กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
   
:: พ.ร.บ.จัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. 2498 มาตราที่ 1-11

:: พระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้พ.ศ. 2498 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้เรียกว่า "พระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ.2498"
มาตรา 2 พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2498/52/1พ./13 กรกฎาคม 2498]
มาตรา 3 สินทรัพย์ทุนสำรองเงินตราส่วนที่เกินจำนวนธนบัตรออกใช้เมื่อปิดบัญชีในวันก่อนวันที่พระราช กำหนดนี้ใช้บังคับ ให้จ่ายออกจากทุนสำรองเงินตราและจัดสรรดังต่อไปนี้
(ก) ให้โอนสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศตาม จำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เห็นเป็นการสมควร แต่ต้องไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของส่วนที่เกินจำนวนธนบัตรออกใช้ ไปเป็นสินทรัพย์ของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม มาตรา 4
(ข) ให้จำหน่ายบัญชีสินทรัพย์เท่ากับ 296,325,913 บาทเนื่องจากได้จ่ายชดใช้ค่าเสียหายสงคราม
(ค) ให้จำหน่ายสินทรัพย์เท่ากับ 720,000,000 บาท เพื่อไถ่ถอน"พันธบัตรเงินกู้ (เงินตราต่างประเทศ) พ.ศ. 2496" ของรัฐบาล
(ง) เมื่อจัดการตามข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค. ข้างต้นแล้วสินทรัพย์มีเหลืออยู่เท่าใดให้จ่ายเพื่อชดใช้ข้อ ผูกพันเงินตราต่างประเทศของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน
มาตรา 4 ให้จัดตั้งทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราขึ้น ณธนาคารแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้มีเสถียรภาพเหมาะสมแก่สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินของ ประเทศตลอดจนการลงทุนหาผลประโยชน์ให้ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นนิติบุคคลและให้ได้รับยกเว้นจากการเสีย ภาษีอากรทั้งปวงตามประมวลรัษฎากร
มาตรา 5 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้รักษาการแทน เป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการนี้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในนโยบาย และควบคุมดูแลการดำเนินกิจการของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตาม มาตรา 4
มาตรา 6 เพื่อดำเนินกิจการของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ให้คณะกรรมการทุนรักษาระดับอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตรามีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และให้มีอำนาจออกข้อบังคับ และวางระเบียบการได้ ผู้จัดการต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิเหมาะสมแก่ตำแหน่งหน้าที่ ให้ผู้จัดการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นผู้ดำเนินกิจการ ของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามนโยบายของคณะกรรมการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
ในการปฏิบัติกิจการตามความใน มาตรา 7 ผู้จัดการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นผู้กระทำในนาม ของทุนดังกล่าว และเป็นตัวแทนของทุนนี้ และเพื่อการนี้คณะกรรมการทุนรักษาระดับ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา อาจมอบอำนาจให้ผู้จัดการปฏิบัติกิจการเฉพาะอย่างได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการดังกล่าวกำหนด
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการทั้งปวงให้จ่ายจากทุนรักษา ระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
มาตรา 7 เพื่อให้การเป็นไปตามวัตถุประสงค์ใน มาตรา 4 ให้ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรากระทำ ได้เฉพาะกิจการดังต่อไปนี้
(ก) การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและทองคำ
(ข) การลงทุนแสวงหาผลประโยชน์ในตั๋วเงินคลัง หรือหลักทรัพย์ระยะเวลาสั้นอย่างอื่นของรัฐบาล
(ค) การลงทุนแสวงหาผลประโยชน์ในหลักทรัพย์ระยะ เวลาสั้นที่มั่นคงในต่างประเทศ
(ง) การกู้ยืมเงินเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาระดับอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตรา
ในขณะใดขณะหนึ่ง ห้ามมิให้ทุนรักษาระดับอัตราแลก เปลี่ยนเงินตราถือตั๋วเงินคลัง หรือหลักทรัพย์ระยะเวลาสั้น อย่างอื่นของรัฐบาล ไม่ว่าในระยะเวลาใด เกินกว่าร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ทั้งสิ้น ของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
มาตรา 8 กิจการดังกล่าวใน มาตรา 7 ให้กระทำได้เฉพาะกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินในต่างประเทศ
มาตรา 9 ผลประโยชน์ของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้นำเข้าสมทบทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา
มาตรา 10 การเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราและการจัดสรรจำหน่ายสินทรัพย์และหนี้สินของทุน รักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราดังกล่าว ให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ
มาตรา 11 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระ ราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ทุนสำรองเงินตรามีอยู่เกินจำนวนธนบัตรออกใช้ จึงเป็นการสมควรที่จะจำหน่ายและจัดสรรส่วนที่เกินให้เป็นประโยชน์ต่อการเศรษฐกิจและการเงินของประเทศโดยโอนไปจัดตั้ง ขึ้นเป็นทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา จำหน่ายบัญชีเนื่องจากได้จ่ายชดใช้ค่าเสียหายสงครามไปแล้ว จำหน่ายบัญชี เพื่อไถ่ถอนพันธบัตรเงินกู้ (เงินตราต่างประเทศ) พ.ศ. 2496 ที่มีค่าสูงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง อัตราที่ใช้ตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าว และจำหน่ายชดใช้ข้อผูกพันเงินตราต่างประเทศของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มีเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยน แปลงอัตราแลกเปลี่ยน

พระราชบัญญัติ อนุมัติพระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกิน จำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. 2498 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวน ธนบัตรออกใช้ พ.ศ. 2498พ.ศ. 2498"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2498/54/1141/26 กรกฎาคม 2498]
มาตรา 3 ให้อนุมัติพระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. 2498

:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้ตราพระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรอง เงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. 2498แล้ว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัติอนุมัติ พระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. 2498 ตามความใน มาตรา 89 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495
แถลงการณ์ เรื่อง พระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตรา เกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ.2498
ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตร ออกใช้ พ.ศ. 2498 นั้น เพื่อขจัดความข้องใจของประชาชนและบรรดาพ่อค้าทั้งหลาย จึงขอประกาศให้ทราบว่า
สาระสำคัญของพระราชกำหนดนี้ก็คือ มีการจัดตั้งทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราขึ้น เพื่อทำการ ซื้อและขายเงินตราต่างประเทศในตลาดเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวอันผิดปกติของอัตราแลก เปลี่ยนเงินตราในท้องตลาด และเพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพเหมาะสมแก่การเศรษฐกิจและ การเงินตลอดจนการค้าต่างประเทศของประเทศ การกระทำดังกล่าวมิใช่เป็นการนำทุนสำรองเงินตราออกมาใช้จ่ายให้สิ้นเปลืองไป แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากทุนสำรอง เงินตราส่วนที่เกินจำนวนธนบัตรออกใช้ ให้ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพของเงินตราสมตามความมุ่งหมายของเงินทุนสำรองที่มีขึ้นไว้
การกระทำอย่างอื่นๆ ที่ได้กำหนดไว้ในพระราชกำหนด ก็มิได้เป็นการนำทุนสำรองเงินตราออกมาใช้แต่อย่างใด คงเป็น แต่เพียงมีการจำหน่ายหักล้างทางบัญชีอันเนื่อง มาจากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราการตีราคาทุนสำรอง
ใหม่เพราะฉะนั้น จึงไม่กระทบกระเทือนฐานะของทุนสำรองเงินตราที่เป็นอยู่ก่อนวันประกาศใช้พระราชกำหนด แต่ประการใด
ขอให้ประชาชนทั้งหลายพึงได้ทราบว่า การที่รัฐบาลได้ดำเนินการทั้งนี้ ก็เพื่อเสถียรภาพแห่งเงินตราและมีความมุ่งหมาย ที่จะรักษาระดับมาตรฐานแห่งเงินตราไทยให้คงเป็นที่มั่นคง และมิได้มีผลทำให้เงินตราของประเทศได้รับการกระทบ กระเทือนในมูลค่าแต่อย่างใดเลย
กระทรวงการคลัง 13 กรกฎาคม 2498


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update