กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: ข้อกำหนด ก.อ.
:: เรื่อง กำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ ตาม มาตรา 33 (1) (ค) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2521 (ฉบับที่ 3) ข้อที่ 1-4

ตามที่ ก.อ. ได้มีข้อกำหนด ก.อ. เรื่องกำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นและเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ ตาม มาตรา 33 (1) (ค) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2521 ฉบับลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2545 ไว้แล้ว นั้น
ปรากฏว่ามีผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นซึ่งอาจเทียบได้กับวิชาชีพตามข้อกำหนด ก.อ. ดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก จึงสมควรที่จะกำหนดวิชาชีพทางกฎหมายเหล่านั้นเป็นวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นเพิ่มเติมตามนัย มาตรา 33 (1) (ค) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2521
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 33 (1) (ค) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2521 ประกอบกับ ข้อ 2 (11) ของข้อกำหนด ก.อ. เรื่องกำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพตาม มาตรา 33 (1) (ค) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2521 ก.อ. จึงกำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายที่ได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายในลักษณะทำนองเดียวกันหรือเทียบได้กับวิชาชีพตาม ข้อ 2 (1) - (10) ของข้อกำหนด ก.อ. ว่าด้วยการกำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 เป็นอาจารย์ส่วนวิชากฎหมายโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรอง ตามแบบที่กำหนดท้ายข้อกำหนดนี้
ข้อ 2 เป็นนักวิชาการแรงงาน (วุฒิทางกฎหมาย) ซึ่งทำหน้าที่ฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ตาม มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และได้ว่าความในศาลแรงงานโดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทนายความกรณีศาลออกนั่งพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง โดยมีหนังสือรับรองของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณามาแสดงว่าได้ทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดท้ายข้อกำหนดนี้
ข้อ 3 เป็นพนักงานคดีปกครอง (วุฒิทางกฎหมาย) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานคดีปกครองตามประกาศประธานศาลปกครองสูงสุด เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานคดีปกครองและการมอบหมายงานระหว่างตุลาการศาลปกครองกับพนักงานคดีปกครอง ฉบับลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2545 ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรอง ตามแบบที่กำหนดท้ายข้อกำหนดนี้
ข้อ 4 เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายข้อกำหนดนี้


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
:: (ลงชื่อ) คนึง ฦาไชย ประธาน ก.อ.






 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update