กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
   
:: พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังปรับโครงสร้างเงินกู้ต่างประเทศ พ.ศ. 2528 มาตราที่ 1-11

:: พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังปรับโครงสร้างเงินกู้ต่างประเทศพ.ศ. 2528 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528เป็นปีที่ 40 ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้เรียกว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังปรับโครงสร้างเงินกู้ต่าง ประเทศ พ.ศ. 2528
มาตรา 2 พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2528/172/1พ/20 พฤศจิกายน 2528]
มาตรา 3 ในกรณีที่กระทรวงการคลังได้กู้เงินตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจาก ต่างประเทศ กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจากรัฐบาลต่างประเทศเพื่อจัดซื้อ ยุทโธปกรณ์ทางทหาร หรือกฎหมายว่าด้วยการกู้เงินเพื่อการป้องกันประเทศ หรือในกรณีที่กระทรวงการคลังได้ก่อ หนี้ผูกพันด้วยการค้ำประกันตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดอำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกันหรือตาม กฎหมายอื่น ถ้ากระทรวงการคลังเห็นสมควรปรับโครงสร้างเงินกู้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ หรือลดภาระหนี้เดิม ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินรายใหม่ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อชำระ หนี้เงินกู้ต่างประเทศของกระทรวงการคลัง หรือของส่วนราชการ องค์การของรัฐ บริษัทจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจและ สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดอำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกันรายเดิมได้
มาตรา 4 การกู้เงินตาม มาตรา 3 ให้กู้ได้จาก
(1) สถาบันการเงินระหว่างประเทศ
(2) รัฐบาลต่างประเทศ
(3) สถาบันการเงินของรัฐบาลต่างประเทศ หรือ
(4) แหล่งเงินกู้ของเอกชนในต่างประเทศ
มาตรา 5 การกู้เงินตาม มาตรา 4 ในปีงบประมาณหนึ่ง ๆ จะต้องมียอดเงินกู้ไม่เกินจำนวน ดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่เป็นการกู้เงินเพื่อชำระหนี้เงินกู้ตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจาก ต่างประเทศ กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจากรัฐบาลต่างประเทศเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ทางทหาร หรือตามกฎหมายว่าด้วยการกู้เงินเพื่อการป้องกันประเทศ ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของยอดเงินคงค้างชำระ ทั้งหมดที่กระทรวงการคลังเป็นหนี้ผูกพันอยู่ในฐานะผู้กู้
(2) ในกรณีที่เป็นการกู้เงินเพื่อชำระหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนด อำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกันหรือตามกฎหมายอื่น ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของยอดเงินคงค้างชำระ ทั้งหมดที่กระทรวงการคลังเป็นหนี้ผูกพันอยู่ในฐานะผู้ค้ำประกัน
การคำนวณเงินตราต่างประเทศสกุลใดเป็นเงินบาท ให้ใช้วิธีเทียบค่าเสมอภาคของเงินตราสกุลนั้น ในกรณี ที่เงินตราสกุลนั้นไม่มีค่าเสมอภาค ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ทำ สัญญากู้
มาตรา 6 ในการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ จะทำเป็นสัญญากู้หรือจะออกพันธบัตรหรือตราสารอย่างอื่น เป็นคราว ๆ ก็ได้
เงินที่ได้จากการกู้ตามวรรคหนึ่งให้นำไปชำระหนี้เงินกู้ต่างประเทศรายเดิมโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง
ในกรณีที่เป็นการกู้เงินเพื่อนำมาชำระหนี้เงินกู้ของบริษัทจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินที่ กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดอำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกันหรือ ตามกฎหมายอื่นให้ถือว่าจำนวนเงินที่กระทรวงการคลังกู้ตามพระราชกำหนดนี้เป็นจำนวนที่นับรวมกับจำนวนเงิน ค้ำประกันที่กระทรวงการคลังก่อหนี้ผูกพันตามกฎหมายดังกล่าวด้วย
มาตรา 7 อัตราดอกเบี้ย เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายการจัดการและวิธีการทุกอย่างเกี่ยวกับการกู้เงิน ต่างประเทศแต่ละคราว ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ในกรณีที่เป็นการกู้เงินเพื่อนำมาชำระหนี้เงินกู้ต่างประเทศขององค์การของรัฐ บริษัทจำกัดที่เป็นรัฐ วิสาหกิจหรือสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดอำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกัน ให้องค์การ ของรัฐ บริษัทจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินดังกล่าวอยู่ในฐานะลูกหนี้ของกระทรวงการคลังเป็น จำนวนไม่เกินยอดเงินคงค้างชำระที่มีอยู่เดิมและค่าภาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอันจะพึงเกิดขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตาม เงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 8 ระยะเวลาชำระต้นเงินคืน ต้องไม่เกินห้าสิบปีนับแต่วันทำสัญญากู้ หรือออกพันธบัตร หรือตรา สารของการกู้เงินต่างประเทศรายเดิม
มาตรา 9 การกู้เงินต่างประเทศแต่ละคราวต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในเก้าสิบวันนับแต่วันทำ สัญญากู้ หรือออกพันธบัตร หรือตราสารอย่างอื่น โดยระบุสกุลเงินกู้จำนวนเงินกู้ การเทียบค่าเป็นเงินบาท อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาชำระต้นเงินคืน และจะนำเงินกู้มาชำระหนี้เงินกู้เดิมรายใด
มาตรา 10 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายมี อำนาจดำเนินการกู้เงินให้เป็นไปตามพระราชกำหนดนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 11 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ป. ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา และเงื่อนไขการกู้ เงินจากต่างประเทศของรัฐที่มีอยู่ก่อนเป็นไปตามภาวะตลาดการเงินที่เข้มงวดและเป็นภาระผูกพันสูง ในภาวะที่ ตลาดการเงินระหว่างประเทศผ่อนคลายเงื่อนไขการกู้เงิน รัฐจะสามารถดำเนินการปรับโครงสร้าง ขยายระยะเวลา ชำระหนี้ หรือลดภาระหนี้เงินกู้ต่างประเทศ อันเป็นวิธีการที่จะลดต้นทุนการกู้เงิน และเป็นวิธีการที่จะทำให้การ กำหนดและบริหารโครงสร้างภาระหนี้ของประเทศให้อยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่น ดินเกินสมควร ทั้งยังเป็นการสอดคล้องกับระบบการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ลอยตัวด้วย แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกระทำได้ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายว่าด้วยการนี้ และ โดยที่ภาวะตลาดการเงินระหว่างประเทศที่มีสภาพผ่อนคลายนั้นมีระยะเวลาอันจำกัด ถ้าไม่รีบดำเนินการก็จะเสีย โอกาส อันเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำ เป็นต้องตรา


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update