กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19  
 
:: ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง
:: ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-19

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 10 (4) และ มาตรา 20 แห่ง พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกข้อกำหนดไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อกำหนดนี้เรียกว่า "ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกข้อความ "การเลือกตั้ง" "เขตเลือกตั้ง" "อาสาสมัคร" และ"ผู้ประสานงานอาสาสมัคร" ใน ข้อ 3 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"การเลือกตั้ง" หมายความว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
"เขตเลือกตั้ง" หมายความว่า เขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เขตเลือกตั้งแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
"อาสาสมัคร" หมายถึง อาสาสมัครตาม ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546
"ผู้ประสานงานอาสาสมัคร" หมายถึง ผู้ประสานงานอาสาสมัครตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของ ข้อ 4 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"การช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชนให้เป็นไป ตามโครงการตรวจสอบการเลือกตั้งที่องค์การเอกชนได้รับอนุมัติตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546"
ข้อ 5 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 5 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 5 การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการรับแจ้งเหตุ ให้อาสาสมัครรับแจ้งเหตุมีหน้าที่รับคำแจ้งเหตุจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง อาสาสมัคร หรือจากบุคคลอื่นใดในเหตุที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ พรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง อาสาสมัคร หรือบุคคลอื่นใด กระทำการอันอาจเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 หรือ พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง"
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความในวรรคสามของ ข้อ 6 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ในกรณีที่เหตุที่ได้รับแจ้งนั้นยังไม่เกิดขึ้นหรือเป็นเหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หากผู้ประสานงานอาสาสมัครรับแจ้งเหตุเห็นว่าเป็นกรณีที่มีมูล หรือเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะดำเนินการคัดค้าน ขัดขวาง หรือรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก็ให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครรับแจ้งเหตุแจ้งต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่มีอำนาจดำเนินการ พร้อมทั้งให้รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยพลัน"
ข้อ 7 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของ ข้อ 7 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฎิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ในการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่มีอำนาจดำเนินการตาม ข้อ 6 วรรคสาม ให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครรับแจ้งเหตุจัดส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานต่างๆ เท่าที่มี และหากเห็นว่ายังจำเป็นที่ต้องสอบข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ให้ดำเนินการได้"
ข้อ 8 ให้ยกเลิกความในวรรคสามของ ข้อ 7 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ในกรณีที่องค์การเอกชนไม่ได้รับความร่วมมือในการดำเนินการตามวรรคสอง ให้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป"
ข้อ 9 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 8 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
 
  " ข้อ 8 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี ได้รับทราบเหตุจากผู้ประสานงานอาสาสมัครรับแจ้งเหตุแล้ว หากเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน หรือเป็นกรณีที่มีความสำคัญ ให้ประสานงานกับผู้รับผิดชอบหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในเหตุนั้นโดยตรง เพื่อดำเนินการตามที่จำเป็นแก่กรณีโดยพลัน และส่งเหตุให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาอีกทางหนึ่ง
หากเห็นว่ามิใช่เป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด อาจให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครรับแจ้งเหตุสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมตามประเด็นที่กำหนด หรืออาจขอความร่วมมือจากหน่วยราชการหรือหน่วยงานอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร"
ข้อ 10 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 9 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 9 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี ได้ทราบข้อเท็จจริงหรือมีพยานหลักฐานพอสมควรแล้ว ให้พิจารณาในเบื้องต้นว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ หากเห็นว่ากรณีมีมูลเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย หรือเสนอเหตุต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสั่งการต่อไป หากเห็นว่ากรณีไม่มีมูลก็ให้บันทึกเหตุผลการพิจารณาไว้"
ข้อ 11 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 10 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 10 เมื่อได้ดำเนินการตาม ข้อ 8 และ ข้อ 9 แล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งผลการดำเนินการและเหตุผลต่อองค์การเอกชนของผู้ประสานงานอาสาสมัครรับแจ้งเหตุที่เป็นต้นเหตุทราบด้วยโดยไม่ชักช้า"
ข้อ 12 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 14 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 14 ในการสังเกตการณ์ก่อนวันเลือกตั้ง ให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครหรืออาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งมีหน้าที่สอดส่องดูแล และสังเกตสถานการณ์ทั่วไปก่อนวันเลือกตั้งและสังเกตพฤติกรรมของผู้สมัครและพรรคการเมือง ว่าใช้วิธีการใดในการหาเสียงหรือการแนะนำตัว
ในวันเลือกตั้ง ให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครหรืออาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง สังเกตการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการดำเนินงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและหลังจากการปิดการลงคะแนนแล้ว ถ้าเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สังเกตการนำส่งหีบบัตรเลือกตั้ง และการดำเนินงานของคณะกรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง ถ้าเป็นการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้อาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งสังเกตการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง พร้อมทั้งบันทึกผลการนับคะแนนเลือกตั้ง"
ข้อ 13 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 15 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 15 ในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ให้อาสาสมัครสังเกตการณ์บันทึกเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่ผิดสังเกต ซึ่งอาจเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริต หรือไม่เที่ยงธรรม โดยบันทึกข้อมูลที่ได้จากการไปสอดส่องดูแลและสังเกตการณ์ด้วยตนเองของอาสาสมัคร หรือจากข่าวสารที่มีอยู่ในท้องที่นั้นแล้วส่งให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครสังเกตการณ์เพื่อส่งให้องค์การเอกชนรวบรวมข้อมูล สรุป และจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด พร้อมทั้งสำเนาแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้ทราบด้วย
ในกรณีที่อาสาสมัครสังเกตการณ์พบเห็นเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่ผิดสังเกต ที่อาจเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือพบเห็นการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้ง ให้อาสาสมัครสังเกตการณ์แจ้งผู้ประสานงานอาสาสมัครหรืออาสาสมัครรับแจ้งเหตุที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น หรือแจ้งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่มีอำนาจดำเนินการโดยทันที แล้วแต่กรณี
เมื่ออาสาสมัครสังเกตการณ์ดำเนินการตามวรรคสองแล้ว ให้บันทึกเหตุการณ์นั้นแล้วรายงานผู้ประสานงานอาสาสมัครสังเกตการณ์เพื่อแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด พร้อมทั้งสำเนาแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ได้ทราบด้วยโดยทันที"
ข้อ 14 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 16 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 16 การสังเกตการณ์การเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง ให้อาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ประจำที่เลือกตั้ง และหลังจากปิดการลงคะแนนแล้ว ถ้าเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สังเกตการณ์การนำส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ไปถึงสถานที่นับคะแนนและให้อาสาสมัครสังเกตการณ์การนับคะแนนมาปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง จนกว่าจะมีการประกาศผลการนับคะแนน ถ้าเป็นการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นให้อาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งสังเกตการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง
หากเห็นว่าการดำเนินงานในที่เลือกตั้ง ในการนำส่งหีบบัตรเลือกตั้ง หรือในการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมาย ตลอดจนประกาศ ระเบียบ และข้อกำหนดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้อาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งหรืออาสาสมัครสังเกตการณ์การนับคะแนนแจ้ง หรือทักท้วงด้วยถ้อยคำที่สุภาพต่อประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือประธานกรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี
ให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครสังเกตการณ์ปฏิบัติหน้าที่ สองส่องดูแลการลงคะแนนเลือกตั้งในที่เลือกตั้ง การนับคะแนนในสถานที่นับคะแนน และเดินทางตรวจตราเหตุการณ์ทั่วไปในเขตพื้นที่ของหน่วยเลือกตั้งที่รับผิดชอบ ตลอดจนให้การสนับสนุนและประสานงานการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และอาสาสมัครสังเกตการณ์การนับคะแนน"
ข้อ 15 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 17 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 17 ในกรณีที่อาสาสมัครสังเกตการณ์ได้ดำเนินการแจ้งหรือทักท้วงตาม ข้อ 16 แล้วเห็นว่าไม่เป็นผล และยังปรากฏว่ามีการกระทำที่เห็นว่าไม่ถูกต้องดำเนินอยู่ต่อไป ให้อาสาสมัครสังเกตการณ์ทำคำทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีข้อความตรงกันขึ้นสามฉบับ และให้อาสาสมัครสังเกตการณ์ยื่นคำทักท้วงหนึ่งฉบับให้ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือประธานกรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี โดยให้ผู้รับคำทักท้วงลงนามว่าได้รับคำทักท้วงไว้แล้ว คำทักท้วงฉบับที่สองให้อาสาสมัครสังเกตการณ์นำมายื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี โดยไม่ชักช้า คำทักท้วงฉบับที่สามให้อาสาสมัครสังเกตการณ์รายงานให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครเพื่อส่งเรื่องให้องค์การเอกชนเก็บรักษาไว้"
ข้อ 16 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 18 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 18 เมื่อได้รับคำทักท้วงจากอาสาสมัครสังเกตการณ์ตาม ข้อ 17 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พิจารณาคำทักท้วงโดยไม่ชักช้า
ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาคำทักท้วงของอาสาสมัคร สังเกตการณ์แล้วเห็นว่าจำเป็นต้องสอบสวนข้อมูลเพิ่มเติม คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี อาจขอให้ผู้ทักท้วงหรือประธานกรรมการที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ หรือส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้"
ข้อ 17 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 19 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 19 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาคำทักท้วงของอาสาสมัครสังเกตการณ์แล้วเห็นว่าไม่มีมูลหรือเป็นความเข้าใจผิด หรือเป็นข้อผิดพลาดหรือการละเลยในทางปฏิบัติที่ไม่มีผลต่อการลงคะแนนหรือการนับคะแนนเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ทำรายงานสรุปข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลือกตั้งพร้อมทั้งส่งรายงานสรุปข้อเท็จจริง และความเห็นให้องค์การเอกชนของอาสาสมัครสังเกตการณ์ทราบด้วย"
ข้อ 18 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 20 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 20 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาคำทักท้วงของอาสาสมัครสังเกตการณ์แล้วเห็นว่ามีมูล ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ทำรายงานสรุปข้อเท็จจริง และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยไม่ชักช้า พร้อมทั้งส่งรายงานสรุปข้อเท็จจริงและความเห็นให้องค์การเอกชนของอาสาสมัครสังเกตการณ์ทราบด้วย"
ข้อ 19 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 21 ของ ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 21 ให้อาสาสมัครสังเกตการณ์จัดทำรายงานการสังเกตการณ์แล้วส่งให้ผู้ประสานงานอาสาสมัคร สังเกตการณ์ภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งของเขตเลือกตั้ง ให้ผู้ประสานงานอาสาสมัครสรุปผลการสังเกตการณ์ของตนและของอาสาสมัครที่ตนรับผิดชอบแล้ว ส่งให้องค์การเอกชนที่ตนสังกัดภายในสิบวันนับแต่วันประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งของเขตเลือกตั้ง ให้องค์การเอกชนทำรายงานการสังเกตการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ปฏิบัติงานที่ตนรับผิดชอบเสนอต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในโครงการ"


:: ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update