กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ข้อกำหนดเกี่ยวกับการพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2547


:: บทนิยาม ข้อ 1-3
:: หมวด1 หลักทั่วไป ข้อ 4
:: หมวด2 การพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
:: ส่วนที่1 คำร้องและคำคัดค้าน ข้อ 5-7
:: ส่วนที่2 การพิจารณาและวินิจฉัย ข้อ 8-13
:: หมวด3 การพิจารณาและวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
:: ส่วนที่1 คำร้องและคำคัดค้าน ข้อ 14-15
:: ส่วนที่2 การพิจารณาและวินิจฉัย ข้อ 16-17
:: หมวด4 คำสั่ง ข้อ 18-20
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ข้อกำหนดเกี่ยวกับการพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2547 ข้อที่ 1-20


:: บทนิยาม
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 34 วรรคสอง และ มาตรา 34/1 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรม ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อกำหนดนี้เรียกว่า "ข้อกำหนดเกี่ยวกับการพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2547 "
ข้อ 2[1] ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2543
top

:: หมวด 1 หลักทั่วไป
ข้อ 4 วิธีพิจารณาใดซึ่งข้อกำหนดนี้มิได้กำหนดไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาแพ่ง มาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้
top

:: หมวด 2 การพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
:: ส่วนที่ 1 คำร้องและคำคัดค้าน
ข้อ 5 ผู้สมัครผู้ใดซึ่งไม่มีชื่อเป็นผู้สมัครในประกาศของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งประสงค์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับสมัคร ให้ยื่นคำร้อง เอกสารประกอบคำร้องและบัญชีพยานหลักฐาน พร้อมด้วยสำเนาเพื่อส่งให้แก่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งต่อศาลจังหวัดที่เขตเลือกตั้งอยู่ในเขตอำนาจหรือศาลแพ่ง ในกรณีที่เขตเลือกตั้งมิได้อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ในกรณีที่เขตเลือกตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งตั้งแต่สองศาลขึ้นไป ผู้สมัครจะยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดใดหรือศาลแพ่งที่มีเขตอำนาจตามวรรคหนึ่งก็ได้
ข้อ 6 เมื่อศาลได้รับคำร้องตาม ข้อ 5 แล้ว ให้ศาลที่รับคำร้องนัดพร้อมภายในห้าวัน และส่งหมายนัดพร้อมสำเนาคำร้องให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งโดยเร็วโดยกำหนดให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งมาศาล ยื่นคำคัดค้าน เอกสารประกอบคำคัดค้าน และบัญชีพยานหลักฐานในวันนัดพร้อมด้วย
ในการส่งหมายนัดตามวรรคหนึ่ง ถ้าไม่มีผู้รับหรือไม่สามารถจะทำได้ ให้ศาลมีคำสั่งให้ปิดหมายนัดไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ สำนักทำการงานของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และการส่งนั้นให้มีผลใช้ได้ทันที
ข้อ 7 เมื่อได้ส่งสำเนาคำร้องให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแล้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งอาจทำคำคัดค้านเป็นหนังสือยื่นพร้อมเอกสารประกอบคำคัดค้าน และบัญชีพยานหลักฐานต่อศาลที่รับคำร้องได้ก่อนหรือในวันนัดพร้อม
ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแสดงเหตุผลในคำคัดค้านว่า คำร้องไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องอย่างไร
หากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งไม่ยื่นคำคัดค้านตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน
top

:: ส่วนที่ 2 การพิจารณาและวินิจฉัย
ข้อ 8 ในวันนัดพร้อม ให้ผู้สมัครนำพยานหลักฐานทั้งปวงที่สนับสนุนข้ออ้างตามคำร้องของตนยื่นต่อศาลที่รับคำร้อง และให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งนำพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้องในการวินิจฉัยสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรวมทั้งคำวินิจฉัยยื่นต่อศาลที่รับคำร้อง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสตรวจสอบพยานหลักฐานดังกล่าวแล้วให้ศาลหมายพยานหลักฐานนั้นพร้อมทั้งจดบันทึกข้อที่รับและที่โต้แย้งกันไว้ เสร็จแล้วให้นัดพิจารณาที่ศาลฎีกาภายในห้าวันนับแต่วันนัดพร้อม
ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันนัดพร้อม ให้ถือว่าฝ่ายนั้นไม่ติดใจสืบพยานหลักฐาน
ข้อ 9 ให้ศาลที่รับคำร้องส่งคำร้อง คำคัดค้าน และพยานหลักฐานไปถึงศาลฎีกาภายในสามวันนับแต่วันนัดพร้อมโดยให้นับรวมวันหยุดราชการด้วย
ข้อ 10 ในวันนัดพิจารณา ให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานหรือไม่ หากจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานใด ให้ศาลฎีกาเริ่มสืบพยานหลักฐานนั้นทันที เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ ให้ศาลฎีกาสั่งเลื่อนคดีไปได้ภายในกำหนดเวลาไม่เกินสามวัน
เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้ศาลฎีกามีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควร
ให้สืบพยานหลักฐานของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งก่อน เสร็จแล้วจึงสืบพยานหลักฐานของผู้สมัครต่อไป
ในการสืบพยานไม่ว่าจะเป็นพยานที่ผู้สมัครหรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งอ้างหรือที่ศาลฎีกาเรียกมาเอง ให้ศาลฎีกาเป็นผู้ซักถามพยานในประเด็นต่างๆ ให้ได้ความครบถ้วนเว้นแต่ในกรณีที่ศาลฎีกาเห็นว่ามีความจำเป็นก็อาจอนุญาตให้ผู้สมัครหรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งซักถามได้
การถามพยานของผู้สมัครหรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจะใช้คำถามนำก็ได้
ถ้าผู้สมัครไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ให้ถือว่าไม่ประสงค์ให้ศาลฎีกามีคำสั่งตามคำร้องให้ศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดี ถ้าผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งไม่มาศาลให้ถือว่าไม่ติดใจสืบพยาน แต่ศาลฎีกามีอำนาจนำพยานหลักฐานที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งได้ยื่นไว้ต่อศาลที่รับคำร้องตาม ข้อ 8 วรรคหนึ่ง มารับฟังประกอบการวินิจฉัยได้
ข้อ 11 เมื่อผู้สมัครหรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งมีคำขอและอีกฝ่ายหนึ่งไม่คัดค้าน หรือทั้งสองฝ่ายมีคำขอ และศาลฎีกาเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาอาจอนุญาตให้ทำการสืบพยานบุคคล หรือดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ โดยระบบการประชุมทางจอภาพ (Video Conference) ได้ โดยให้ผู้ขอเป็นผู้ดำเนินการเพื่อจัดให้มีการสืบพยาน หรือดำเนินกระบวนพิจารณาโดยระบบดังกล่าว และเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งหมด
คำขอตามวรรคหนึ่งให้ยื่นต่อศาลที่รับคำร้องอย่างช้าในวันนัดพร้อม และให้ศาลที่รับคำร้องส่งคำขอไปยังศาลฎีกาตามที่กำหนดไว้ใน ข้อ 9
การสืบพยานหรือการดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่ากระทำในห้องพิจารณาของศาลฎีกา
การสืบพยานหรือการดำเนินกระบวนพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดที่รับคำร้องอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้กำกับดูแล เว้นแต่การประชุมทางจอภาพนั้นอยู่ในเขตศาลจังหวัดอื่นก็ให้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนั้นเป็นผู้กำกับดูแลแทน
ข้อ 12 ให้ศาลฎีกาดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานหลักฐานต่อเนื่องติดต่อกันไปทุกวันทำการและวันหยุดราชการตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันนัดพิจารณา หรืออย่างช้าต้องแล้วเสร็จก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน
ข้อ 13 ถ้าผู้สมัครหรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดี ให้ทำคำแถลงการณ์เป็นหนังสือยื่นต่อศาลฎีกาในวันเสร็จสิ้นการพิจารณา มิฉะนั้น ถือว่าไม่ติดใจแถลงการณ์
top

:: หมวด 3 การพิจารณาและวินิจฉัยคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
:: ส่วนที่ 1 คำร้องและคำคัดค้าน
ข้อ 14 ในกรณีที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งเห็นว่า ผู้สมัครคนใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งยื่นคำร้องเอกสารประกอบคำร้อง และบัญชีพยานหลักฐาน พร้อมด้วยหลักฐานแสดงว่าได้ส่งสำเนาคำร้อง สำเนาเอกสารประกอบคำร้อง และสำเนาบัญชีพยานหลักฐานให้แก่ผู้สมัคร ณ ภูมิลำเนาที่ปรากฏในใบสมัครแล้วต่อศาลจังหวัดที่เขตเลือกตั้งอยู่ในเขตอำนาจหรือศาลแพ่งในกรณีที่เขตเลือกตั้งมิได้อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดโดยเร็ว เพื่อขอให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น ทั้งนี้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจะต้องแจ้งกำหนดวันเวลานัดและศาลที่จะยื่นคำร้องให้ผู้สมัครทราบด้วย
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งต้องส่งสำเนาคำร้องและแจ้งกำหนดวันเวลานัดและศาลที่จะยื่นคำร้องให้ผู้สมัครทราบก่อนวันนัดยื่นคำร้องไม่น้อยกว่าสามวัน
ในกรณีที่เขตเลือกตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งตั้งแต่สองศาลขึ้นไป ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจะยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดใดหรือศาลแพ่งที่มีเขตอำนาจตามวรรคหนึ่งก็ได้
ในกรณีที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งไม่มาศาลในวันและเวลานัดยื่นคำร้องให้ถือว่าไม่ติดใจยื่นคำร้องนั้น
ในกรณีที่วันนัดยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่งเป็นวันก่อนวันเลือกตั้งไม่มากกว่าสิบวันทำการ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาโดยตรง
ข้อ 15 ในวันนัดยื่นคำร้องตาม ข้อ 14 ให้ผู้สมัครมาศาลเพื่อยื่นคำคัดค้าน เอกสารประกอบคำคัดค้าน และบัญชีพยานหลักฐาน พร้อมด้วยสำเนาเพื่อส่งให้แก่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหากผู้สมัครไม่มาศาลหรือไม่ยื่นคำคัดค้านในวันนัดยื่นคำร้อง ให้ถือว่าไม่ติดใจคัดค้านและสืบพยานหลักฐาน
top

:: ส่วนที่ 2 การพิจารณาและวินิจฉัย
ข้อ 16 การพิจารณาและวินิจฉัยคำร้องของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งตาม ข้อ 14 ให้นำความในหมวด 2 ส่วนที่ 2 มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้ถือว่าวันนัดยื่นคำร้องเป็นวัดนัดพร้อม
ข้อ 17 ให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง คำคัดค้าน พยานหลักฐาน และทำคำสั่งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
top

:: หมวด 4 คำสั่ง
ข้อ 18 คำสั่งของศาลฎีกาให้ทำเป็นหนังสือ และต้องกล่าวหรือแสดง
(1) ชื่อผู้ร้องและผู้คัดค้าน
(2) ใจความแห่งคำวินิจฉัยพร้อมเหตุผลโดยย่อ
(3) ลายมือชื่อผู้พิพากษาที่ทำคำสั่ง
ข้อ 19 ให้ศาลฎีกาแจ้งคำสั่งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งและศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งแล้วแต่กรณีโดยเร็ว
ข้อ 20 ให้ศาลฎีกา ศาลจังหวัด หรือศาลแพ่ง แล้วแต่กรณี ปิดคำสั่งศาลฎีกาไว้หน้าศาลเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน และให้คำสั่งนั้นมีผลทันที


:: ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
:: (ลงชื่อ) อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ ประธานศาลฎีกา

top























 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update