| |
:: ข้อบังคับสภาสถาปนิก
:: ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2545
ข้อที่ 1-28
อาศัยอำนาจตามความใน
มาตรา 8 (6) (ซ)
แห่ง พระราชบัญญัติ สถาปนิก พ.ศ. 2543 อันเป็นพระราชบัญญัติที่บทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่ง มาตรา 29
ประกอบกับ มาตรา 39
และ มาตรา 50
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายสภาสถาปนิก
โดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาสถาปนิกออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม
พ.ศ. 2545"
ข้อ
2 ในข้อบังคับนี้
"ผู้ประกอบวิชาชีพ"
หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตาม พระราชบัญญัติ
สถาปนิก พ.ศ. 2543
ข้อ
3 ผู้ประกอบวิชาชีพผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งในข้อบังคับนี้ให้ถือว่าผู้ประกอบวิชาชีพผู้นั้น
ประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม
 |
:: หมวด 1 จรรยาบรรณต่อสาธารณะ
ข้อ
4 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง
พระราชบัญญัติ สถาปนิก พ.ศ. 2543
และบทบัญญัติแห่งกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม
 |
:: หมวด 2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
ข้อ
5 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
ข้อ
6 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฎิบัติงานที่ได้รับทำความตั้งใจ และเต็มความสามารถตามมาตราฐานการประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง
ตามหลักปฎิบัติและวิชาการให้สนองต่อประโยชน์ของผู้ว่าจ้างและสาธารณะอย่างถูกต้อง
ข้อ
7 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ข้อ
8 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบธรรม หรือใช้อิทธิพลหรือให้ผลประโยชน์แก่บุคคล
เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับหรือไม่ได้รับงาน
ข้อ
9 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อย่างใดแก่เจ้าพนักงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ
หรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการที่ผู้ประกอบวิชาชีพนั้นมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่เพื่อจูงใจ
หรือสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเจ้าพนักงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องนั้น
ผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ
หรือผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้คุณหรือให้โทษใดๆ ต้องไม่รับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์จากผู้ใด
เพื่อจูงใจหรือสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจของตน
ข้อ
10 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องต้องไม่ลงลายมือชื่อเป็นผู้ประกอบวิชาชีพในงานที่ตนไม่ได้รับทำ
ตรวจสอบ หรือควบคุมด้วยตนเอง
ข้อ
11 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณา ด้วยประการใดๆ
ซึ่งการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมของตนเองเว้นแต่การแสดงชื่อ
ตำแหน่ง คุณวุฒิ สาขาของวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ที่อยู่ หรือสำนักงานของผู้ประกอบวิชาชีพนั้นเอง
ข้อ
12 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้าง วาน
หรือยินยอมให้ผู้อื่นเอาตนหรือชื่อของตนไปโฆษณาผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับงานวิชาชีพสถาปัตยกรรมทั้งปวง
ทั้งพึงระมัดระวังมิให้การประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมของตนถูกเผยแพร่ออกไปในสื่อต่างๆ
ในทำนองโฆษณาความรู้ความสามารถของตนเองหรือของผู้อื่น
 |
:: หมวด 3 จรรยาบรรณต่อผู้ว่าจ้าง
ข้อ
13 ผู้ประกอบวิชาชีพพึงรับให้บริการวิชาชีพก็ต่อเมื่อผู้ประกอบวิชาชีพนั้นรวมถึงผู้อื่นซึ่งร่วมกันในการดำเนินการ
มีคุณวุฒิโดยการศึกษา โดยการฝึกฝน หรือโดยประสบการณ์เพียงพอในสาขาวิชาการที่เกี่ยวข้อง
ข้อ
14 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เรียก รับ หรือยอมรับจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ
จากผู้รับเหมาหรือบุคคลอื่นซึ่งเกี่ยวข้องในงานที่ทำให้กับผู้ว่าจ้าง
ข้อ
15 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ละทิ้งงานที่ได้รับทำโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ข้อ
16 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เปิดเผยความลับของงานที่ตนได้รับทำ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
หรือโดยคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาล
ข้อ
17 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่รับดำเนินงานโดยใช้รูปแบบอย่างเดียวกันที่เคยรับทำให้แก่ผู้ว่าจ้างรายอื่น
เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างรายนั้น
และได้แจ้งให้ผู้ว่าจ้างรายใหม่นั้นทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
ข้อ
18 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่รับดำเนินงานโดยใช้รูปแบบอย่างเดียวกันที่เคยรับทำให้แก่ผู้ว่าจ้างรายอื่น
เพื่อการเปรียบเทียบประกวดแบบ หรือประกวดราคาเว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายอักษรจากผู้ว่าจ้างรายนั้น
และได้แจ้งให้ผู้ว่าจ้างรายใหม่ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
ข้อ
19 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่แสวงหาหรือตกลงรับงานโดยรับค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าความเหมาะสม
ตามมาตรฐานวิชาชีพสถาปัตยกรรม จนเป็นเหตุให้ตนไม่สามารถจะให้บริการเต็มความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ว่าจ้างของตนและต่อสาธารณะ
ข้อ
20 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่อวดอ้างกับผู้ว่าจ้างว่าตนเกี่ยวพันเป็นสมัครพรรคพวกหรือรู้จักคุ้นเคยกับผู้ใด
อันกระทำให้ผู้ว่าจ้างหลงผิดว่าตนสามารถจะทำให้ผู้ว่าจ้างได้รับผลตอบแทนเป็นพิเศษ
นอกจากทางการงาน หรือหลอกลวงว่าจะชักนำจูงใจให้ผู้นั้นช่วยเหลือในทางใดๆ ก็ได้
ข้อ
21 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่จงใจละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่งานของผู้ว่าจ้าง
หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ผู้ว่าจ้างได้ทราบ
 |
:: หมวด 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพ
ข้อ
22 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่โอ้อวดความรู้ความสามารถของตนจนเกินกว่าความเป็นจริงและต้องไม่แอบอ้างความคิด
หรือผลงานของผู้ประกอบวิชาชีพอื่นว่าเป็นของตน
ข้อ
23 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่แสวงหางานด้วยการแข่งขันกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่น
โดยวิธีประกวดราคาหรือลดผลประโยชน์ สินจ้างหรือบำเหน็จรางวัล
ข้อ
24 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เสนอบริการของตนในการประกวดแข่งขันที่ไม่ได้มาตรฐานการประกวดแบบ
ตามมาตรฐานวิชาชีพสถาปัตยกรรม
ข้อ
25 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เข้าแย่งรับทำงานชิ้นเดียวกันและในขอบเขตงานเดียวกัน
จากผู้ว่าจ้างรายเดียวกันที่ได้ว่าจ้างผู้ประกอบวิชาชีพอื่นอยู่แล้ว เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ประกอบวิชาชีพนั้น
หรือผู้ว่าจ้างมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ที่เชื่อได้ว่าได้บอกเลิกสัญญาว่าจ้างกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่นนั้นแล้ว
ข้อ
26 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่รับตรวจสอบงานซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพอื่นทำอยู่
เว้นแต่เป็นการตรวจสอบตามหน้าที่หรือขอบเขตของงานหรือตามวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบของผู้ว่าจ้าง
และได้แจ้งหน้าที่หรือขอบเขตของงาน หรือวัตถุประสงค์ดังกล่าวให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นนั้นทราบล่วงหน้าแล้ว
ข้อ
27 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ใช้หรือคัดลอกแบบ รูป แผนผัง ผังหรือ เอกสารที่เกี่ยวกับงานของผู้ประกอบวิชาชีพอื่น
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ประกอบวิชาชีพอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ
28 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่จงใจกระทำการใดๆ ให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงของผู้ประกอบวิชาชีพอื่น
:: ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ปรีดิ์ บุรณศิริ นายกสภาสถาปนิก
 |
|
|