กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-3
:: ส่วนที่1 การดำเนินการจัดให้มีการลงคะแนนเสียง ข้อ 4-5
:: ส่วนที่2 หน่วยลงคะแนนเสียง และที่ลงคะแนนเสียง
:: ตอนที่1 หน่วยลงคะแนนเสียง ข้อ 6-7
:: ตอนที่2 ที่ลงคะแนนเสียง ข้อ 8-10
:: ส่วนที่3 คณะกรรมการประจำ ที่ลงคะแนนเสียง ข้อ 11-12
:: ส่วนที่4 ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง
:: ตอนที่1 ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ข้อ 13
:: ตอนที่2 บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ข้อ 14-15
:: ส่วนที่5 การขอเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง และการถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียง ข้อ 16
:: ส่วนที่6 บัตรลงคะแนนเสียง และหีบบัตรลงคะแนนเสียง
:: ตอนที่1 บัตรลงคะแนนเสียง ข้อ 17
:: ตอนที่2 หีบบัตรลงคะแนนเสียง ข้อ 18
:: ส่วนที่7 การดำเนินงานก่อนวันลงคะแนนเสียง ข้อ 19
:: ส่วนที่8 การดำเนินงานในวันลงคะแนนเสียง ข้อ 20-21
:: ส่วนที่9 การลงคะแนนเสียง ข้อ 22-25
:: ส่วนที่10 การดำเนินงานหลังปิดการลงคะแนนเสียง ข้อ 26
:: ส่วนที่11 การนับคะแนนเสียง ข้อ 27-35
:: ส่วนที่12 การประกาศผลการลงคะแนนเสียง ข้อ 36-37
:: ส่วนที่13 การเปลี่ยนที่ลงคะแนนเสียงใหม่ การงดการลงคะแนนเสียง และการลงคะแนนเสียงใหม่ ข้อ 38-41
:: ส่วนที่14 การเก็บรักษาบัตรลงคะแนนเสียง และการทำลายบัตรลงคะแนนเสียง ข้อ 42-43
:: ส่วนที่15 แบบพิมพ์ที่ใช้ในการลงคะแนนเสียง ข้อ 44
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง
:: ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-44


อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 145 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 10 แห่ง พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 และ มาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 21 และ มาตรา 22 แห่ง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 31 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกข้อกำหนด ไว้ดังนี้
ข้อ 1 ข้อกำหนดนี้เรียกว่า " ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อกำหนดนี้
"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น
"สมาชิกสภาท้องถิ่น" หมายความว่า สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น
"ผู้บริหารท้องถิ่น" หมายความรวมถึง คณะผู้บริหารท้องถิ่น
"หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า ปลัดกรุงเทพมหานคร ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล ปลัดเมืองพัทยา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล หรือหัวหน้าพนักงานหรือหัวหน้าข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
"นายอำเภอ" หมายความรวมถึง ผู้อำนวยการเขตและปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ
"ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" หมายความว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะจัดให้มีการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้น
"การลงคะแนนเสียง" หมายความว่า การลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"วันลงคะแนนเสียง" หมายความว่า วันที่กำหนดให้เป็นวันลงคะแนนเสียง เพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"หน่วยลงคะแนนเสียง" หมายความว่า ท้องถิ่นที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเสียง
"ที่ลงคะแนนเสียง" หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเสียง
"บัตรลงคะแนนเสียง" หมายความว่า บัตรลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"หีบบัตรลงคะแนนเสียง" หมายความรวมถึง สิ่งที่ใช้แทนหีบบัตรลงคะแนนเสียง
"จังหวัด" หมายความรวมถึง กรุงเทพมหานคร
"อำเภอ" หมายความรวมถึง เขตและกิ่งอำเภอ
"ตำบล" หมายความรวมถึง แขวง
"ศาลากลางจังหวัด" หมายความรวมถึง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
"ที่ว่าการอำเภอ" หมายความรวมถึง ที่ว่าการกิ่งอำเภอและสำนักงานเขต
"สำนักงานเทศบาล" หมายความรวมถึง ศาลาว่าการเมืองพัทยา
top

:: ส่วนที่ 1 การดำเนินการจัดให้มีการลงคะแนนเสียง
ข้อ 4 ในการดำเนินการเพื่อจัดให้มีการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตาม มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและหรือหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นดำเนินการแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดนี้
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง กรณีกรุงเทพมหานครและองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้นายอำเภอดำเนินการ แทนหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นได้
ข้อ 5 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับคำร้องและคำชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อแก้ข้อกล่าวหาของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ถ้าหากมีจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตาม มาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แล้ว ให้จัดทำประกาศกำหนดวันลงคะแนนเสียงไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี ตามแบบ ถ.ถ. 1 และให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นนำไปปิดประกาศพร้อมกับคำร้องและคำชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อแก้ข้อกล่าวหาของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ถ้าหากมีไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เขตชุมชนหนาแน่นที่เห็นสมควร และที่ลงคะแนนเสียงหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่ลงคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวันก่อนวันลงคะแนนเสียง ทั้งนี้ เฉพาะในเขตท้องที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการลงคะแนนเสียงนั้น
top

:: ส่วนที่ 2 หน่วยลงคะแนนเสียง และที่ลงคะแนนเสียง
ตอนที่ 1 หน่วยลงคะแนนเสียง
ข้อ 6 เมื่อได้ประกาศให้มีการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแจ้งหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นจัดทำร่างประกาศกำหนดหน่วยลงคะแนนเสียงตามแบบ ถ.ถ. 2 เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อพิจารณาประกาศกำหนดหน่วยลงคะแนนเสียงที่ จะพึงมีในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ก่อนวันลงคะแนนเสียงและให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นประกาศกำหนดหน่วยลงคะแนนเสียงซึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทราบก่อนวันลงคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน โดยให้ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่เช่นเดียวกับ ข้อ 5
ข้อ 7 การกำหนดหน่วยลงคะแนนเสียงที่จะพึงมีในแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ให้ใช้หมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยลงคะแนนเสียง เว้นแต่กรณีที่มีผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงจำนวนน้อย จะรวมหมู่บ้านที่ติดกันตั้งแต่สองหมู่บ้านขึ้นไป เป็นหน่วยลงคะแนนเสียงเดียวกันก็ได้ สำหรับในเขตเทศบาลหรือในเขตกรุงเทพมหานครหรือในเขตชุมชนหนาแน่น อาจกำหนดให้ใช้แนวถนน ตรอกหรือซอย คลองหรือแม่น้ำ เป็นเขตของหน่วยลงคะแนนเสียงก็ได้้
(2) ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงหน่วยละแปดร้อยคนเป็นประมาณ แต่ถ้าเห็นว่าไม่เป็นการสะดวกหรือไม่ปลอดภัยในการไปลงคะแนนของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงจะกำหนดหน่วยเพิ่มเติมขึ้น โดยให้มีจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงน้อยกว่าจำนวนดังกล่าวก็ได้
top

:: ตอนที่ 2 ที่ลงคะแนนเสียง
ข้อ 8 ให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นประกาศกำหนดที่ลงคะแนนเสียงของแต่ละหน่วยลงคะแนนเสียง ก่อนวันลงคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวันและที่ลงคะแนนเสียงต้องเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนเข้าออกได้ง่ายมีความเหมาะสม และมีขนาดพอสมควรที่จะทำการลงคะแนนเสียงได้สะดวกเพื่อให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงไปใช้สิทธิ และตรวจสอบดูบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้ง่าย
การเปลี่ยนแปลงที่ลงคะแนนเสียงให้กระทำก่อนวันลงคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าห้าวันตามแบบ ถ.ถ. 3 เว้นแต่กรณีฉุกเฉินจะประกาศเปลี่ยนแปลงก่อนวันลงคะแนนเสียงน้อยกว่าห้าวันก็ได้ และให้นำความใน ข้อ 6 มาบังคับใช้กับการประกาศกำหนดที่ลงคะแนนเสียงและการเปลี่ยนแปลงที่ลงคะแนนเสียงโดยอนุโลม
ข้อ 9 คูหาลงคะแนนสำหรับที่ลงคะแนนเสียงหนึ่งให้มีจำนวนห้าคูหาเป็นอย่างน้อย
ข้อ 10 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอำนวยการกำกับดูแลการลงคะแนนเสียงตามข้อกำหนดนี้ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
top

:: ส่วนที่ 3 คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียง
ข้อ 11 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงในหน่วยลงคะแนนเสียงนั้น เป็นคณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงจำนวนห้าคน ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอีกสี่คน ตามแบบ ถ.ถ. 4 แล้วให้ปิดประกาศ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและที่ลงคะแนนเสียงหรือที่ว่าการอำเภอ และแจ้งให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งทราบโดยเร็ว
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงด้วยหนึ่งคน เว้นแต่กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอให้แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้
ถ้าในวันลงคะแนนเสียงกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงมาปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบห้าคน ให้กรรมการที่เหลืออยู่แต่งตั้งผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงในหน่วยลงคะแนนเสียงนั้น เป็นกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงจนครบห้าคน
กรณีประธานกรรมการไม่มาปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อยู่ในที่ลงคะแนนเสียง หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการแทนหรือปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าประธานกรรมการจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ข้อ 12 ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงมีหน้าที่ตาม มาตรา 12 แห่ง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และตามข้อกำหนดนี้
top

:: ส่วนที่ 4 ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง
ตอนที่ 1 ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง
ข้อ 13 ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 33 และ มาตรา 34 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
top

:: ตอนที่ 2 บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง
ข้อ 14 เมื่อมีประกาศให้มีการลงคะแนนเสียง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงแต่ละหน่วยลงคะแนนเสียงที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนแปดชุด และให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นนำไปปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ตาม ข้อ 5 ไม่น้อยกว่ายี่สิบวันก่อนวันลงคะแนนเสียง
ข้อ 15 บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังนี้
(1) ชื่อตัว ชื่อสกุล
(2) เลขประจำตัวประชาชน
(3) เพศ
(4) วัน เดือน ปีเกิด
(5) ที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน
บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงให้ใช้ตามแบบ ถ.ถ. 5
top

:: ส่วนที่ 5 การขอเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงและการถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียง
ข้อ 16 ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการขอเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งตาม พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นรับคำร้องขอเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงหรือถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงตามแบบ ถ.ถ. 6
top

:: ส่วนที่ 6 บัตรลงคะแนนเสียง และหีบบัตรลงคะแนนเสียง
ตอนที่ 1 บัตรลงคะแนนเสียง
ข้อ 17 บัตรลงคะแนนเสียงให้มีข้อความ "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย" และให้มีช่องทำเครื่องหมายด้วย ลักษณะและขนาดของบัตรลงคะแนนเสียงให้เป็นไปตามแบบท้ายข้อกำหนดนี้โดยอนุโลม
top

:: ตอนที่ 2 หีบบัตรลงคะแนนเสียง
ข้อ 18 หีบบัตรลงคะแนนเสียงให้ทำด้วยโลหะหรือวัสดุอื่นที่มีความมั่นคงแข็งแรงมีฝาและมีที่ใส่กุญแจ หรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจ ด้านหน้าให้มีวัสดุโปร่งใสสามารถมองเห็นภายในหีบบัตรลงคะแนนเสียงได้ และที่ฝามีช่องใส่บัตรลงคะแนนเสียง
ลักษณะและขนาดของหีบบัตรลงคะแนนเสียงให้เป็นไปตามแบบท้ายข้อกำหนดนี้โดยอนุโลม
top

:: ส่วนที่ 7 การดำเนินงานก่อนวันลงคะแนนเสียง
ข้อ 19 ให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี จัดเตรียมหีบบัตรลงคะแนนเสียง บัตรลงคะแนนเสียง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง แบบพิมพ์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการลงคะแนนเสียงของแต่ละหน่วยลงคะแนนเสียงไว้ให้พร้อมก่อนวันลงคะแนนเสียง
top

:: ส่วนที่ 8 การดำเนินงานในวันลงคะแนนเสียง
ข้อ 20 ในวันลงคะแนนเสียง ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงและผู้ที่ได้รับแต่งตั้งหรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการลงคะแนนเสียง นำหีบบัตรลงคะแนนเสียง บัตรลงคะแนนเสียง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง แบบพิมพ์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการลงคะแนนเสียงไป ถึงที่ลงคะแนนเสียงก่อนเวลาประมาณ 07.00 นาฬิกา
ก่อนเปิดให้มีการลงคะแนนเสียงให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงนับจำนวนบัตรลงคะแนนเสียง ทั้งหมดของหน่วยลงคะแนนเสียงนั้น และปิดประกาศจำนวนบัตรทั้งหมดในที่ลงคะแนนเสียงไว้ในที่เปิดเผยตามแบบ ถ.ถ. 9
เมื่อถึงเวลาเปิดการลงคะแนนเสียงให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียง ในที่เปิดเผยแสดงให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงซึ่งอยู่ ณ ที่ลงคะแนนเสียงนั้นเห็นว่าเป็นหีบเปล่าแล้วปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงและให้ทำการบันทึกการดำเนินการดังกล่าว โดยให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองคนซึ่งอยู่ในที่ลงคะแนนเสียงในขณะนั้นลงลายมือชื่อในบันทึกนั้นด้วย เว้นแต่ไม่มีผู้ลงคะแนนเสียงอยู่ในขณะนั้นก็ให้บันทึกไว้ด้วย
ข้อ 21 คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงต้องจัดแบ่งหน้าที่กัน ดังต่อไปนี้
(1) หน้าที่จัดระเบียบและรักษาความสงบเรียบร้อยในที่ลงคะแนนเสียง ได้แก่ การจัดระเบียบควบคุมดูแล และให้ความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการที่มาแสดงตนใช้สิทธิลงคะแนน เพื่อให้การดำเนินการลงคะแนนเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นระเบียบ
(2) หน้าที่ตรวจบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ได้แก่ การตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง อ่านชื่อและที่อยู่ การลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง จดหมายเลขบัตรและสถานที่ออกบัตร และให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง
(3) หน้าที่มอบบัตรลงคะแนนเสียง ได้แก่ การมอบบัตรลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง จัดให้มีการลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงและลงลายมือชื่อตนเองไว้ที่ต้นขั้วบัตรลงคะแนนเสียง
(4) หน้าที่ควบคุมดูแลคูหาลงคะแนนเสียง ได้แก่ การจัดระเบียบในการเข้าไปลงคะแนนเสียงในคูหาลงคะแนน ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม
(5) หน้าที่ควบคุมหีบบัตรลงคะแนนเสียง ได้แก่ การควบคุมดูแลหีบบัตรลงคะแนนเสียง และอำนวยความสะดวกการหย่อนบัตรลงคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง
top

:: ส่วนที่ 9 การลงคะแนนเสียง
ข้อ 22 ให้เปิดการลงคะแนนเสียงตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 15.00 นาฬิกา
ข้อ 23 เมื่อถึงเวลาเปิดการลงคะแนนเสียง ให้ประธานกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงประกาศเปิดการลงคะแนนเสียง
ข้อ 24 ให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงแสดงตนต่อกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียง โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นของทางราชการที่กำหนดไว้ตามข้อกำหนดไว้ตาม ข้อกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546 ข้อ 51 และ ข้อ 52 โดยอนุโลม
เมื่อคณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงแล้ว ให้อ่านชื่อและที่อยู่ของผู้นั้นดังๆ ถ้าไม่มีผู้ใดทักท้วงให้หมายเหตุไว้ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงโดยให้จดหมายเลขบัตร และสถานที่ออกบัตรและให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงไว้เป็นหลักฐานแล้วให้กรรมการประจำที่ ลงคะแนนเสียงมอบบัตรลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้นั้น
ข้อ 25 เมื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้รับบัตรลงคะแนนเสียงแล้วให้ไปยังคูหาลงคะแนนเพื่อทำเครื่องหมายกากบาท (เช่น ?) ลงในช่องทำเครื่องหมาย "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย" และนำบัตรลงคะแนนเสียงที่พับเรียบร้อยแล้วหย่อนลงในหีบบัตรลงคะแนนเสียงต่อหน้ากรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียง
top

:: ส่วนที่ 10 การดำเนินงานหลังปิดการลงคะแนนเสียง
ข้อ 26 เมื่อถึงเวลาปิดการลงคะแนนเสียงให้ประธานกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงประกาศปิดการลงคะแนนเสียง และงดจ่ายบัตรลงคะแนนเสียง
กรณีที่มีผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิลงคะแนนเสียงต่อคณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียง ภายในกำหนดเวลาการลงคะแนนเสียงแล้วยังไม่ได้รับบัตรลงคะแนนเสียงและยังเหลืออยู่ในที่ลงคะแนนเสียง ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงจ่ายบัตรลงคะแนนเสียง ให้แก่ผู้มาแสดงตนนั้นเพื่อทำการลงคะแนนเสียงจนเสร็จสิ้น
ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงทำเครื่องหมายโดยใช้โลหะแหลม หรือวัตถุอื่นใดเจาะบัตรลงคะแนนเสียงที่เหลือทุกฉบับ ให้ทะลุจนไม่สามารถนำไปใช้ลงคะแนนเสียงได้ แล้วใช้เชือกร้อยรูผูกรวมกันไว้และประจำครั่งทับปมเชือก หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดที่สามารถป้องกันมิให้ใช้บัตรลงคะแนนเสียงไปใช้ลงคะแนนได้
ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงนำบัตรลงคะแนนเสียงที่เหลือทั้งหมดมานับให้ทราบจำนวน และให้จัดทำรายงานเกี่ยวกับจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงที่รับมาทั้งหมด จำนวนผู้มาแสดงตน จำนวนบัตรที่มีผู้ลงคะแนนเสียงและจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงที่เหลือ จำนวน 2 ชุด ตามแบบ ถ.ถ. 10 โดยให้กรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้นทุกคนลงลายมือชื่อไว้ และปิดประกาศให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ซึ่งอยู่บริเวณที่ลงคะแนนเสียงทราบ จำนวน 1 ชุด
top

:: ส่วนที่ 11 การนับคะแนนเสียง
ข้อ 27 การนับคะแนนเสียงให้กระทำ ณ ที่ลงคะแนนเสียงของแต่ละหน่วยลงคะแนนเสียงเมื่อปิดการลงคะแนนเสียง ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงออกเพื่อนับคะแนนทันที การเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงและนับคะแนนนี้ต้องกระทำโดยเปิดเผยจะเลื่อนหรือประวิงเวลาไม่ได้
ข้อ 28 ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงแบ่งหน้าที่ในการนับคะแนนเสียง ดังนี้
คนที่ 1 มีหน้าที่หยิบบัตรลงคะแนนเสียงทีละฉบับ คลี่บัตรลงคะแนนเสียงแล้วส่งให้กับคนที่ 2 โดยมิให้เทบัตรลงคะแนนเสียงออกจากหีบบัตรลงคะแนนเสียง
คนที่ 2 มีหน้าที่ขานบัตรลงคะแนนเสียง
(1) ถ้าเป็นบัตรดีให้อ่านว่า "บัตรดี" และขานด้วยว่า "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย" พร้อมทั้งชูบัตรลงคะแนนเสียงโดยเปิดเผยให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่ลงคะแนนเสียงได้เห็นด้วย
(2) ถ้าเป็นบัตรเสียตาม ข้อ 31 ให้อ่านว่า "บัตรเสีย" พร้อมทั้งชูบัตรลงคะแนนเสียง โดยเปิดเผยให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่ลงคะแนนเสียงได้เห็นด้วยและให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงสลักหลังบัตรว่า "เสีย" พร้อมทั้งระบุเหตุผลว่าเป็นบัตรเสียตามวงเล็บใดตาม ข้อ 31 และลงลายมือชื่อกำกับไว้ไม่น้อยกว่าสองคน
คนที่ 3 มีหน้าที่รับบัตรลงคะแนนเสียงที่ผ่านการวินิจฉัยและอ่านแล้ว ใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้โดยแยกเป็นภาชนะสำหรับใส่บัตรดีเห็นด้วยหนึ่งใบ บัตรดีไม่เห็นด้วยหนึ่งใบ และใส่บัตรเสียหนึ่งใบ เมื่อเสร็จสิ้นการนับบัตรลงคะแนนเสียงแล้วให้แยกบัตรลงคะแนนเสียงแต่ละประเภทใส่ถุงวัสดุใส พร้อมทั้งเขียนจำนวนบัตรลงคะแนนเสียง ที่อยู่ในถุงวัสดุใสด้วย
คนที่ 4 มีหน้าที่ขีดคะแนนลงในแบบขีดคะแนนเสียง (ถ.ถ. 11) โดยปรับปรุงขนาดของแบบให้มีความเหมาะสมและนำไปติดไว้บนกระดาน หรือผนังอาคารเพื่อแสดงให้บุคคลทั่วไปที่อยู่ในบริเวณที่ลงคะแนนเสียงเห็นการขีดคะแนนได้โดยสะดวก
คนที่ 5 มีหน้าที่คอยสับเปลี่ยนช่วยเหลือกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่
เมื่อกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงผู้มีหน้าที่วินิจฉัยบัตรลงคะแนนเสียงได้ขาน "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย" ให้ผู้มีหน้าที่ขีดคะแนนลงในแบบขีดคะแนนเสียงขีดคะแนนพร้อมกันขีดหนึ่งต่อหนึ่งคะแนน กรณีที่ผู้มีหน้าที่วินิจฉัยบัตรลงคะแนนเสียงได้ขานว่า "บัตรเสีย" ให้ขีดคะแนนในแบบขีดคะแนนเสียง (ถ.ถ. 11) เช่นเดียวกัน
ให้ผู้มีหน้าที่กรอกคะแนนขีดคะแนนหนึ่งขีดตรงช่องกรอกคะแนนของผู้ถูกถอดถอนนั้นสำหรับการขีดคะแนน ให้ใช้วิธีขีดหนึ่งต่อหนึ่งคะแนน แต่เมื่อถึงขีดที่ 5 ให้ขีดขวางทับเส้น 4 ขีดแรก ดังเช่นรูป //// หรือ //// หรือ //// เป็นต้น เพื่อสะดวกแก่การนับคะแนนเสียงและให้ทำเช่นนี้เรื่อยไปทุก 5 ขีด
แบบขีดคะแนนเสียง (ถ.ถ. 11) ซึ่งได้ใช้ขีดคะแนนเสียงถูกต้องแล้ว ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแผ่น
ข้อ 29 เมื่อหยิบบัตรลงคะแนนเสียงออกจากหีบบัตรลงคะแนนเสียงหมดแล้ว ให้แสดงหีบบัตรลงคะแนนเสียงว่าไม่มีบัตรลงคะแนนเสียงเหลืออยู่ในหีบบัตรนั้น ให้บุคคลที่อยู่บริเวณที่ลงคะแนนเสียงเห็นได้โดยสะดวกและชัดเจน
ข้อ 30 เมื่อเสร็จสิ้นการขีดคะแนนเสียงแล้ว ให้กรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงจัดการรวมคะแนน และตรวจสอบคะแนนในแบบขีดคะแนนเสียง (ถ.ถ. 11) ให้ถูกต้อง
หากตรวจสอบผลการรวมคะแนนเสียงแล้วไม่ถูกต้อง หรือจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงที่ใช้ลงคะแนนไม่ตรงกับจำนวนผู้มาแสดงตนและรับบัตรลงคะแนนเสียง หรือจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงทั้งหมดที่มีไม่ตรงกับจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงที่ได้รับมาให้ตรวจสอบใหม่ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และหากตรวจสอบแล้วยังไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับจำนวนผู้มาแสดงตนหรือรับบัตรลงคะแนนเสียง ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงนับคะแนนเสียงใหม่ ถ้านับคะแนนเสียงใหม่แล้วยังไม่ถูกต้องให้รายงานหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นทันที เพื่อวินิจฉัยและรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อพิจารณาว่าจะสมควรรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้มีการลงคะแนนเสียงใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ในที่ลงคะแนนเสียงนั้นหรือไม่
เมื่อคณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงรวมผลการนับคะแนนเสียง ณ ที่ลงคะแนนเสียงเสร็จสิ้นแล้ว ให้ประกาศผลการนับคะแนนเสียงตามแบบ ถ.ถ. 12 และปิดประกาศไว้ให้ประชาชนทราบ ณ ที่ลงคะแนนเสียง แล้วรายงานให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อรวบรวมผลการนับคะแนนเสียงของทุกหน่วยลงคะแนนเสียง
ข้อ 31 นอกจากบัตรลงคะแนนเสียงที่ถือว่าเป็นบัตรเสียตาม มาตรา 21 แห่ง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แล้วบัตรลงคะแนนเสียงต่อไปนี้ให้ถือเป็นบัตรเสียด้วย
(1) บัตรที่มิใช่บัตรซึ่งกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงมอบให้
(2) บัตรที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนเสียงนอกช่องทำเครื่องหมาย
(3) บัตรที่ทำเครื่องหมายอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาท
(4) บัตรที่มีเครื่องสังเกต หรือข้อความอื่นใดนอกจากที่กำหนดไว้ใน ข้อ 25
ข้อ 32 เมื่อการนับคะแนนเสียงสิ้นสุดลงแล้ว คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงต้องเก็บเอกสารและสิ่งของต่างๆ ใส่ในหีบลงคะแนนเสียง คือ
(1) บัตรลงคะแนนเสียงที่นับเป็นคะแนนแล้ว และบัตรเสีย โดยแยกแต่ละประเภทบรรจุในถุงวัสดุใส
(2) แบบขีดคะแนนเสียง (ถ.ถ. 11) ที่ได้ใช้ในการกรอกคะแนนทั้งหมด
(3) รายงานผลการนับคะแนนเสียงและประกาศผลการนับคะแนนเสียง (ถ.ถ.12) จำนวนหนึ่งชุด
เมื่อได้บรรจุสิ่งของตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงพร้อมทั้งใส่กุญแจ หรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจและให้มีการประจำครั่งทับกุญแจหรืออุปกรณ์อื่น และปิดช่องใส่บัตรลงคะแนนเสียงของหีบบัตรลงคะแนนเสียงด้วยป้ายสำหรับปิดช่องใส่บัตรลงคะแนนเสียง (ถ.ถ. 8) เสร็จแล้วให้มัดหีบบัตรลงคะแนนเสียงด้วยเชือกไว้ด้านข้างหีบบัตรลงคะแนนเสียงและประจำครั่งทับปมเชือก หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดที่สามารถป้องกันมิให้เปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงได้
ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงรายงานผลการนับคะแนนเสียงและประกาศผลการนับคะแนนเสียง (ถ.ถ. 12) ให้ประชาชนทราบไว้ ณ ที่ลงคะแนนเสียงหนึ่งชุด
ข้อ 33 เมื่อคณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงได้ดำเนินการปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงตาม ข้อ 32 แล้ว ให้นำสิ่งต่อไปนี้ให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณีทันที คือ
(1) บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง (ถ.ถ. 5) ชุดที่ให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงใช้ลงคะแนน
(2) รายงานการใช้สิทธิลงคะแนนเสียง (ถ.ถ. 7) จำนวนหนึ่งชุด
(3) ประกาศรายการเกี่ยวกับจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนเสียงแล้ว (ถ.ถ. 10) จำนวนหนึ่งชุด
(4) รายงานผลการนับคะแนนเสียงและประกาศผลการนับคะแนนเสียง (ถ.ถ. 12) จำนวนสองชุด
(5) หีบบัตรลงคะแนนเสียงพร้อมด้วยลูกกุญแจหรืออุปกรณ์อื่นแทนกุญแจ บัตรลงคะแนนเสียงที่เหลือทั้งหมด คูหาลงคะแนนทั้งหมด สิ่งของอื่นๆ เช่น ธงชาติ ป้าย และอุปกรณ์เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงต่างๆ เป็นต้น
เมื่อหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอแล้วแต่กรณี ได้ทำการตรวจเอกสารที่คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงนำส่งตามวรรคหนึ่ง หากถูกต้องครบถ้วนให้จัดส่งเอกสารตาม (1) (2) (3) (4) ไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดโดยเร็ว
ข้อ 34 ในการดำเนินการตาม ข้อ 33 ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงจัดทำรายงานการนำส่งหีบบัตรลงคะแนนเสียงจำนวนสองชุด เพื่อให้ผู้มอบและผู้รับมอบเก็บรักษาไว้คนละหนึ่งชุด
กรณีที่กรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงผู้ใดไม่อาจร่วมเดินทางไปส่งหีบบัตรลงคะแนนเสียงได้ให้จดแจ้งเหตุผล ไว้ในรายงานการนำส่งหีบบัตร
ข้อ 35 ในการนำหีบบัตรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงส่งหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี ให้มีกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงนั้นอย่างน้อยสามคนร่วมเดินทางไปด้วย
top

:: ส่วนที่ 12 การประกาศผลการลงคะแนนเสียง
ข้อ 36 เมื่อหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี ได้รับรายงานผลการนับคะแนนเสียงและประกาศผลการนับคะแนนเสียง (ถ.ถ. 12) ตาม ข้อ 33 แล้วให้ทำการรวมคะแนนของทุกหน่วยลงคะแนนเสียงแล้วจัดทำประกาศผลการรวมคะแนนเสียง จำนวนบัตรลงคะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมด จำนวนบัตรลงคะแนนเสียงที่ใช้และจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงที่เหลือจากการลงคะแนนเสียงตามแบบ ถ.ถ. 13 โดยให้จัดทำขึ้นจำนวนสี่ชุด แล้วดำเนินการดังนี้
ชุดที่ 1 ปิดไว้ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือที่ว่าการอำเภอ
ชุดที่ 2 มอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ชุดที่ 3 มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี
ชุดที่ 4 เก็บรักษาไว้
พร้อมทั้งจัดทำประกาศผลการลงคะแนนเสียงตามแบบ ถ.ถ. 14 จำนวนสามชุด ส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหนึ่งชุด ส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหนึ่งชุดและเก็บรักษาไว้หนึ่งชุด
ข้อ 37 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับรายงานผลการนับคะแนนเสียง และประกาศผลการนับคะแนนเสียง (ถ.ถ. 12) และประกาศผลการรวมคะแนนเสียง (ถ.ถ. 13) จากหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอแล้ว และเมื่อไม่ปรากฏเหตุผลที่จะต้องประกาศให้มีการลงคะแนนเสียงใหม่ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดรายงานผลการลงคะแนนเสียงให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการประกาศผลการลงคะแนนเสียงตามแบบ ถ.ถ. 14 ดังนี้
(1) ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้ลงคะแนนเสียง "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย" กับการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นแต่ละรายด้วยคะแนนเท่าใด
(2) จำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียง และจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กรณีตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ดำเนินการประกาศผลการลงคะแนนเสียงแทนได้ เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จแล้วให้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี และรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว
top

:: ส่วนที่ 13 การเปลี่ยนที่ลงคะแนนเสียงใหม่ การงดการลงคะแนนเสียง และการลงคะแนนเสียงใหม่
ข้อ 38 ก่อนวันลงคะแนนเสียง ถ้าการลงคะแนนเสียงในหน่วยลงคะแนนเสียงใดไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย หรือเหตุสุดวิสัยอย่างอื่นให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียง ประกาศกำหนดที่ลงคะแนนเสียงใหม่ให้ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงสามารถไปลงคะแนนได้โดยสะดวกตามแบบ ถ.ถ. 3 โดยเร็ว และปิดประกาศไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และเขตชุมชนหนาแน่นที่เห็นสมควร แต่ถ้าไม่อาจกำหนดที่ลงคะแนนเสียงใหม่ได้ ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงประกาศงดการลงคะแนนในหน่วยลงคะแนนเสียงนั้นตามแบบ ถ.ถ. 15 และปิดประกาศไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และเขตชุมชนหนาแน่นที่เห็นสมควร แล้วรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว
ข้อ 39 กรณีเกิดเหตุตาม ข้อ 38 เกิดขึ้นในวันลงคะแนนเสียง ให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงประกาศงดการลงคะแนนในหน่วยลงคะแนนเสียงนั้นตามแบบ ถ.ถ. 15 และปิดประกาศไว้ในบริเวณใกล้ที่ลงคะแนนเสียงแล้วรายงานหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือนายอำเภอเพื่อรายงานตามลำดับเช่นเดียวกับ ข้อ 38
ข้อ 40 เมื่อหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอได้รับรายงานการงดการลงคะแนนของหน่วยลงคะแนนเสียงแล้ว ให้ประกาศกำหนดวันลงคะแนนเสียงใหม่สำหรับหน่วยลงคะแนนเสียงหรือที่ลงคะแนนเสียงตามแบบ ถ.ถ. 16 ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบว่าเหตุที่ทำให้ไม่อาจลงคะแนนเสียงได้นั้นสงบลงแล้ว และต้องประกาศก่อนวันลงคะแนนเสียงใหม่เป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และให้ปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และเขตชุมชนหนาแน่นที่เห็นสมควร
ข้อ 41 กรณีที่มีการประกาศงดการลงคะแนนในหน่วยลงคะแนนเสียงหรือที่ลงคะแนนเสียงใดตาม ข้อ 39 และอยู่ในระหว่างการลงคะแนน ให้ระงับการจ่ายบัตรลงคะแนนเสียง และให้คณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงนำบัตรลงคะแนนเสียงที่เหลือมาทำเครื่องหมายตามวิธีการใน ข้อ 26 วรรคสามแล้วนำหีบบัตรลงคะแนนเสียงส่งให้กับหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือนายอำเภอทันทีพร้อมรายงานการส่งหีบบัตรและบันทึกเหตุของการงดลงคะแนนเสียงไว้ในรายงานการใช้สิทธิลงคะแนนเสียง (ถ.ถ. 7)
top

:: ส่วนที่ 14 การเก็บรักษาบัตรลงคะแนนเสียงและการทำลายบัตรลงคะแนนเสียง
ข้อ 42 ให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี เก็บรักษาหีบบัตรลงคะแนนเสียง เอกสารที่อยู่ในหีบบัตรลงคะแนนเสียง และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงไว้ในที่ปลอดภัย ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียง
กรณีที่มีความจำเป็นต้องเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงตามวรรคหนึ่งให้ขออนุมัติจากกรรมการการเลือกตั้งก่อน
ข้อ 43 การทำลายบัตรลงคะแนนเสียงที่เก็บอยู่ในหีบบัตรลงคะแนนเสียง และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องจะทำได้เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านการลงคะแนนเสียงตาม มาตรา 24 แห่ง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2542 ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการทำลายบัตรลงคะแนนเสียง
กรณีที่มีการคัดค้านการลงคะแนนเสียงในเขตลงคะแนนเสียงใด ให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอเก็บรักษาบัตรลงคะแนนเสียงที่เก็บอยู่ในหีบบัตรลงคะแนนเสียงและเอกสารหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องไว้จนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะมีคำสั่ง
top

:: ส่วนที่ 15 แบบพิมพ์ที่ใช้ในการลงคะแนนเสียง
ข้อ 44 ตัวอย่างและแบบพิมพ์ที่ใช้ในการลงคะแนนเสียง มีดังนี้
(1) ตัวอย่าง
1.บัตรลงคะแนนเสียง
2.หีบบัตรลงคะแนนเสียง
(2) แบบพิมพ์
ถ.ถ. 1 ประกาศกำหนดวันลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 2 ประกาศกำหนดหน่วยลงคะแนนเสียงและที่ลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 3 ประกาศเปลี่ยนแปลงหน่วยลงคะแนนเสียงและที่ลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 4 คำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการลงคะแนนเสียงประจำที่ลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 5 บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 6 แบบคำร้องขอเพิ่มชื่อ/ถอนชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 7 รายงานการใช้สิทธิลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 8 ป้ายสำหรับปิดช่องใส่บัตรลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 9 ประกาศจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงก่อนการลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 10 ประกาศรายการเกี่ยวกับจำนวนบัตรลงคะแนนเสียงเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 11 แบบขีดคะแนนเสียง
ถ.ถ. 12 รายงานผลการนับคะแนนเสียงและประกาศผลการนับคะแนนเสียง
ของคณะกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 13 ประกาศผลการรวมคะแนนเสียงของหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือนายอำเภอ
ถ.ถ. 14 ประกาศผลการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ถ.ถ. 15 ประกาศงดการลงคะแนนเสียง
ถ.ถ. 16 ประกาศกำหนดวันลงคะแนนเสียงใหม่


:: ประกาศ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

top

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update