กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ข้อบังคับแพทยสภา
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาต่างๆ พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-4
:: หมวด1 สาขาที่ออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร ข้อ 5-6
:: หมวด2 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ ยื่นคำขอหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร ข้อ 7-8
:: หมวด3 การสมัครเข้ารับการฝึกอบรม และการขึ้นทะเบียนแพทย์ประจำบ้าน ข้อ 9-14
:: หมวด4 การฝึกอบรมและการปฏิบัติงาน เพื่อการสอบวุฒิบัตรฯ ข้อ 15-16
:: หมวด5 อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาต่างๆ ข้อ 17-22
:: หมวด6 การขอและการออกหนังสืออนุมัติ และวุฒิบัตร ข้อ 23-30
:: หมวด7 แบบหนังสืออนุมัติฯ และวุฒิบัตรฯ ข้อ 31
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ข้อบังคับแพทยสภา
:: ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาต่างๆ พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-31


:: บทนิยาม
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 21 (3) (ฉ) และ มาตรา 29 และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ ตาม มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายคณะกรรมการแพทยสภาออกข้อบังคับแพทยสภาไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ข้อบังคับแพทยสภานี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาต่างๆ พ.ศ. 2535
(2) ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาต่างๆ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537
(3) ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาต่างๆ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541
(4) ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาต่างๆ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2541
(5) ประกาศแพทยสภา ที่ 30/2537 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2537 เรื่อง การเปลี่ยนประเภทสาขาการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน
(6) ประกาศแพทยสภา ที่ 39/2539 ลงวันที่ 11 มกราคม 2539 เรื่อง เพิ่มเติมสาขาที่ออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร
(7) ประกาศแพทยสภา ที่ 65/2539 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2539 เรื่อง การเปลี่ยนประเภทสาขาการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน
(8) ประกาศแพทยสภา ที่ 32/2541 ลงวันที่ 10 กันยายน 2541 เรื่อง เพิ่มเติมสาขาที่ออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร
(9) ประกาศแพทยสภา ที่ 3/2542 ลงวันที่ 29 มกราคม 2542 เรื่อง การเปลี่ยนชื่อสาขาในการฝึกอบรมเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
(10) ประกาศแพทยสภา ที่ 55/2542 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2542 เรื่อง การเปลี่ยนชื่อสาขาในการฝึกอบรมเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
(11) ประกาศแพทยสภา ที่ 55/2543 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2543 เรื่อง การเปลี่ยนชื่อสาขาในการฝึกอบรมเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ข้อ 4 ในข้อบังคับนี้
"หนังสืออนุมัติ" หมายความว่า หนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
"วุฒิบัตร" หมายความว่า วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
"คณะอนุกรรมการ" หมายความว่า คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (อฝส.)
top

:: หมวด 1 สาขาที่ออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร
ข้อ 5 แพทยสภาอาจออกหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรในสาขาต่างๆ ดังนี้
(1) กุมารเวชศาสตร์
(2) กุมารเวชศาสตร์โรคไต
(3) กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ
(4) กุมารเวชศาสตร์โรคเลือด
(5) กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ
(6) กุมารศัลยศาสตร์
(7) จักษุวิทยา
(8) จิตเวชศาสตร์
(9) จิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น
(10) ตจวิทยา
(11) นิติเวชศาสตร์
(12) ประสาทวิทยา
(13) ประสาทศัลยศาสตร์
(14) พยาธิวิทยากายวิภาค
(15) พยาธิวิทยาคลินิก
(16) พยาธิวิทยาทั่วไป
(17) รังสีรักษา
(18) รังสีวิทยาทั่วไป
(19) รังสีวิทยาวินิจฉัย
(20) วิสัญญีวิทยา
(21) เวชบำบัดวิกฤต
(22) เวชศาสตร์ครอบครัว
(23) เวชศาสตร์นิวเคลียร์
(24) เวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงระบาดวิทยา
แขนงเวชศาสตร์การบิน
แขนงเวชศาสตร์ป้องกันคลินิก
แขนงสาธารณสุขศาสตร์
แขนงอาชีวเวชศาสตร์
(25) เวชศาสตร์ฟื้นฟู
(26) ศัลยศาสตร์
(27) ศัลยศาสตร์ตกแต่ง
(28) ศัลยศาสตร์ทรวงอก
(29) ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา
(30) ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
(31) ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
(32) สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
(33) โสต ศอ นาสิกวิทยา
(34) อายุรศาสตร์
(35) อายุรศาสตร์โรคไต
(36) อายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตระบบการหายใจ
(37) อายุรศาสตร์โรคเลือด
(38) อายุรศาสตร์หัวใจ
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อสาขา การเพิ่มหรือลดสาขาที่ออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร ให้ออกเป็นประกาศของแพทยสภา
ข้อ 6 การแบ่งประเภทสาขาที่ออกวุฒิบัตร
สาขาที่ออกวุฒิบัตรแบ่งได้เป็น 3 ประเภทตามข้อกำหนดของการสมัครเข้ารับการฝึกอบรมดังนี้
(1) สาขาประเภทที่ 1 หมายถึง สาขาที่ผู้สมัครสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้โดยไม่จำเป็นต้องชดใช้ทุน
(2) สาขาประเภทที่ 2 หมายถึง สาขาที่ผู้สมัครจะต้องผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะ และได้ปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามจำนวนปีที่แพทยสภากำหนด
(3) สาขาประเภทที่ 3 หมายถึง สาขาที่ผู้สมัครจะต้องได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรในสาขาที่กำหนดเป็นสาขาหลักก่อนแล้ว
ให้แพทยสภาประกาศกำหนดสาขาที่ออกวุฒิบัตรในแต่ละประเภท ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
top

:: หมวด 2 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นคำขอหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร
ข้อ 7 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นคำขอหนังสืออนุมัติ
ผู้ที่ยื่นคำขอหนังสืออนุมัติในสาขาใด ต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตาม พระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 และต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) เป็นผู้ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขานั้นๆ จากสถาบันในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง
(2) เป็นผู้ที่ได้รับปฏิบัติงานในสาขานั้นมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ตามเงื่อนไขที่ราชวิทยาลัย/วิทยาลัยที่รับผิดชอบสาขานั้นๆ กำหนด
ข้อ 8 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นคำขอวุฒิบัตร
ผู้ยื่นคำขอวุฒิบัตรในสาขาใด ต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตาม พระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 และต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) เป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขานั้น ตามที่กำหนดไว้ในหมวด 4
(2) เป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมผ่านระดับแพทย์ประจำบ้านปีสุดท้ายในสาขานั้นจากสถาบันทางการแพทย์ในต่างประเทศ ซึ่งมีหลักสูตรและระยะเวลาการอบรมอย่างน้อย 3 ปี หรือเทียบเท่ากับหลักสูตรที่แพทยสภารับรอง
(3) เป็นผู้ผ่านการปฏิบัติงานตามที่กำหนดไว้ในหมวด 4
การยื่นคำขอวุฒิบัตรในสาขาประเภทที่ 3 ผู้ที่ยื่นคำขอต้องได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร ในสาขาประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นสาขาหลักของสาขาประเภทที่ 3 ก่อน เว้นแต่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านตามโครงการของแพทยสภาที่หลักสูตรการฝึกอบรมมีระยะเวลามากกว่า 3 ปี หรือหลักสูตรที่มีเงื่อนไขจำเพาะอื่น ทั้งนี้ โดยให้เป็นไปตามประกาศของแพทยสภา
top

:: หมวด 3 การสมัครเข้ารับการฝึกอบรมและการขึ้นทะเบียนแพทย์ประจำบ้าน
ข้อ 9 การสมัครเข้ารับการฝึกอบรม
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นแพทย์ประจำบ้านสาขาต่างๆ ตามหลักสูตรของแพทยสภาหรือตามโครงการที่แพทยสภารับรองในสภาบันต่างๆ ต้องยื่นใบสมัครต่อสำนักงานเลขาธิการแพทยสภาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่แพทยสภาจะประกาศในแต่ละปี
ข้อ 10 คุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นแพทย์ประจำบ้านสาขาต่างๆ ตามหลักสูตรของแพทยสภา หรือตามโครงการที่แพทยสภารับรองในสถาบันต่างๆ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว และให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถาบันฝึกอบรม พิจารณาคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยให้ลำดับการพิจารณาคัดเลือกดังนี้
(1) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีต้นสังกัด
สาขาประเภทที่ 1
ไม่มีข้อกำหนด
สาขาประเภทที่ 2
ผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะครบถ้วนและได้ปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามจำนวนปีที่กำหนด โดยให้ลำดับความสำคัญกับผู้ที่ใช้ทุนจำนวนปีมากกว่า
สาขาประเภทที่ 3
ผู้ที่มีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้
(ก) ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรในสาขาประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นสาขาหลักของสาขาประเภทที่ 3 นั้นแล้ว
(ข) ผู้ที่กำลังฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านปีสุดท้ายตามโครงการของแพทยสภาในสาขาประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นสาขาหลักของสาขาประเภทที่ 3 นั้น
(ค) ผู้ที่กำลังฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านในระดับปีที่กำหนดในสาขาประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นสาขาหลักของสาขาประเภทที่ 3 นั้น ตามประกาศของแพทยสภา
(ง) ผู้ที่มีสิทธิสอบเพื่อหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรในปีการศึกษานั้น ในสาขาประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นสาขาประเภทที่ 3 นั้น
สำหรับผู้ที่ไม่มีพันธะในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนการศึกษาแก่รัฐบาล หรือผู้ที่หมดพันธะการปฏิบัติงานชดใช้ทุนการศึกษาแล้ว ต้องมีระยะเวลาในการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละประเภทสาขา
ทั้งนี้การอนุมัติให้หน่วยงานต้นสังกัดใดส่งแพทย์ที่ยังปฏิบัติงานชดใช้ทุนการศึกษาไม่ครบ 3 ปี เข้ารับการฝึกอบรม ต้องอยู่ในเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนดขึ้น และระยะเวลาในระหว่างการฝึกอบรมไม่นับเป็นระยะเวลาของการปฏิบัติงานชดใช้ทุนการศึกษา
(2) ผู้สมัครที่ไม่มีต้นสังกัด (อิสระ)
ให้มีการพิจารณากำหนดโควตาของผู้สมัครอิสระในแต่ละสาขาจากจำนวนของผู้สมัครที่มีต้นสังกัดที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว ทั้งนี้ผู้สมัครอิสระจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว 3 ปี เว้นแต่บางสาขา ทั้งนี้ตามเงื่อนไขที่แพทยสภากำหนด
ข้อ 11 การเปลี่ยนสาขาวิชาที่ฝึกอบรม การเปลี่ยนสถาบันที่ฝึกอบรม การเปลี่ยนแปลงต้นสังกัด การจำกัดสิทธิในการสมัครแพทย์ประจำบ้าน ให้เป็นไปตามเงื่อนไขในประกาศรับสมัครแพทย์ประจำบ้านในแต่ละปี
ข้อ 12 ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ - สกุล สถาบันที่กำลังฝึกอบรม และสาขาที่ฝึกอบรม ให้สถาบันฝึกอบรมแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไปยังราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่รับผิดชอบ เพื่อแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาทราบภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ข้อ 13 ให้เลขาธิการแพทยสภาเป็นผู้จัดทำทะเบียนแพทย์ประจำบ้านเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ประจำบ้านซึ่งฝึกอบรมอยู่ในสถาบันใดๆ ได้ตรงต่อความเป็นจริงตลอดเวลา
ข้อ 14 การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านในปีการศึกษาหนึ่งสำหรับสาขาประเภทที่ 1 และ 2 ให้เป็นไปตามประกาศแพทยสภา
top

:: หมวด 4 การฝึกอบรมและการปฏิบัติงานเพื่อการสอบวุฒิบัตรฯ
ข้อ 15 การฝึกอบรมเพื่อการสอบวุฒิบัตร
ผู้มีสิทธิยื่นคำขอวุฒิบัตรในสาขาใด ต้องได้รับการฝึกอบรมในสาขานั้นครบตามหลักสูตรของแพทยสภา ในสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งนี้ ตามที่แพทยสภารับรอง หรือผ่านการฝึกอบรมในระดับแพทย์ประจำบ้าน ปีสุดท้ายตามหลักสูตร
ข้อ 16 การปฏิบัติงานเพื่อการสอบวุฒิบัตร
สาขาประเภทที่ 1
ปฏิบัติงานในสาขานั้นตามเงื่อนไขที่ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพนั้นๆ กำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแพทยสภา ในสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ราชวิทยาลัย/วิทยาลัยนั้นๆ รับรอง โดยความเห็นชอบของแพทยสภา โดยมีระยะเวลาการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าระยะเวลาของหลักสูตร
สาขาประเภทที่ 2
ปฏิบัติงานในสาขานั้นตามเงื่อนไขที่ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพนั้นๆ กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแพทยสภา ในสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพนั้นๆ รับรองโดยความเห็นชอบของแพทยสภา โดยมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานมากกว่าระยะเวลาของหลักสูตรไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานเฉพาะในสาขานั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าระยะเวลาของหลักสูตรการฝึกอบรมสาขานั้น
top

:: หมวด 5 อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาต่างๆ
ข้อ 17 ให้มีคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (อฝส.) สาขาต่างๆ ตาม ข้อ 5 โดยความเห็นชอบของราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่รับผิดชอบสาขานั้นๆ
ข้อ 18 ให้ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่แพทยสภามอบหมาย เป็นผู้รับผิดชอบดูแลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการสาขานั้นๆ
ข้อ 19 อำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ
(1) วางเป้าหมาย จัดทำหลักสูตร และวิธีการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านโดยความเห็นชอบของราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่รับผิดชอบสาขานั้น ตามหลักเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนด
(2) กำหนดหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติของโรงพยาบาล หรือสถาบันฝึกอบรมสาขานั้นๆ
(3) ประเมินคุณภาพของโรงพยาบาลหรือสถาบันฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์การประเมินสถาบันฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน ที่แพทยสภากำหนด เพื่อเสนอให้แพทยสภารับรองหรือยกเลิกการรับรอง ทั้งนี้การประเมินคุณภาพโรงพยาบาลหรือสถาบันฝึกอบรมนี้ให้พิจารณาทบทวนทุก 5 ปี
(4) รวบรวมรายชื่อแพทย์ประจำบ้านที่ฝึกอบรมในสาขานั้นๆ ทุกชั้นปีจากสถาบันฝึกอบรม เพื่อเสนอราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพ ให้รายงานต่อสำนักงานเลขาธิการแพทยสภาทุกปีการศึกษา ภายใน 30 วันนับจากเริ่มปีการศึกษา
(5) ประเมินคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นคำขอหนังสืออนุมัติฯ หรือวุฒิบัตรฯ เพื่อเป็นผู้มีสิทธิสอบ
(6) ดำเนินการสอบและตัดสินผลการสอบ แล้วรายงานราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพเพื่อเสนอขออนุมัติต่อแพทย์สภา
(7) ติดตามผล ทำข้อเสนอแนะ และดำเนินการแก้ปัญหาการฝึกอบรมสาขานั้นๆ
(8) ควบคุมให้โครงการฝึกอบรมในสาขานั้นๆ ดำเนินไปตามเป้าหมายที่แพทยสภากำหนด
(9) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อช่วยดำเนินการแทนโดยอยู่ภายใต้การควบคุมของราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพ นั้นๆ
ข้อ 20 คุณสมบัติของอนุกรรมการ
(1) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตาม พระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525
(2) ได้รับหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตร จากแพทยสภาในสาขานั้นหรือสาขาที่เกี่ยวเนื่อง
(3) สนใจใฝ่รู้ทางด้านวิชาการ เช่น เสนอผลงานต่อที่ประชุมวิชาการเขียนตำรา เขียนบทความ ฯลฯ
(4) อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี
(5) ปฏิบัติงานในสาขานั้นๆ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี (รวมระยะเวลาที่ศึกษาแพทย์ประจำบ้าน และขณะที่ได้รับการพิจารณายังปฏิบัติงานในสาขานั้นๆ อยู่)
(6) มีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นที่ยอมรับในวิชาชีพ และไม่ค่อยถูกลงโทษทางจริยธรรมถึงขั้นพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ข้อ 21 วิธีสรรหาอนุกรรมการ
(1) ให้ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่แพทยสภามอบหมาย สอบถามความเห็นและประสานงานกับสมาคม/ชมรมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องที่แพทยสภารับรองเพื่อพิจารณาเสนอรายชื่ออนุกรรมการ พร้อมทั้งชื่อประธานและเลขานุการ ตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนดให้ ข้อ 20 ต่อคณะกรรมการแพทยสภาเพื่อพิจารณาแต่งตั้งหรือคณะกรรมการแพทยสภา อาจมอบอำนาจให้ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่รับผิดชอบดูแลสาขานั้นๆ เป็นผู้ดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ แล้วแจ้งคณะกรรมการแพทยสภาเพื่อทราบ
(2) หากอนุกรรมการที่แต่งตั้งแล้วพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะอนุกรรมการที่เหลืออยู่เป็นผู้เสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนดใน ข้อ 20 ต่อคณะกรรมการแพทยสภา หรือราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่คณะกรรมการแพทยสภามอบอำนาจให้ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการทดแทนตำแหน่งที่ว่างโดยมีวาระเท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทน
ข้อ 22 วาระของอนุกรรมการ
(1) อนุกรรมการแต่ละสาขาอยู่ในตำแหน่งตามวาระของคณะกรรมการแพทยสภา หรือคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/ แล้วแต่กรณี ถ้าคณะกรรมการแพทยสภาหรือคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัย/วิทยาลัยชุดใหม่ ยังไม่ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ ก็ให้คณะอนุกรรมการชุดเดิมรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่
(2) อนุกรรมการแต่ละสาขาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเมื่อ
(ก) ตาย
(ข) ลาออก
(ค) พ้นจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
(ง) ขาดคุณสมบัติตาม ข้อ 20
(จ) คณะกรรมการแพทยสภาหรือคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพ แล้วแต่กรณี มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
top

:: หมวด 6 การขอและการออกหนังสืออนุมัติ และวุฒิบัตร
ข้อ 23 การยื่นคำขอหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร
(1) ผู้ประสงค์จะขอหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร ยื่นเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา หรือที่ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่แพทยสภามอบหมาย ตามประกาศที่แพทยสภาจะประกาศในแต่ละปี
(2) ชำระค่าสมัครสอบตามอัตราที่กำหนดในประกาศแพทยสภา ซึ่งแพทยสภาจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
ข้อ 24 การตรวจสอบ
เมื่อมีผู้มายื่นคำขอสมัครสอบหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร ให้เลขาธิการแพทยสภาหรือผู้รับมอบอำนาจของราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพ แล้วแต่กรณีดำเนินการตรวจสอบรายชื่อผู้ยื่นคำขอสมัครสอบทุกครั้ง ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอสมัครสอบเพื่อวุฒิบัตรเป็นผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการของแพทยสภา ถ้าไม่ปรากฏรายชื่อหรือชื่อไม่ตรงกับสถาบันที่แจ้งไว้ หรือสาขาที่ขอสมัครสอบผิดจากที่แจ้งไว้ในทะเบียนแพทย์ประจำบ้าน และมีเหตุผลที่เชื่อถือได้ว่าเหตุเหล่านั้นเกิดขึ้นจากความบกพร่องของผู้ขอสมัครสอบเอง ให้ถือว่าแพทย์ผู้นั้นไม่มีสิทธิในการสอบครั้งนั้น
ข้อ 25 การประเมินคุณสมบัติ
(1) สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา หรือราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่ได้รับมอบอำนาจจะรวบรวมคำขอสมัครสอบ และเอกสารหลักฐานต่างๆ ส่งให้คณะอนุกรรมการแต่ละสาขาเพื่อประเมินคุณสมบัติ
(2) เมื่อคณะอนุกรรมการประเมินคุณสมบัติ และอนุมัติให้ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิเข้าสอบแล้ว ให้คณะอนุกรรมการสาขานั้นๆ ส่งรายชื่อผู้มีสิทธิสอบให้สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาหรือราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่ได้รับมอบอำนาจ เพื่อประกาศและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ ทราบก่อนกำหนดวันสอบไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์
ข้อ 26 การสอบ
(1) ผู้ยื่นคำขอต้องเข้ารับการสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม จากคณะอนุกรรมการสาขานั้นๆ ตามเงื่อนไขและระเบียบที่ราชวิทยาลัย/วิทยาลัยนั้นๆ กำหนดไว้
(2) ในการสอบเพื่อหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรนั้น คณะอนุกรรมการแต่ละสาขาจะต้องจัดให้มีการสอบภาคข้อเขียน การสอบปฏิบัติ และการสอบปากเปล่า
(3) สำหรับการสอบเพื่อหนังสืออนุมัติ คณะอนุกรรมการมีสิทธิพิจารณายกเว้นการสอบภาคข้อเขียน และ/หรือการสอบภาคปฏิบัติ ให้แก่ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขานั้นๆ จากสถาบันในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง และมีสิทธิพิจารณายกเว้นการสอบภาคข้อเขียนเป็นการเฉพาะราย แก่ผู้ที่ปฏิบัติงานในสาขานั้นๆ มาแล้วเกิน 10 ปี ทั้งนี้ต้องเป็นการปฏิบัติงานในสาขานั้นต่อเนื่องกันมาตลอดจนถึงวันที่ยื่นคำขอสมัครสอบ
(4) หากในการสอบครั้งใด คณะอนุกรรมการมีความจำเป็นต้องให้มีผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานั้น หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มาช่วยดำเนินการสอบ คณะอนุกรรมการสามารถเสนอราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่ได้รับมอบอำนาจ พิจารณาแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อช่วยในการสอบสาขานั้น ๆ ได้เป็นคราวๆ ไป
(5) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอซึ่งได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้มีสิทธิสอบแล้ว ไม่สามารถเข้ารับการสอบในครั้งนั้นได้ ผู้ยื่นคำขออาจขอเลื่อนการสอบไปในครั้งถัดไปได้ โดยทำหนังสือชี้แจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งต่อเลขาธิการแพทยสภา เพื่อให้ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพที่ได้รับมอบอำนาจพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้การขอเลื่อนสอบดังกล่าวจะกระทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ข้อ 27 กำหนดการสอบ
(1) ให้มีการสอบภาคข้อเขียนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน ในกรณีที่คณะอนุกรรมการสาขาใดต้องการให้มีการสอบภาคข้อเขียนมากกว่า 1 ครั้ง ให้เสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการแพทยสภา
(2) การสอบภาคปฏิบัติและปากเปล่า ให้มีปีละไม่เกิน 2 ครั้ง
(3) ผู้ที่สอบภาคข้อเขียนผ่าน แต่สอบภาคปฏิบัติและ/หรือการสอบปากเปล่าครั้งนั้นตก จะมีโอกาสสอบแก้ตัวภาคปฏิบัติ และ/หรือการสอบปากเปล่าแล้วแต่กรณี ได้เฉพาะในการสอบครั้งถัดไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยจะต้องดำเนินการสมัครสอบและชำระค่าสมัครสอบ ตาม ข้อ 23 อีกครั้งหนึ่ง
(4) ผู้ที่สอบภาคข้อเขียนครั้งใดตก แต่สอบภาคปฏิบัติและ/หรือการสอบปากเปล่าครั้งนั้นผ่าน จะมีโอกาสสอบแก้ตัวภาคข้อเขียนได้อีกครั้งเดียว ก็ต่อเมื่อได้ดำเนินการตาม (1) และจะต้องดำเนินการสมัครสอบและชำระค่าสมัครสอบตาม ข้อ 23 อีกครั้งหนึ่ง
(5) กำหนดการสอบ เวลา และสถานที่สอบที่แน่นอน เลขาธิการแพทยสภาหรือผู้รับมอบอำนาจของราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพ แล้วแต่กรณี จะได้ประกาศและแจ้งให้ผู้มีสิทธิสอบทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนการสอบ
(6) การสอบเพื่อหนังสืออนุมัติ ในสาขาที่เปิดการฝึกอบรมใหม่และเป็นการสอบครั้งแรก หากคณะอนุกรรมการสาขานั้น ต้องการสอบในช่วงเวลานอกเหนือจาก (1) และ (2) ให้คณะอนุกรรมการสาขานั้น เสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการแพทยสภาเป็นคราวๆ ไป
ข้อ 28 การตัดสินผลการสอบ
(1) ผู้สอบได้ คือ ผู้ที่สอบผ่านทั้งภาคข้อเขียน ภาคปฏิบัติ และการสอบปากเปล่า
(2) ให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ สาขานั้น รายงานผลการสอบให้ราชวิทยาลัย/วิทยาลัย/สมาคมวิชาชีพ นำเสนอสำนักงานเลขาธิการแพทยสภาเพื่อเสนอคณะกรรมการแพทยสภาพิจารณาอนุมัติ และออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร แล้วแต่กรณี
ข้อ 29 ค่าใช้จ่ายในการสอบ
ให้คณะอนุกรรมการได้รับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสอบจากราชวิทยาลัย/วิทยาลัย สมาคมวิชาชีพสาขานั้นๆ ตามที่คณะกรรมการแพทยสภากำหนด
ข้อ 30 คณะกรรมการแพทยสภาอาจออกหนังสืออนุมัติสาขาที่แพทยสภาได้ประกาศเพิ่มขึ้นใหม่จากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ ให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการร่างหลักสูตรการฝึกอบรม หรืออนุกรรมการในคณะอนุกรรมการคณะแรกของสาขานั้นเป็นกรณีพิเศษได้
top

:: หมวด 7 แบบหนังสืออนุมัติฯ และวุฒิบัตรฯ
ข้อ 31 ให้ใช้แบบหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร ตามแบบที่กำหนดไว้นี้



หนังสืออนุมัติ
แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
อาศัยอำนาจตามความใน พระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525
ที่

แพทยสภา
ออกหนังสืออนุมัตินี้แก่

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมใบอนุญาต ที่ ลงวันที่ เดือน พ.ศ.
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
สาขา
มีเกียรติ ศักดิ์ และสิทธิแห่งหนังสืออนุมัติภายใต้กฎหมายและข้อบังคับของแพทยสภาทุกประการ
ออกให้ ณ วันที่ เดือน พ.ศ.

นายกแพทยสภา

ประธานราชวิทยาลัยฯ เลขาธิการแพทยสภา ประธานคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ




วุฒิบัตร
แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
อาศัยอำนาจตามความใน พระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525
ที่

แพทยสภา
ออกวุฒิบัตรนี้แก่

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมใบอนุญาต ที่ ลงวันที่ เดือน พ.ศ.
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
สาขา
มีเกียรติ ศักดิ์ และสิทธิแห่งวุฒิบัตรภายใต้กฎหมายและข้อบังคับของแพทยสภาทุกประการ
ออกให้ ณ วันที่ เดือน พ.ศ.

นายกแพทยสภา

ประธานราชวิทยาลัยฯ เลขาธิการแพทยสภา ประธานคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ





:: ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา

top

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update