กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24  

:: พระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2543 มาตราที่ 1-24


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 เป็นปีที่ 55 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด เกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเทศบาล
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ ยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2543"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 10 และ มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 10 เทศบาลเมือง ได้แก่ ท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด หรือท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่หนึ่งหมื่นคนขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติ หน้าที่อันต้องทำตามพระราชบัญญัตินี้ และซึ่งมีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็นเทศบาลเมือง พระราชกฤษฎีกานั้นให้ระบุชื่อและเขตของเทศบาลไว้ด้วย
" มาตรา 11 เทศบาลนคร ได้แก่ ท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่ห้าหมื่นคน ขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำ ตามพระราชบัญญัตินี้ และซึ่งมี พระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็นเทศบาลนคร พระราชกฤษฎีกานั้นให้ระบุชื่อและเขตของ " เทศบาลไว้ด้วย"
มาตรา 4 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 14 องค์การเทศบาลประกอบด้วยสภาเทศบาล และคณะเทศมนตรี หรือนายกเทศมนตรีแล้วแต่กรณี
เทศบาลแห่งใดจะมีการบริหารในรูปแบบคณะเทศมนตรี หรือนายกเทศมนตรี ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตเทศบาลแต่ละแห่งตามวิธีการที่กำหนดไว้ ในบทบัญญัติมาตรานี้
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเทศบาลใด จำนวนไม่น้อยกว่า หนึ่งในสี่ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเทศบาลนั้นมีสิทธิเข้าชื่อ ร้องขอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้จัดทำประชามติในเขตเทศบาลนั้นว่าจะกำหนด ให้การบริหารเทศบาลใช้รูปแบบคณะเทศมนตรีหรือนายกเทศมนตรี ผลของประชามติ ให้นำมาใช้เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเป็นการทั่วไปในคราวถัดไปจากวันที่มี การออกเสียงประชามติ และให้ใช้รูปแบบการบริหารตามผลประชามตินั้นตลอดไปจนกว่า จะมีการออกเสียงประชามติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเทศบาลนั้น ให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารเทศบาลเป็นอย่างอื่น
การร้องขอให้ทำประชามติตามวรรคสามต้องเสนอต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้งก่อนครบวาระของสภาเทศบาลที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้นไม่น้อยกว่า สามร้อยหกสิบวัน และจะกระทำในวาระของสภาเทศบาลหนึ่งได้เพียงครั้งเดียว
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในเขตเทศบาลนั้นเป็นผู้มีสิทธิออกเสียง ประชามติ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำประชามติที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนด
ในกรณีที่ผลประชามติในเขตเทศบาลใดแสดงความเห็น ให้มีการบริหาร ในรูปแบบคณะเทศมนตรี ให้บังคับตามบทที่ 2 คณะเทศมนตรี และไม่นำบทที่ 2ทวิ นายกเทศมนตรี มาใช้บังคับ
ในกรณีที่ผลประชามติในเขตเทศบาลใดแสดงความเห็น ให้มีการบริหาร ในรูปแบบนายกเทศมนตรี ให้บังคับตามบทที่ 2ทวิ นายกเทศมนตรี และไม่นำบทที่ 2 " คณะเทศมนตรี มาใช้บังคับ"
มาตรา 5 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2499 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 15 สภาเทศบาลประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งเลือกตั้ง โดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล ตามจำนวนดังต่อไปนี้
(1) สภาเทศบาลตำบล ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสิบสองคน
(2) สภาเทศบาลเมือง ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสิบแปดคน
(3) สภาเทศบาลนคร ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนยี่สิบสี่คน
ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้มีการเลือกตั้ง " สมาชิกขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาเทศบาลประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่"
มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของ มาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
"ประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภาเทศบาลอยู่ ในตำแหน่ง จนครบอายุของสภาเทศบาล หรือมีการยุบสภาเทศบาล หรือถือว่ามีการยุบสภาเทศบาล ตาม มาตรา 19 วรรคสาม"
 
มาตรา 7 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 20ทวิ และ มาตรา 20ตรี แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
" มาตรา 20ทวิ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตาม มาตรา 20 วรรคสอง ประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภาเทศบาลพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) พ้นจากสมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาล
(2) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
" มาตรา 20ตรี ในกรณีที่ตำแหน่งประธานสภาเทศบาลหรือรองประธาน สภาเทศบาลว่างลงเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งตาม มาตรา 20ทวิ ให้สภาเทศบาลเลือก " สมาชิกสภาเทศบาลขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง"
มาตรา 8 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 27 การประชุมสภาเทศบาล ต้องมีสมาชิกสภาเทศบาลมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม"
มาตรา 9 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 32 สภาเทศบาลมีอำนาจเลือกสมาชิกสภาเทศบาลตั้งเป็น คณะกรรมการสามัญของสภาเทศบาล และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมการวิสามัญของสภาเทศบาล เพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาเทศบาล แล้วรายงานต่อสภาเทศบาล
ในการตั้งคณะกรรมการวิสามัญตามวรรคหนึ่ง นายกเทศมนตรีมีสิทธิเสนอชื่อ บุคคลผู้เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิก เพื่อให้สภาเทศบาลแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการ วิสามัญได้ไม่เกินหนึ่งในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
คณะกรรมการที่สภาเทศบาลตั้งขึ้นตามวรรคหนึ่ง จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้"
มาตรา 10 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 32ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
" มาตรา 32ทวิ ในกรณีกิจการในเรื่องใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสีย ของเทศบาลหรือประชาชนในท้องถิ่น สมาชิกสภาเทศบาลจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่หรือคณะเทศมนตรีอาจเสนอต่อประธานสภาเทศบาลเพื่อให้มี การออกเสียงประชามติในท้องถิ่นได้ และประกาศให้ประชาชนทราบ
การออกเสียงประชามติต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการขอปรึกษา ความเห็น ของประชาชนว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกิจการสำคัญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามวรรคหนึ่ง ซึ่งมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย การออกเสียงประชามติที่เกี่ยวกับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือคณะบุคคลใดคณะบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะจะกระทำมิได้
บุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลย่อมมีสิทธิออกเสียงประชามติ
การออกเสียงประชามติตามมาตรานี้ให้มีผลเป็นเพียงการ ให้คำปรึกษาแก่ สภาเทศบาลหรือคณะเทศมนตรีในเรื่องนั้น
หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ " การเลือกตั้งกำหนด"
มาตรา 11 ให้ยกเลิกชื่อส่วนที่ 2 คณะเทศมนตรี และ มาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
บทที่ 2 คณะเทศมนตรี
" มาตรา 36 ในกรณีที่ประชาชนในเขตเทศบาลใดออกเสียงแสดงประชามติ ให้การบริหารเทศบาลในรูปแบบคณะเทศมนตรี ให้เทศบาลนั้นมีคณะเทศมนตรี ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีคนหนึ่งและเทศมนตรีตามจำนวนดังนี้
(1) เทศบาลตำบล ให้มีเทศมนตรีไม่เกินสองคน
(2) เทศบาลเมือง ให้มีเทศมนตรีไม่เกินสามคน
(3) เทศบาลนคร ให้มีเทศมนตรีไม่เกินสี่คน"
มาตรา 12 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นบทที่ 2ทวิ นายกเทศมนตรี และ มาตรา 48ทวิ มาตรา 48ตรี มาตรา 48จัตวา มาตรา 48เบญจ มาตรา 48ฉ มาตรา 48สัตต มาตรา 48อัฏฐ มาตรา 48นว มาตรา 48ทศ มาตรา 48เอกาทศ มาตรา 48ทวาทศ มาตรา 48เตรส มาตรา 48จตุทศ มาตรา 48ปัญจทศ มาตรา 48โสฬส มาตรา 48สัตตรส มาตรา 48อัฏฐารส มาตรา 48เอกูนวีสติ มาตรา 48วีสติ มาตรา 48เอกวีสติ มาตรา 48ทวาวีสติ มาตรา 48เตวีสติ มาตรา 48จตุวีสติ และ มาตรา 48ปัญจวีสติ
บทที่ 2ทวิ นายกเทศมนตรี
" มาตรา 48ทวิ ในกรณีที่ประชาชนในเขตเทศบาลใดออกเสียงแสดง ประชามติให้การบริหารในเขตเทศบาลใช้รูปแบบนายกเทศมนตรี ให้เทศบาลนั้นมีนายก เทศมนตรีคนหนึ่งซึ่งเลือกตั้งโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาล
การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีให้กระทำโดยวิธีออกเสียงลงคะแนน โดยตรง และลับ
หลักเกณฑ์และวิธีการสมัครรับเลือกตั้งและการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
" มาตรา 48ตรี บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นายกเทศมนตรี
(1) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้ สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง และ
(3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า เก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง
" มาตรา 48จัตวา บุคคลผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี
(1) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(2) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
(4) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
" มาตรา 48เบญจ บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง และ
(3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลในวันสมัคร รับเลือกตั้งและได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วย ภาษีบำรุงท้องที่ให้เทศบาล ในปีที่สมัครหรือในปีก่อนปีที่สมัครหนึ่งปี
" มาตรา 48ฉ บุคคลผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เป็นบุคคล ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี
(1) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตาม มาตรา 48จัตวา (1) (2) หรือ (4)
(2) ติดยาเสพย์ติดให้โทษ
(3) เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(5) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปโดยได้พ้นโทษมา ยังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
(6) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
(7) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
(8) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
(9) เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา
(10) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือของรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
(11) อยู่ในระหว่างต้องห้ามหรือตัดสิทธิมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(12) เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งถูกให้พ้นจาก ตำแหน่งเนื่องจากกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
(13) เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งราษฎรลงคะแนนเสียง ให้พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งครั้งหลังสุดจนถึง วันเลือกตั้ง
" มาตรา 48สัตต ให้นายกเทศมนตรีดำรงตำแหน่งนับแต่วันเลือกตั้ง และมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกัน เกินสองวาระไม่ได้
เมื่อนายกเทศมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ภายใน สี่สิบห้าวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง
" มาตรา 48อัฏฐ นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีซึ่ง มิใช่สมาชิกสภาเทศบาลเป็นผู้ช่วยเหลือ ในการบริหารราชการของเทศบาลตามที่ นายกเทศมนตรีมอบหมายได้ตามจำนวนดังต่อไปนี้
(1) เทศบาลตำบล ให้มีรองนายกเทศมนตรีไม่เกินสองคน
(2) เทศบาลเมือง ให้มีรองนายกเทศมนตรีไม่เกินสามคน
(3) เทศบาลนคร ให้มีรองนายกเทศมนตรีไม่เกินสี่คน
" มาตรา 48นว รองนายกเทศมนตรีต้องมีคุณสมบัติตาม มาตรา 48เบญจ (1) และ (2) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 48ฉ
" มาตรา 48ทศ นายกเทศมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการต้องแถลงนโยบาย ต่อสภาเทศบาลโดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เข้า ดำรงตำแหน่ง
ก่อนแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล นายกเทศมนตรีต้องปฏิญาณตนใน ที่ประชุมสภาเทศบาลว่าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของราษฎรหรือราชการ นายกเทศมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้
ให้นายกเทศมนตรีรายงานและแถลงผล การปฏิบัติงานตามนโยบาย ที่ได้แถลงไว้ตามวรรคหนึ่งต่อสภาเทศบาลเป็นประจำทุกปี
ในกรณีที่ประธานสภาเทศบาลไม่เรียก ประชุมสภาเทศบาลภายในกำหนด เวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้เรียกประชุมและเป็นผู้เปิดหรือปิดประชุม
" มาตรา 48เอกาทศ นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี หรือผู้ซึ่ง นายกเทศมนตรีมอบหมายมีสิทธิเข้าประชุมสภาเทศบาล และมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริง ตลอดจนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของตนต่อที่ประชุม แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง ลงคะแนน
" มาตรา 48ทวาทศ สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิก เท่าที่มีอยู่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้ นายกเทศมนตรีแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในปัญหาอันเกี่ยวกับการบริหารราชการ เทศบาลโดยไม่มีการลงมติ
ญัตติตามวรรคหนึ่งให้ยื่นต่อประธานสภาเทศบาล และให้ประธานสภาเทศบาล กำหนดวันสำหรับการอภิปรายทั่วไป ซึ่งต้องไม่เร็วกว่าห้าวันและไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่ วันที่ได้รับญัตติ แล้วแจ้งให้นายกเทศมนตรีทราบ
" มาตรา 48เตรส นายกเทศมนตรีมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) กำหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย และรับผิดชอบในการบริหาร ราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมายเทศบัญญัติ และนโยบาย
(2) สั่ง อนุญาต และอนุมัติเกี่ยวกับราชการของเทศบาล
(3) แต่งตั้งและถอดถอนรองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรี
(4) วางระเบียบเพื่อให้งานของเทศบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
(5) รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัติ
(6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายอื่น
" มาตรา 48จตุทศ นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรีต้องไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ การพาณิชย์ของเทศบาล บริษัทที่เทศบาลถือหุ้น หรือตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เว้นแต่ตำแหน่งที่ต้องดำรงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
(2) รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ เป็นพิเศษจากส่วนราชการหรือหน่วยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ การพาณิชย์ของเทศบาลหรือบริษัทที่เทศบาลถือหุ้น นอกเหนือไปจากที่ ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ การพาณิชย์ของเทศบาลหรือบริษัทที่เทศบาล ถือหุ้นปฏิบัติกับบุคคลในธุรกิจการงานตามปกติ
(3) เป็นคู่สัญญาหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญา ที่ทำกับเทศบาล หรือการพาณิชย์ของเทศบาล หรือบริษัทที่เทศบาลถือหุ้น
บทบัญญัติตามมาตรานี้มิให้ใช้บังคับกับกรณีที่บุคคล ดังกล่าวตามวรรคหนึ่งได้รับเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ หรือเงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และมิให้ใช้บังคับกับกรณีที่บุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่งรับเงินตอบแทนค่าเบี้ยประชุมหรือ เงินอื่นใดเนื่องจากการดำรงตำแหน่งกรรมาธิการของรัฐสภาหรือวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาเทศบาลหรือสภาท้องถิ่นอื่น หรือกรรมการที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นโดยตำแหน่ง
" มาตรา 48ปัญจทศ นายกเทศมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ถึงคราวออกตามวาระ
(2) ตาย
(3) เมื่อมีการยุบสภาเทศบาล
(4) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
(5) ขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 48เบญจ หรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 48ฉ
(6) กระทำการฝ่าฝืนตาม มาตรา 48จตุทศ
(7) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(8) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสอบสวน และสั่งให้ออกจาก ตำแหน่งตาม มาตรา 73
(9) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจาก ตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น
ในระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่ของ นายกเทศมนตรีเท่าที่จำเป็นได้เป็นการชั่วคราวจนกว่านายกเทศมนตรีซึ่งได้รับเลือกตั้ง ขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
เมื่อมีกรณีสงสัยว่าความเป็นนายกเทศมนตรี สิ้นสุดลงตาม (5) หรือ (6) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เป็นที่สุด
" มาตรา 48โสฬส รองนายกเทศมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) นายกเทศมนตรีพ้นจากตำแหน่ง
(2) นายกเทศมนตรีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
(3) ตาย
(4) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี
(5) ขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 48เบญจ (1) และ (2) หรือมีลักษณะ ต้องห้ามตาม มาตรา 48ฉ
(6) กระทำการฝ่าฝืน มาตรา 48จตุทศ
(7) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(8) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสอบสวน และสั่งให้ออก จากตำแหน่งตาม มาตรา 73
ให้นำความในวรรคสามของ มาตรา 48ปัญจทศ มาใช้บังคับกับกรณี รองนายกเทศมนตรีด้วยโดยอนุโลม
" มาตรา 48สัตตรส ให้นายกเทศมนตรีควบคุมและรับผิดชอบในการ บริหารกิจการของเทศบาลและเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเทศบาล และลูกจ้างเทศบาล
" มาตรา 48อัฏฐารส เทศบาลแบ่งส่วนราชการ ดังต่อไปน
(1) สำนักปลัดเทศบาล
(2) ส่วนราชการอื่นตามที่นายกเทศมนตรีประกาศกำหนด โดย ความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย
การกำหนดอำนาจหน้าที่ของสำนักปลัดเทศบาล และส่วนราชการอื่น ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่นายกเทศมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของ กระทรวงมหาดไทย
" มาตรา 48เอกูนวีสติ ให้มีปลัดเทศบาลคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา พนักงานเทศบาลและลูกจ้างเทศบาลรองจากนายกเทศมนตรี และรับผิดชอบควบคุม ดูแลราชการประจำของเทศบาลให้เป็นไปตามนโยบาย และมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่มี กฎหมายกำหนดหรือตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย
การบริหารงานบุคคลของเทศบาลให้เป็นไป ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
" มาตรา 48วีสติ อำนาจหน้าที่ในการสั่งหรือการปฏิบัติราชการของ รองนายกเทศมนตรี ให้เป็นไปตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย
ในกรณีที่นายกเทศมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกเทศมนตรี ตามลำดับที่นายกเทศมนตรีจัดไว้เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเทศมนตรี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ปลัดเทศบาลเป็นผู้รักษาราชการแทน
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่ นายกเทศมนตรีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ หรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ หรือคำสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นไม่ได้ กำหนดในเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น นายกเทศมนตรีอาจมอบอำนาจโดย ทำเป็นหนังสือให้รองนายกเทศมนตรี เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีก็ได้ แต่ถ้า มอบให้ปลัดเทศบาลหรือรองปลัดเทศบาลปฏิบัติราชการแทน ให้ทำเป็นคำสั่งและประกาศ ให้ประชาชนทราบ
การปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีตามวรรคสาม ต้องกระทำภายใต้ การกำกับดูแลและกรอบนโยบายที่นายกเทศมนตรีกำหนดไว้
" มาตรา 48เอกวีสติ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี และพนักงานเทศบาลเป็นเจ้าพนักงานตาม ประมวลกฎหมายอาญา
" มาตรา 48ทวาวีสติ ถ้าในเขตเทศบาลใด รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเห็นเป็นการสมควรให้นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หรือหัวหน้าส่วนราชการในเขตเทศบาลนั้นมีอำนาจเปรียบเทียบคดี ละเมิดเทศบัญญัติได้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในการเปรียบเทียบคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อได้เปรียบเทียบคดีใดแล้ว ให้รีบส่ง บันทึกการเปรียบเทียบพร้อมด้วยสำนวนไปยัง พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแห่งเขตท้องที่ ซึ่งเทศบาลนั้นตั้งอยู่เพื่อดำเนินการต่อไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยไม่ชักช้า
" มาตรา 48เตวีสติ เมื่อพ้นกำหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มี พระราชกฤษฎีกายกฐานะท้องถิ่นใดเป็นเทศบาลแล้ว ให้นายกเทศมนตรีมีอำนาจหน้าที่ อย่างเดียวกับอำนาจหน้าที่ของกำนันและผู้ใหญ่บ้านบรรดาที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วย ลักษณะปกครองท้องที่หรือกฎหมายอื่น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
" มาตรา 48จตุวีสติ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ ตอบแทนอย่างอื่นของนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรี ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
" มาตรา 48ปัญจวีสติ ในกรณีที่บทบัญญัติมาตราใดในพระราชบัญญัตินี้ กล่าวถึงคณะเทศมนตรีให้หมายถึงนายกเทศมนตรี บทบัญญัติมาตราใดกล่าวถึงเทศมนตรี ให้หมายถึงรองนายกเทศมนตรี เว้นแต่บทบัญญัติมาตราใดมีข้อความเป็นอย่างเดียวกัน หรือขัดแย้งกันกับบทบัญญัติในบทนี้ ให้ใช้บทบัญญัติในบทนี้แทน
บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ ประกาศ หรือคำสั่งใดที่อ้างถึงคณะเทศมนตรีหรือเทศมนตรีให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ ประกาศ หรือคำสั่งนั้น อ้างถึงนายกเทศมนตรี ตามบทนี้ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งบทนี้"
มาตรา 13 ให้ยกเลิก มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
มาตรา 14 ให้ยกเลิก มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2523
มาตรา 15 ให้ยกเลิก มาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
มาตรา 16 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 61ทวิ และ มาตรา 61ตรี แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
" มาตรา 61ทวิ ร่างเทศบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดย
(1) นายกเทศมนตรี
(2) สมาชิกสภาเทศบาล หรือ
(3) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อ เสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
ในกรณีที่สมาชิกสภาเทศบาลเป็นผู้เสนอ ร่างเทศบัญญัติต้องมีสมาชิกสภาเทศบาล ลงนามรับรองไม่น้อยกว่าสองคน
ร่างเทศบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน สมาชิกสภาเทศบาลจะเสนอได้ต่อเมื่อ มีคำรับรองของนายกเทศมนตรี
" มาตรา 61ตรี ร่างเทศบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน หมายความถึงร่างเทศพาณิชย์ หรือร่างเทศบัญญัติว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) การจัดเก็บ ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลง แก้ไข ผ่อน หรือวางระเบียบ การบังคับอันเกี่ยวกับภาษีอากร
(2) การเก็บรักษาเงิน การจ่ายเงิน หรือการโอนงบประมาณของเทศบาล
(3) การกู้เงิน การค้ำประกัน หรือการใช้เงินกู้
(4) การคลัง การงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน การจัดหาผลประโยชน์จาก ทรัพย์สิน การจ้าง และการพัสดุ
ในกรณีเป็นที่สงสัยว่าร่างเทศบัญญัติใดเป็นร่างเทศบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน " ที่จะต้องมีคำรับรองของนายกเทศมนตรี ให้ประธานสภาเทศบาลเป็นผู้วินิจฉัย"
มาตรา 17 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" มาตรา 62 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สภาเทศบาลได้มีมติเห็นชอบด้วยกับ ร่างเทศบัญญัติใด ในกรณีเทศบาลตำบล ให้ประธานสภาเทศบาลส่งร่างเทศบัญญัติไปยัง นายอำเภอเพื่อส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา ในกรณีเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร ให้ประธานสภาเทศบาลส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา
ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องพิจารณาร่างเทศบัญญัติ ตามวรรคหนึ่งให้เสร็จและส่งคืน ประธานสภาเทศบาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างเทศบัญญัตินั้น ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบ ด้วยกับร่างเทศบัญญัติดังกล่าว
ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยกับร่างเทศบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งนายกเทศมนตรีลงนามใช้บังคับเป็นเทศบัญญัติต่อไป แต่ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เห็นชอบด้วย ให้ส่งร่างเทศบัญญัตินั้นพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสภาเทศบาลเพื่อพิจารณาใหม่ ถ้าสภาเทศบาลมีมติยืนยันตามร่างเทศบัญญัติเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของ สมาชิกเท่าที่มีอยู่ ให้ประธานสภาเทศบาลส่งร่างเทศบัญญัตินั้นให้นายกเทศมนตรีลงนาม " ใช้บังคับเป็นเทศบัญญัติ และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบต่อไป"
มาตรา 18 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของ มาตรา 62ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2519
"บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้ บังคับกับการบริหารเทศบาลในรูปแบบนายกเทศมนตรี"
มาตรา 19 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 62ตรี แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
" มาตรา 62ตรี ในกรณีที่สภาเทศบาลไม่รับหลักการแห่งร่างเทศบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างเทศบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมให้สภาเทศบาล ตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยกรรมการจำนวนสิบห้าคน เพื่อพิจารณาหาข้อยุติ ความขัดแย้งในสาระสำคัญที่บัญญัติไว้ในร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายนั้น
คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งสภาเทศบาลแต่งตั้ง จำนวนเจ็ดคน และบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกซึ่งนายกเทศมนตรีเสนอจำนวนเจ็ดคน และให้กรรมการทั้งสิบสี่คนร่วมกันปรึกษาและเสนอบุคคลซึ่งมิได้เป็นกรรมการและมิได้เป็น สมาชิกคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการดังกล่าวภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่กรรมการ ครบจำนวนสิบสี่คน
ในกรณีที่ไม่สามารถเสนอบุคคลที่จะทำหน้าที่ เป็นประธานได้ภายในกำหนด เวลาตามวรรคสอง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งบุคคลซึ่งมิได้เป็นกรรมการและมิได้เป็น สมาชิกขึ้นทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการดังกล่าว
ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งพิจารณา และรายงานผลการพิจารณาต่อ สภาเทศบาลให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่แต่งตั้งประธานคณะกรรมการ ในกรณี ที่คณะกรรมการไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ประธาน คณะกรรมการรวบรวมผลการพิจารณา แล้ววินิจฉัยชี้ขาดและรายงานต่อสภาเทศบาล โดยเร็ว
ถ้าสภาเทศบาลยังไม่เห็นชอบด้วยกับผล การพิจารณาของคณะกรรมการ หรือผลการวินิจฉัยของประธานคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า สามในสี่ของจำนวนสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมด ให้ร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายนั้น เป็นอันตกไปและให้ใช้เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณที่แล้วไปพลางก่อน ในกรณีเช่นว่านี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งยุบสภาเทศบาล ถ้ามีข้อเสนอ ของนายกเทศมนตรี
บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับกับการบริหารเทศบาล ในรูปแบบคณะเทศมนตรี"
มาตรา 20 บรรดาสมาชิกสภาเทศบาลและคณะเทศมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่ง อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตาม พระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
มาตรา 21 ให้นำ มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับเทศบาลทุกแห่งนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2540 เป็นต้นไป เว้นแต่กรณีที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่ต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนคร หรือสมาชิกสภา เทศบาลเมือง แห่งใด โดยเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุมีการยุบสภาหรือถึงคราวออกตาม วาระ และเป็นการเลือกตั้งของเทศบาลแห่งนั้นในครั้งแรกนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีตามบทที่ 2ทวิ นายกเทศมนตรี ในคราวเดียวกัน โดยมิให้นำ มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ แต่เมื่อสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีที่มาจาก การเลือกตั้งในครั้งดังกล่าวเข้ารับตำแหน่งแล้ว ให้นำ มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับเทศบาลแห่งนั้น
(2) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลแห่งใด เป็นเทศบาลเมือง ก่อนถึงวันที่ 1 มกราคม 2550 ให้นำความใน (1) มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิก สภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีของเทศบาลเมืองนั้นด้วยโดยอนุโลม
การบริหารเทศบาลตำบลให้ดำเนินการบริหารในรูปแบบคณะเทศมนตรี ตามบทที่ 2 คณะเทศมนตรี ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบล ขึ้นใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปหลังจากวันที่ 1 มกราคม 2550 ในกรณีเช่นว่านี้ให้นำ
มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับสำหรับการเลือกตั้งครั้งที่จะจัดให้มีขึ้นนั้น
มาตรา 22 ในกรณีที่เทศบาลใดได้กำหนดวันเลือกตั้งไว้แล้วก่อนวันจัดทำ ประชามติตาม มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินการเลือกตั้งในรูปแบบคณะเทศมนตรี ต่อไปตาม พระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 23 ในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภา ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้ บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล หรือนายกเทศมนตรีเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้
ในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ให้เทศบาลเรียกเก็บค่าสมัคร เป็นเงินจำนวนห้าพันบาท
ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ให้ถือเขตเทศบาลเป็นเขตเลือกตั้ง
ในกรณีที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีในคราวเดียวกัน ให้ใช้หน่วยเลือกตั้ง ที่เลือกตั้ง เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง คณะกรรมการตรวจคะแนน เจ้าหน้าที่คะแนน และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมกันก็ได้
ใบสมัครและบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลหรือนายกเทศมนตรี ให้เป็นไป ตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยเรียบร้อย กระทรวง มหาดไทยอาจออกระเบียบกำหนดวิธีปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลหรือ นายกเทศมนตรีเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลได
มาตรา 24 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง โดยตรงของประชาชนหรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น และการเลือกตั้งคณะผู้ บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรง และลับ สมควรปรับปรุงรูปแบบการบริหารเทศบาลจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ให้นายกเทศบาล มาตรีมาจากการเลือกกันเองของสมาชิกสภาเทศบาล เป็นให้นายกเทศมนตรีมาจากการ เลือกตั้งของราษฎรในเขตเทศบาลเพื่อให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมในการปกครองตนเองตาม เจตนารมณ์ของราษฎรในท้องถิ่นโดยตรง นอกจากนี้ สมควรปรับปรุงการปฏิบัติงานของสภา เทศบาลให้เหมาะสมและสอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
(ร.จ. เล่ม 117 ตอนที่ 41 ก หน้า 12 วันที่ 12 พฤษภาคม 2543)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update