กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

    มาตราที่ 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38
   
:: พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 มาตราที่ 14-38

:: หมวด 2 ธุรกิจนำเที่ยว
มาตรา 14  ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจนำเที่ยว เว้นแต่จะได้รับ ใบอนุญาตจากนายทะเบียน
การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และแบบใบอนุญาต ให้เป็นไป ตามแบบหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 15  ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา
(ก) มีสัญชาติไทย
(ข) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(ค) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย
(ง) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(จ) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(ฉ) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิด ลหุโทษ
(ช) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(ซ) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต ต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
(2) ถ้าเป็นนิติบุคคล
(ก) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
(ข) มีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย
(ค) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ทุนของห้างหุ้นส่วน สามัญจดทะเบียนนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดต้องเป็นของหุ้นส่วน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย และหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้ จัดการต้องมีสัญชาติไทย
(ง) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัด ความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย และทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดต้องเป็นของหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย
(จ) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการบริษัทจำกัดจำนวนไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่า ร้อยละห้าสิบเอ็ดต้องเป็นของบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทยและ บริษัทจำกัดนั้นจะต้องไม่มีข้อบังคับอนุญาตให้ออกใบหุ้นชนิดออก ให้แก่ผู้ถือ
(ฉ) หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการนิติบุคคลดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (1) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช) และ (ซ)
(ช) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(ซ) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต ต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
ทั้งนี้ ไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบ ธุรกิจของคนต่างด้าวมาใช้บังคับแก่การประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาม พระราชบัญญัตินี้
มาตรา 16   ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตาม มาตรา  14 เป็น คนต่างด้าวภายใต้ความตกลงที่ประเทศไทยมีข้อผูกพันอยู่กับรัฐบาล ต่างประเทศมิให้นำความใน มาตรา  15 (1) (ก) และ (2) (ค) (ง) และ  (จ) มาใช้บังคับแก่ผู้นั้น
 
    มาตรา 17   ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งการออกหรือไม่ออกใบ อนุญาตตาม มาตรา  14 ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต
ในกรณีที่นายทะเบียนออกใบอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบ อนุญาตทราบเพื่อมารับใบอนุญาตจากนายทะเบียนและวางหลัก ประกันตาม มาตรา  18 ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง  ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาต ภายในเวลาดังกล่าวโดย ไม่แจ้งเหตุผลหรือข้อขัดข้องให้นายทะเบียนทราบ ให้นายทะเบียน ยกเลิกการออกใบอนุญาตนั้น
ในกรณีที่นายทะเบียนไม่ออกใบอนุญาต ให้แสดงเหตุผลในหนังสือ แจ้งการไม่ออกใบอนุญาตให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย
มาตรา 18   ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องวางหลักประกันซึ่งได้แก่ เงินสด หนังสือค้ำประกันของธนาคาร พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไทยค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันต่อผู้ว่าการ เพื่อประกัน ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับ ธุรกิจนำเที่ยวที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีอยู่กับนักท่องเที่ยวและ หรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว  ทั้งนี้ ตามจำนวนเงินประกัน ที่กำหนดในกฎกระทรวง
การจัดการเกี่ยวกับดอกผลของหลักประกันและการเปลี่ยนหลัก ประกันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง
มาตรา 19   ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยววางหลักประกันเป็น เงินสดไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับผิดชอบในการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ในนาม ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่ละราย รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินจาก บัญชีเงินฝากกับธนาคาร  ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด  สำหรับดอกผลที่เกิดจากเงินฝากที่เป็นเงินสดนั้น ให้ตกเป็นของผู้ ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่วางหลักประกัน
มาตรา 20   ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยววางหลักประกันเป็น หนังสือค้ำประกันของธนาคาร หนังสือค้ำประกันของธนาคารให้ เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 21   ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนจากการรายงานของ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือการร้องเรียนของนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือความปรากฏต่อนายทะเบียนโดยประการ อื่นว่า บุคคลดังกล่าวได้รับความเสียหายจากการที่ผู้ประกอบธุรกิจ นำเที่ยว ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวที่ได้ทำไว้ กับบุคคลดังกล่าวให้นายทะเบียนดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยวซึ่งไม่มีภูมิลำเนาหรือ ถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย เมื่อนายทะเบียนได้ทำการสอบสวน แล้วปรากฏว่าเป็นจริงตามนั้นและผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้นั้นยัง ไม่ยินยอมปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ยินยอมชดใช้ค่า เสียหายให้แก่บุคคลดังกล่าวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(ก) ถ้าจำนวนเงินค่าเสียหายไม่เกินวงเงินที่คณะกรรมการ ได้กำหนดไว้ให้อยู่ในอำนาจของผู้ว่าการที่จะพิจารณาอนุมัติสั่งจ่าย ได้เองให้นายทะเบียนเสนอเรื่องให้ผู้ว่าการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงิน ค่าเสียหายดังกล่าวจากหลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้นั้น ได้วางไว้ตาม มาตรา  18 ให้แก่นักท่องเที่ยวดังกล่าวโดยไม่ชักช้า แล้ว แจ้งผลการดำเนินการให้คณะกรรมการและผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้นั้นทราบ หรือให้ผู้ว่าการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณา ตาม ควรแก่กรณี
(ข) ถ้าจำนวนเงินค่าเสียหายเกินวงเงินที่คณะกรรมการได้ กำหนดไว้ดังกล่าวข้างต้น ให้นายทะเบียนเสนอเรื่องให้ผู้ว่าการ พิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินค่าเสียหายในส่วนที่ไม่เกินวงเงินดังกล่าว ให้แก่นักท่องเที่ยวผู้นั้นก่อน ส่วนค่าเสียหายในส่วนที่เกินวงเงิน ดังกล่าวให้นายทะเบียนเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาให้ ความเห็นชอบแล้วแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้นั้นทราบโดยเร็ว
(2) ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยวซึ่งมีภูมิลำเนาหรือ ถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยหรือเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว  ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้นั้นชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่บุคคลดังกล่าวตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ นายทะเบียนกำหนดถ้าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่มีหนังสือโต้แย้ง มาภายในระยะเวลาที่กำหนดให้นายทะเบียนดำเนินการตาม (1) (ก)  หรือ (ข) โดยอนุโลม  แต่ถ้าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีหนังสือโต้แย้ง มาภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้ว่าการเจรจาทำความตกลงกับผู้ ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและผู้เสียหาย ถ้าตกลงกันได้ให้ผู้ว่าการจ่าย เงินจากหลักประกันให้แก่ผู้เสียหายตามที่ได้ตกลงกัน ถ้าตกลงกัน ไม่ได้ให้ผู้เสียหายและผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตั้งอนุญาโตตุลาการ เป็นผู้ชี้ขาดและให้นำกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับ
เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง (1) หรือ (2) เสร็จแล้ว ให้ นายทะเบียนพิจารณาดำเนินการตาม มาตรา  32 แก่ผู้ประกอบธุรกิจ นำเที่ยวผู้นั้น ตามควรแก่กรณี
มาตรา 22   นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใดไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ นายทะเบียนหรือของผู้ว่าการตาม มาตรา  21 มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการได้ และให้นำ มาตรา  31 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 23   ในกรณีที่หลักประกันตาม มาตรา  18 มีจำนวนลดลง เพราะได้ใช้จ่ายไปตาม มาตรา  21 ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องนำ หลักประกันมาวางเพิ่มเติมให้ครบภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าการกำหนด
มาตรา 24   ให้ผู้ว่าการคืนหลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยววาง ไว้ตาม มาตรา  18 ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวภายในสามสิบวันนับ แต่วันที่เพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตหรือนับแต่วันได้ รับหนังสือแจ้งการบอกเลิกการประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากผู้ประกอบ ธุรกิจนำเที่ยว
ในหนังสือแจ้งการบอกเลิกการประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องรับรองด้วยว่าตนไม่มีหนี้เกี่ยวกับธุรกิจ นำเที่ยวที่จะต้องชำระให้แก่นักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว
ในกรณีที่ผู้ว่าการได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวว่าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามวรรคหนึ่ง  ยังมีหนี้เกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวที่จะต้องชำระให้แก่บุคคลดังกล่าวอยู่  ให้ผู้ว่าการรอการคืนหลักประกันไว้ก่อน
มาตรา 25   ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ว่าด้วยมาตรฐานการประกอบธุรกิจนำเที่ยว
มาตรา 26   ในการโฆษณาการจัดบริการนำเที่ยวหรือรายละเอียด ในการนำเที่ยวที่จะจัดในแต่ละปี ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจัดทำ เป็นเอกสารซึ่งอย่างน้อยจะต้องมีรายการดังนี้
(1) ชื่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว สถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และ เลขที่ใบอนุญาต
(2) ระยะเวลาที่ใช้ในการให้บริการนำเที่ยว
(3) อัตราค่าบริการ
(4) ประเภทของยานพาหนะที่ใช้ในการให้บริการนำเที่ยว
(5) จุดหมายปลายทางและที่แวะพัก รวมทั้งสถานที่สำคัญ ๆ ใน การนำเที่ยว
(6) ลักษณะและประเภทของที่พัก และจำนวนครั้งของอาหารที่จัดให้
ก่อนเผยแพร่เอกสารตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องส่ง เอกสารดังกล่าว ให้แก่นายทะเบียนอย่างน้อยสามฉบับ
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการในการจัดบริการนำเที่ยวที่ได้ โฆษณาไปแล้วผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและ นายทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า
มาตรา 27   ในระหว่างให้บริการนำเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องพยายามให้นักท่องเที่ยวได้รับบริการเท่าเทียมหรือใกล้เคียง กับที่ได้ตกลงกันไว้ และถ้ามีการเปลี่ยนแปลง บริการนำเที่ยวโดย ไม่ได้รับความยินยอมจากนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงนั้น
มาตรา 28  ใบอนุญาตให้มีอายุสองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่น คำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอ ต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไปได้จนกว่า จะได้รับแจ้งการไม่อนุญาตจากนายทะเบียน
การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ถ้าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใดไม่ต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาต สิ้นอายุให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้นั้นเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตั้งแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุพร้อมทั้งส่งคืนใบอนุญาตแก่นายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุและให้นำความใน มาตรา   24 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 29   ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตายและใบอนุญาตยัง ไม่สิ้นอายุ  ถ้าคู่สมรสหรือบุตรซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วของผู้ประกอบธุรกิจ นำเที่ยวประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวนั้นต่อไป ก็ให้ประกอบ ธุรกิจนำเที่ยวได้ต่อไปจนกว่าใบอนุญาตจะสิ้นอายุ แต่ต้องแจ้งให้ นายทะเบียนทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบธุรกิจ นำเที่ยวตาย
ในระหว่างการประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามวรรคหนึ่ง คู่สมรสหรือบุตร ที่บรรลุนิติภาวะแล้วของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีหน้าที่และความ รับผิดชอบเสมือนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ถ้าคู่สมรสหรือบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ไม่ประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวนั้นต่อไป ให้แจ้งให้นายทะเบียน ทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาย
มาตรา 30   ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจ นำเที่ยวในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ ต้องแจ้งความประสงค์ ดังกล่าวเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า สามสิบวันก่อนวันเลิกประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมทั้งส่งคืนใบอนุญาต แก่นายทะเบียนและให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อไปได้จนถึงวันเลิก ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
มาตรา 31   ในกรณีที่นายทะเบียนไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาต ให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาต หรือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมี สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการ โดยยื่นเป็น หนังสือต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่ ออกใบอนุญาต หรือการไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตจากนาย ทะเบียน และให้นายทะเบียนเสนอหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ  ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ดังกล่าว
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
มาตรา 32   ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่า ผู้ประกอบธุรกิจ นำเที่ยวผู้ใด
(1) มีกรณีตาม มาตรา  21
(2) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ
(3) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ ผู้ว่าการ นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งสั่งตามพระราชบัญญัตินี้
ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้โดยมีกำหนดระยะ เวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินครั้งละหกเดือน
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะประกอบธุรกิจ นำเที่ยวในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่ได้เว้นแต่จะได้อุทธรณ์ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตต่อคณะกรรมการตาม มาตรา  35
มาตรา 33   เมื่อความปรากฏต่อนายทะเบียนว่าผู้ประกอบธุรกิจ นำเที่ยวผู้ใดมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตาม มาตรา  15
(2) ไม่ปฏิบัติตาม มาตรา  23
(3) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตาม มาตรา  32 มาแล้ว และฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา  32 (1) หรือ (2) อีก
ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตและให้ผู้ประกอบ ธุรกิจนำเที่ยวผู้นั้นส่งคืนใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา 34   ให้นายทะเบียนส่งหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวทราบ  ถ้าไม่สามารถส่งได้หรือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ยอมรับหนังสือ ดังกล่าว ให้ปิดหนังสือดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถาน ประกอบธุรกิจนำเที่ยวนั้น และให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดหนังสือดังกล่าว
มาตรา 35   ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือ ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของนายทะเบียน ต่อคณะกรรมการได้โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน ภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งดังกล่าว และให้นายทะเบียนเสนอ หนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับ หนังสืออุทธรณ์ดังกล่าว
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
การอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งไม่เป็นการทุเลา การบังคับตามคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา 36   ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวซึ่งถูกเพิกถอนใบ อนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตอีกจนกว่าจะพ้นกำหนดสามปีนับแต่ วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา 37   ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่ เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ระบุไว้ในใบ อนุญาต
ถ้าใบอนุญาตชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ ประกอบธุรกิจนำเที่ยวยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลาย ดังกล่าว
การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 38  ในการออกใบอนุญาตตาม มาตรา  14 หรือใบแทน ใบอนุญาตดังกล่าวให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนด ในกฎกระทรวง


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update