณา ตามวรรคสาม ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า นั้น
มาตรา 60 เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่อง หมายการค้าตาม มาตรา 55 วรรคสอง มาตรา 58 หรือ มาตรา 59 วรรค หนึ่งแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่อง หมายการค้านั้นทราบโดยไม่ชักช้า
เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรค หนึ่ง ต่อคณะกรรมการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของ นายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของ นายทะเบียนเป็นที่สุด
คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด
มาตรา 61 ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการ ให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากแสดงได้ว่า เครื่องหมายการค้านั้น ในขณะที่จดทะเบียน
(1) มิได้เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะตาม มาตรา 7
(2) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 8
(3) เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของ บุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว สำหรับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือ ต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน หรือ
(4) เป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้า ของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสน หลงผิดในความเป็นเจ้าของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าสำหรับ สินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะเดียวกัน
*หมายเหตุ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 รก. เล่ม 117 ตอนที่ 29 ก ลว. 1 เมษายน 2543
มาตรา 62 บุคคลใดเห็นว่าเครื่องหมายการค้าใดขัดต่อความสงบเรียบ ร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย บุคคลนั้นอาจ ร้องขอต่อคณะกรรมการ ให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ได้
มาตรา 63 ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากพิสูจน์ได้ว่าในขณะที่ ขอจดทะเบียน เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นมิได้ตั้งใจโดยสุจริตที่จะใช้ เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ และตามความจริงก็ไม่ เคยมีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตสำหรับสินค้า ดังกล่าวเลยหรือ ในระหว่างสามปีก่อนที่จะมีคำร้องขอให้เพิกถอนมิได้มีการใช้เครื่องหมายการ ค้านั้น โดยสุจริตสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ทั้งนี้เว้นแต่เจ้าของเครื่อง หมายการค้านั้นจะพิสูจน์ได้ว่า การที่มิได้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นมีสาเหตุมา จากพฤติการณ์พิเศษในทางการค้า และมิได้มีสาเหตุมาจากความตั้งใจที่จะไม่ ใช้หรือจะละทิ้งเครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้
มาตรา 64 เมื่อได้รับคำร้องขอตาม มาตรา 61 มาตรา 62 หรือ มาตรา 63 ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นและผู้ได้ รับอนุญาต ถ้ามี ทราบเพื่อยื่นคำชี้แจงของตน คำชี้แจ้งดังกล่าวให้ยื่นต่อคณะ กรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการ
มาตรา 65 เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งเพิกถอนหรือไม่เพิกถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าตาม มาตรา 61 มาตรา 62 หรือ มาตรา 63 ให้ มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว พร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ร้องขอให้เพิกถอน เจ้าขอ เครื่องหมายการค้านั้น และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามีทราบโดยไม่ชักช้า
ผู้ร้องขอให้เพิกถอน เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น หรือผู้ได้รับอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับ แต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการ ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนด เวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการเป็นที่สุด
มาตรา 66 ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิก ถอน การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากแสดงได้ว่าในขณะที่ร้อง ขอนั้นเครื่องหมายการค้านั้น ได้กลายเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขาย สำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวก จนกระทั่งในวงการค้าหรือในสายตา ของสาธารณชน เครื่องหมายการค้านั้นได้สูญเสียความหมาย ของการเป็น เครื่องหมายการค้าไปแล้ว
มาตรา 67 ภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าใดตาม มาตรา 40 ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้ สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ หากแสดงได้ว่าตนมีสิทธิ ในเครื่องหมายการค้านั้น ดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมาย การค้านั้น
ถ้าผู้ร้องแสดงได้แต่เพียงว่า ตนมีสิทธิดีกว่าเฉพาะสินค้าบางอย่างในจำ พวกของสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ให้ศาลมีคำสั่งจำกัดสิทธิแห่งการจดทะเบียน ให้อยู่เฉพาะสินค้าที่ผู้ร้องไม่ได้แสดงว่าตนมีสิทธิดีกว่า


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update