กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22  
 
:: ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
:: ว่าด้วยการใช้จ่ายและกำหนดค่าใช้จ่ายของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-22

เพื่อให้การจัดทำโครงการวิจัยด้านการเกษตรเชิงพาณิชย์ เพื่อขอรับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 19 (3) แห่งพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2546 คณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรจึงออก ข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า " ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ว่าด้วยการใช้จ่ายและกำหนดค่าใช้จ่ายของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ข้อบังคับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเป็นผู้รักษาการตาม ข้อบังคับนี้
ข้อ 4 ใน ข้อบังคับนี้
"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
"บุคลากร" หมายความว่า บุคลากรทางด้านการวิจัยการเกษตร
"โครงการ" หมายความว่า โครงการวิจัยด้านการเกษตร และ/หรือโครงการพัฒนาบุคลากรทางด้านการวิจัยการเกษตร ที่รับการสนับสนุนจากสำนักงานและเป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด
"หัวหน้าโครงการ" หมายความว่า หัวหน้าโครงการวิจัยด้านการเกษตร และ/หรือโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตรที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงาน
"ผู้รับทุน" หมายความว่า หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลที่ประกอบการค้าด้านการเกษตรของหัวหน้าโครงการ
ข้อ 5 ให้ผู้รับทุนรับผิดชอบในการกำกับดูแลระบบการเงินและการบัญชีตลอดจนความสำเร็จของโครงการ
ข้อ 6 เมื่อโครงการได้รับอนุมัติทุนแล้ว หน่วยงานที่เสนอโครงการจะต้องทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 7 การเบิกจ่ายเงินจากบัญชี ต้องจ่ายตามวัตถุประสงค์ของโครงการเท่านั้น หากนำไปใช้นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของโครงการ หัวหน้าโครงการและผู้ร่วมลงนามสั่งจ่ายต้องชดใช้เงินในส่วนนั้นคืนให้แก่สำนักงาน
ข้อ 8 เมื่อมีการลงนามในสัญญาระหว่างสำนักงานกับผู้รับทุน ผู้รับทุนจะต้องดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารเป็นการเฉพาะของโครงการและส่งสำเนาสมุดเงินฝากและใบขอเปิดบัญชีที่มีรายชื่อ และเงื่อนไขผู้มีอำนาจสั่งจ่ายอย่างน้อยสองในสาม โดยหนึ่งในจำนวนดังกล่าวต้องเป็นหัวหน้าโครงการมาให้สำนักงาน
ดอกเบี้ยที่เกิดจากบัญชีเงินฝากประเภทต่างๆ เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน และให้ส่งดอกผลคืนให้แก่สำนักงานเมื่อปิดบัญชีโครงการพร้อมแนบหลักฐานการรับรองของธนาคาร
ข้อ 9 การเบิกจ่ายเงินของสำนักงาน ให้เบิกจ่ายได้เมื่อมีรายงานความก้าวหน้าตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยให้เบิกจ่ายเป็นงวด (งวดละ 6 เดือน)
ข้อ 10 ให้หัวหน้าโครงการมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติและจ่ายเงินของโครงการให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ของโครงการจากบัญชีธนาคารตาม ข้อ 7
 
  ข้อ 11 การใช้จ่ายเงินในแต่ละรายการต้องไม่เกินวงเงินของโครงการที่ได้รับอนุมัติ ในกรณีที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรายการใดๆ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของโครงการให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าโครงการ ทั้งนี้ ต้องชี้แจงเหตุผลให้สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรทราบ เพื่อประโยชน์ในการติดตามและประเมินผลโครงการและหากสำนักงานเห็นว่าไม่สอดคล้องกับกิจกรรมและแผนการดำเนินงาน สำนักงานมีสิทธิยับยั้งได้
ข้อ 12 ผู้รับทุนต้องเก็บรักษาหลักฐานการใช้จ่ายเงิน และบัญชีของโครงการไว้ไม่น้อยกว่าสิบปี และเก็บรักษา ข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยไม่น้อยกว่าห้าปี เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ 13 หัวหน้าโครงการสามารถจ้างลูกจ้างชั่วคราว รายวันและรายเดือนตามเอกสารโครงการที่ได้รับอนุมัติ และอัตราค่าจ้างเป็นไปตามอัตรา ดังต่อไปนี้


วุฒิการศึกษา
เงินเดือน (เริ่มต้น)

 ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย
 ปวช. และมัธยมศึกษาตอนปลาย
 ปวส.
 ปริญญาตรี
 ปริญญาโท
 ปริญญาเอก
 นิสิตนักศึกษา

 4,710
 5,400
 6,440
 7,630
 10,000
 16,000
 ตามดุลยพินิจของหัวหน้าโครงการแต่ไม่สูงกว่าเงินเดือนตามวุฒิที่ ก.พ. กำหหนด (6,360 บาท)


ลูกจ้างรายวันให้คิด 30 วันเป็น 1 เดือน ในการกำหนดอัตราค่าจ้างในแต่ละวุฒิการศึกษา
ข้อ 14 ผู้ปฏิบัติงานในโครงการหรือปฏิบัติงานให้โครงการ ให้ได้รับค่าตอบแทน ดังต่อไปนี้
(1) ค่าตอบแทน นักวิจัย ผู้ประสานงาน หัวหน้าโครงการ ให้จ่ายเป็นรายเดือน
(2) ห้ามนำเงินสนับสนุนหมวดอื่นมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนเพิ่มเติม
(3) ผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนจากโครงการมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องแจ้งเสียภาษีเงินได้ ตามกฎหมายด้วยตนเอง
(4) ให้กำหนดค่าตอบแทนแก่นักวิจัยในโครงการตามเกณฑ์อัตรา Man - Month ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ ข้อเสนอโครงการต้องระบุจำนวน Man - Month ของนักวิจัยทุกคนในโครงการให้ชัดเจน
(5) กรณีที่มีนักวิจัยจากต่างประเทศมาร่วมปฏิบัติงานในโครงการจะต้องระบุรายละเอียดค่าใช้จ่าย เสนอในแบบเสนอโครงการ อัตราค่าใช้จ่ายต้องตกลงกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เป็นกรณีๆ ไป (รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วย)
(6) ค่าตอบแทนที่ปรึกษาให้จ่ายได้เฉพาะกรณีที่ระบุในเอกสารโครงการที่ได้รับอนุมัติ โดยให้ประมาณการเวลาในการเดินทางเป็น คน - วัน ตามที่ทำงานจริงและกำหนดอัตราค่าตอบแทน (ซึ่งไม่รวมค่าพาหนะและค่าที่พัก) วันละ 2,500 - 4,000 บาท ตามคุณวุฒิและประสบการณ์
(7) กรณีที่มีการเชิญที่ปรึกษาจากต่างประเทศมาร่วมปฏิบัติงานเป็นครั้งคราวอัตราค่าใช้จ่ายต้องตกลง กับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเป็นกรณีๆ ไป
(8) กิจกรรมซึ่งเป็นการปฏิบัติงานวิชาการที่มีขอบเขตชัดเจน หรืองานทางวิชาการในลักษณะต่อเนื่องโครงการกิจกรรมในลักษณะที่สามารถจ้าง หรือจ้างเหมานักวิชาการหรือหน่วยงานให้ปฏิบัติงานตาม ข้อตกลงได้โดยไม่ต้องเข้าร่วมในโครงการ ให้คิดค่าตอบแทนโดยพิจารณาลักษณะงานดังนี้
8.1 ปริมาณงาน
8.2 ความยากง่ายของงาน
8.3 ความเร่งด่วนของงาน
8.4 อัตราค่าจ้างให้กำหนดโดยพิจารณาจากอัตราเงินเดือนที่บุคคลนั้นได้รับอยู่
8.5 คุณวุฒิและประสบการณ์
ในการกำหนดอัตราค่าจ้างหรือค่าตอบแทนให้เป็นไปตามที่หัวหน้าโครงการกำหนดโดยความเห็นชอบของสำนักงาน
(9) กิจกรรมซึ่งเป็นการปฏิบัติงานชั่วคราวโดยผู้ปฏิบัติมิใช่ลูกจ้างหรือนักวิชาการในโครงการ เช่น เจ้าหน้าที่วิจัยภาคสนาม ผู้นิเทศงานภาคสนาม หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นที่มิใช่งานทางนักวิชาการ (เป็นการปฏิบัติงานชั่วคราว) เป็นต้น ให้จ่ายในอัตราวันละไม่เกิน 250 บาท/วัน
(10) โครงการจะจ่ายค่าล่วงเวลาเฉพาะลูกจ้างในโครงการที่ทำงานนอกเวลาปกติตามวันและเวลาปฏิบัติราชการเท่านั้น โดยให้เบิกจ่ายในอัตราชั่วโมงละ 50 บาท และไม่เกิน 200 บาท/วัน
ข้อ 15 ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานในโครงการ ให้เบิกจ่ายภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติตามที่ระบุไว้ในเอกสารโครงการ ดังนี้
(1) ค่าพาหนะเดินทางเบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง กรณีเดินทางโดยเครื่องบินให้เบิกจ่ายชั้นประหยัด และอยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าโครงการ
กรณีที่เดินทางโดยเครื่องบินจะต้องมีสำเนาบัตรโดยสารเครื่องบินประกอบการเบิกเงิน ส่วนการเดินทาง โดยทางอื่นให้ใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จแทนได้ กรณีที่ใช้รถส่วนตัวในการเดินทางไปปฏิบัติงานให้เบิกจ่ายเงินชดเชยค่ายานพาหนะในลักษณะเหมาจ่าย ในอัตราไม่เกิน 3 บาท/กิโลเมตร (ไป-กลับ)
(2) ค่าที่พักให้จ่ายได้ไม่เกินวันละ 1,200 บาท โดยใช้ใบเสร็จค่าโรงแรมและพร้อมรายการประกอบสำหรับหัวหน้าโครงการและที่ปรึกษาโครงการให้เบิกจ่ายได้ไม่เกิน 2,000 บาท
(3) หัวหน้าโครงการ นักวิจัย ผู้ช่วยนักวิจัย และเจ้าหน้าที่เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราวันละ 350 บาท โดยใช้แบบฟอร์มที่สำนักงานกำหนด
ข้อ 16 ให้เบิกจ่ายค่าวัสดุภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติตามที่ระบุไว้ในเอกสารโครงการที่ได้รับอนุมัติและดำเนินการจัดซื้อ/จ้าง ในราคาที่ไม่สูงกว่าราคาตลาดของวัสดุนั้น ทั้งนี้ จะต้องมีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องและต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) การจัดซื้อจัดจ้างในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท ให้หัวหน้าโครงการมีอำนาจอนุมัติ
(2) การจัดซื้อจัดจ้างในวงเงินเกิน 200,000 บาท ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งซึ่งประกอบด้วยนักวิจัยในโครงการอย่างน้อย 2 คน เป็นกรรมการดำเนินการ จัดซื้อ จัดจ้างและตรวจรับ
(3) ในการจัดซื้อหรือจัดจ้างทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายจากผู้ขาย ยกเว้นการจัดซื้อจัดจ้างที่มีราคาต่ำกว่า 1,000 บาท และไม่สามารถหาใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายได้ให้หัวหน้าโครงการใช้ใบเสร็จรับเงินตามแบบที่สำนักงานกำหนด
ข้อ 17 ครุภัณฑ์ของโครงการที่จัดซื้อโดยใช้เงินสำนักงาน ให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน ยกเว้นแต่จะมี ข้อตกลงเป็นอย่างอื่น
ข้อ 18 ให้หัวหน้าโครงการกำหนดค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดของหัวหน้าโครงการได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าใช้จ่ายในโครงการ (ที่ไม่รวมค่าครุภัณฑ์และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเพื่อใช้จ่ายในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมที่พัฒนาความเข้มแข็งของการวิจัยของหน่วยงาน
(2) เพื่อดำเนินการจ้างผู้อื่นมาปฏิบัติงานแทนนักวิจัยของหน่วยงานต้นสังกัด
(3) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดจากโครงการ
ข้อ 19 เมื่อโครงการสิ้นสุดไม่ว่ากรณีใดๆ ตามระเบียบนี้ ผู้รับทุนต้องจัดทำรายงานเสนอสำนักงานพร้อมสรุปโครงการ ผลงาน รายการครุภัณฑ์และรายงานการเงิน ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันสิ้นสุดโครงการหรือปิดโครงการ ทั้งนี้ ในส่วนค่าตอบแทนนักวิจัยของโครงการสามสิบวันสุดท้ายสำนักงานจะจ่ายให้เมื่อรายงานฉบับสมบูรณ์ได้รับอนุมัติแล้ว
ข้อ 20 ผู้รับทุนจะต้องปิดบัญชีธนาคารของโครงการทั้งหมด ภายในระยะเวลาสามสิบวันนับตั้งแต่วันสิ้นสุดโครงการหรือปิดโครงการ
ข้อ 21 สำนักงานสงวนสิทธิในการยกเลิกการสนับสนุน ยกเลิกโครงการหรือปิดโครงการ เมื่อผู้รับทุนไม่ปฏิบัติตามระเบียบและหรือ ข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนดไว้
ข้อ 22 ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติตามหรือมีปัญหาหรือ ข้อขัดแย้งใดๆ ในการปฏิบัติตาม ข้อบังคับนี้ให้เสนอคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรพิจารณา


:: ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) บรรพต หงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update