กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16
   
:: พ.ร.ก.ควบคุมและดำเนินงานภารธุระการทำเหมืองแร่ทองคำ พ.ศ. 2483 มาตราที่ 1-16

:: พระราชกำหนดควบคุมและดำเนินงานภารธุระการทำเหมืองแร่ทองคำพุทธศักราช 2483
มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้ให้เรียกว่า "พระราชกำหนดควบคุมและดำเนินงานภารธุระการทำเหมืองแร่ ทองคำ พุทธศักราช 2483"
มาตรา 2 ให้ใช้พระราชกำหนดนี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[2483/-/950/25 ธันวาคม 2483]
มาตรา 3 ในพระราชกำหนดนี้
"เจ้าพนักงาน" หมายความว่า พนักงานใด ๆ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราช กำหนดนี้
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนี้
มาตรา 4 ให้รัฐบาลมีอำนาจเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ทั้งหมดหรือแต่บาง ส่วน ซึ่งใช้ในภารธุระการทำเหมืองแร่ทองคำใด ๆ รวมทั้งที่ดิน อาคาร เครื่องดำเนินงาน เครื่องจักรกล เครื่อง อุปกรณ์และสิ่งอื่นใดที่จำเป็นในการดำเนินงานแห่งภารธุระดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ เพื่อจะได้ควบคุมและดำเนินงานแห่งภารธุระนั้น
มาตรา 5 ก่อนตกลงเข้าครอบครองทรัพย์สินใด ๆ ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจ ในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น ในอัน จะเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ แห่งภารธุระการทำเหมืองแร่ทองคำใด ๆ ซึ่งรัฐบาลอาจจะเข้าครอบครองได้ เจ้าพนักงานจะตรวจสถานที่นั้น ๆ และร้องขอเจ้าขอ งผู้ปกครอง หรือผู้จัดการภารธุระนั้น ให้นำแสดง สมุดบัญชีและเอกสารอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการหยั่งทราบภาวะการดำเนินงาน สมรรถภาพในทางอุตสาห กรรม และความสามารถกระทำผลิตกรรมแห่งภารธุระนั้นก็ได้
มาตรา 6 เมื่อรัฐบาลตกลงจะเข้าครอบครองภารธุระการทำเหมืองแร่ทองคำ เพื่อจะได้ควบคุมและดำเนิน งานรายใด ก็ให้รัฐมนตรีประกาศระบุภารธุระนั้น
เมื่อประกาศนั้นได้โฆษณาในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้เจ้าพนักงานเข้าครอบครองได้ ถ้าเจ้าของ ผู้ปกครอง หรือผู้จัดการ ไม่ยอมให้เข้าครอบครองหรือขัดขวางในการนี้ เจ้าพนักงานจะเข้า ครอบครองโดยบังคับด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่และตำรวจ ซึ่งเจ้าพนักงานจะได้ขอให้ช่วย เหลือก็ได้
มาตรา 7 ในการเข้าครอบครองภารธุระนั้น ให้เจ้าพนักงานทำบัญชีอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ที่ เข้าครอบครอง โดยมีหนังสือนัดหมายเจ้าของ ผู้ปกครอง หรือผู้จัดการ หรือผู้แทนของบุคคลนั้น ๆ ให้มาอยู่ด้วยการ ทำบัญชีให้ทำต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน และให้ทุกคนที่อยู่ในการทำบัญชีนั้นลงนามในบัญชีด้วย บัญชีเช่นว่านี้ ให้เจ้าพนักงานเก็บไว้ฉบับหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานส่งไปยังรัฐมนตรีฉบับหนึ่ง และให้ส่งมอบ แก่เจ้าของ ผู้ปกครอง หรือผู้จัดการอีกฉบับหนึ่ง
มาตรา 8 เจ้าพนักงาน โดยปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐมนตรีที่ให้ไว้ในข้อบังคับที่ออกเพื่อการนั้น จะ ดำเนินงานแห่งภารธุระการทำเหมืองแร่ทองคำใด ๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือจะมอบอำนาจให้บุคคลใด ดำเนินงานดังกล่าวแล้วทั้งหมด หรือแต่บางส่วนก็ได้
ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่าไม่จำเป็นที่จะให้ดำเนินงานดังกล่าวแล้วจะให้มีแต่เพียงการควบคุมโดยออกข้อบังคับ มอบให้เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมดูแลและมีอำนาจออกคำสั่งหรือคำอำนวยการให้แก่เจ้าของ ผู้ปกครอง หรือผู้ จัดการตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งพระราชกำหนดนี้ก็ได้
มาตรา 9 เมื่อยามฉุกเฉินถึงที่สุดลงแล้ว ให้มีประกาศยกเลิกประกาศที่อนุญาตให้เข้าครอบครองภารธุระ ก่อนที่จะออกจากสถานที่ต่าง ๆ แห่งภารธุระนั้น ให้เจ้าพนักงานเชิญเจ้าของ ผู้ปกครอง หรือผู้จัดการ หรือ ผู้แทนของบุคคลนั้น ๆ มาสอบดูสิ่งของที่ปรากฏในบัญชีว่า คงมีอยู่หรือไม่ และในเวลาเดียวกัน ให้บันทึกไว้ด้วยว่า มีสิ่งของใด ๆ ได้สูญหายไปบ้าง และมีความเสียหายหรือได้ถูกทำลายไปบ้างหรือไม่ทั้งนี้ ให้ทำตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 7 ในเรื่องการทำบัญชี
มาตรา 10 แทนที่จะยกเลิกประกาศที่อนุญาตให้เข้าครอบครองภารธุระ ถ้ารัฐบาลเห็นสมควรจะให้ดำเนิน งานแห่งภารธุระนั้นต่อไป รัฐบาลจะเสนอขอซื้อภารธุระนั้นจากเจ้าของก็ได้
ถ้าในขณะเข้าครอบครอง ภารธุระได้หยุดหรือสะดุดหยุดลงในการดำเนินงานตามภาวะเช่นเคยและเพื่อ ประโยชน์ปกติแล้ว จะปฏิเสธคำเสนอของรัฐบาลไม่ได้ ในกรณีเช่นนั้น ถ้าไม่ตกลงกันในเรื่องราคา ก็ให้ระงับ
ปัญหาด้วยเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 22,23 และ 28 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พุทธ ศักราช 2477 โดยอนุโลม
มาตรา 11 ค่าทดแทนอันจะพึงใช้เพื่อการเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์นั้น ให้ใช้ เฉพาะสำหรับค่าที่เสียไปเ นื่องจากการที่ต้องปราศจากการครอบครองทรัพย์สินนั้น ๆ ค่าสึกหรอ และค่าที่สูญสิ้น หรือเสียหายด้วยเหตุอื่นนอกจากเหตุสุดวิสัย
ให้รัฐมนตรีออกกฎกระทรวงระบุมูลฐานการคำนวณค่าทดแทนเช่นว่านี้และกรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ไม่ ให้คำนึงถึงการที่มูลค่าแห่งทรัพย์สินนั้น ๆ จะสูงขึ้นเนื่องจากเหตุฉุกเฉินนั้น
มาตรา 12 ผู้ใดไม่ยอมให้ หรือละเลยไม่ให้เจ้าพนักงานเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ แห่งภารธุระ ในเมื่อ ประสงค์จะเข้าไปตรวจสถานที่นั้น ๆ ตามความใน มาตรา 5 หรือขัดขวางการตรวจเช่นว่านี้ มีความผิดต้องระวาง โทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา 13 ผู้ใดรักษาสมุดบัญชี หรือเอกสารอื่น ๆ อยู่ เมื่อเจ้าพนักงานขอตรวจตามความใน มาตรา 5 ไม่ ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งให้นำแสดงสมุดเอกสารนั้น ๆ หรือสั่งให้อำนวยความสะดวกตาม สมควรในการที่จะตรวจ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาทหรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้ง จำ
มาตรา 14 ผู้ใดกีดกันหรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ในการที่จะเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หรือ สังหาริมทรัพย์แห่งภารธุระอันใด ในเมื่อได้มีประกาศให้เข้าครอบครองแล้วมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาทหรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
ถ้าความผิดซึ่งระบุในวรรคก่อน ได้กระทำโดยใช้กำลังหรือโดยมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ก็ให้ระวาง โทษปรับไม่เกินสองพันบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา 15 ผู้ใดรู้อยู่ว่ารัฐบาลจะเข้าครอบครอง หรือได้มาซึ่งภารธุระอันใด จงใจทำลายหักโค่น ทำให้ใช้ การไม่ได้หรือทำความเสียหายอื่นใดแก่อาคาร สิ่งปลูกสร้าง เครื่องดำเนินงาน เครื่องจักรกล เครื่องอุปกรณ์ สัมภาระพัสดุสำรอง ผลิตภัณฑ์ใด ๆ เพื่อกีดกันการที่รัฐบาลจะดำเนินงานภารธุระนั้น หรือทำให้การดำเนินงานเช่น ว่านี้ ยากลำบากเกินสมควร มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับ ทั้งจำ
มาตรา 16 ให้รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตราธิการรักษาการให้เป็นไปตามพระราชกำหนดนี้ และให้มี อำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงาน และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชกำหนดนี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update