กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการเปรียบเทียบและการสอบสวนคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2547


:: บทนิยาม ข้อ 1-5
:: หมวด1 อำนาจหน้าที่ของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น ข้อ 6-8
:: หมวด2 การดำเนินคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น ข้อ 9-18
:: หมวด3 การดำเนินคดีต่อไป ข้อ 19-23
:: หมวด4 การปฏิบัติต่อของกลาง ข้อ 24-25
:: หมวด5 แบบพิมพ์และค่าปรับ ข้อ 26-30
:: บทเฉพาะกาล ข้อ 31
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย
:: ว่าด้วยการเปรียบเทียบและการสอบสวนคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อที่ 1-31


:: บทนิยาม
ด้วยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดทำแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 กระทรวงมหาดไทยจึงต้องถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ในการเปรียบเทียบคดีอาญาในความผิดตามข้อบัญญัติท้องถิ่น และกฎหมายอื่นให้แก่เทศบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์การบริหารส่วนตำบล แต่ข้อบังคับที่ใช้บังคับอยู่ไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน สมควรออกข้อบังคับเพื่อวางระเบียบปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวเสียใหม่ ซึ่งข้อบังคับนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตาม มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 31 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปรียบเทียบและการสอบสวนคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปรียบเทียบและการสอบสวนคดีละเมิดเทศบัญญัติ ข้อบัญญัติจังหวัดและข้อบังคับสุขาภิบาล พ.ศ. 2521
(2) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปรียบเทียบและการสอบสวนคดีละเมิดเทศบัญญัติ ข้อบัญญัติจังหวัดและข้อบังคับสุขาภิบาล พ.ศ. 2522
บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งอื่นในส่วนที่กำหนดไว้แล้ว ที่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน
ข้อ 4 ในข้อบังคับนี้
"ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น" หมายความถึง ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดเทศบัญญัติ ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดและผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล
"ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดเทศบัญญัติ" หมายความถึง นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี เทศมนตรี ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าแขวง หรือหัวหน้าส่วนราชการในเขตเทศบาลนั้น
"ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิด ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด" หมายความถึง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่งตั้ง ในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น
"ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล" หมายความถึง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล และพนักงานส่วนตำบลซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแต่งตั้ง ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น
"พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง" หมายความถึง หัวหน้าพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนตาม ข้อ 3 ของข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการสอบสวนคดีอาญาบางประเภทในจังหวัดอื่น นอกจากกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2520 แห่งเขตท้องที่ซึ่งมีอำนาจสอบสวนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
"ข้อบัญญัติท้องถิ่น" หมายความถึง เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดและข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อ 5 ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการ และมีอำนาจวินิจฉัยตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ รวมทั้งกำหนดหรือปรับปรุงแบบพิมพ์ให้สอดคล้องกับข้อบังคับนี้
top

:: หมวด 1 อำนาจหน้าที่ของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น
ข้อ 6 ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการตามข้อบังคับนี้
ข้อ 7 ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่นตามข้อบังคับนี้มีขอบเขตอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดเทศบัญญัติ มีอำนาจเปรียบเทียบคดีความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งพันบาท
(2) ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจเปรียบเทียบคดีความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือคดีความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(3) ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจเปรียบเทียบคดีความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งพันบาท
ข้อ 8 พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองมีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่นในความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
top

:: หมวด 2 การดำเนินคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น
ข้อ 9 ให้นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล แล้วแต่กรณี ออกคำสั่งแต่งตั้งผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเป็นเวรประจำวัน ประจำสำนักงาน หรือประจำที่ทำการไว้
เมื่อมีการละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น ให้ดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิด
การจับกุมผู้กระทำความผิดตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานถือปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 10 เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเอง หรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งอยู่ต่อหน้าผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเป็นผู้ต้องหา ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีตาม ข้อ 7 ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล อายุ สัญชาติ บิดามารดา อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้วแจ้งข้อหาให้ทราบ
ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีทำการเปรียบเทียบคดีหรือสอบสวนด้วยความรวดเร็วต่อเนื่องและเป็นธรรม และต้องให้โอกาสผู้ต้องหาในการแก้ข้อกล่าวหาและแสดงข้อเท็จจริง อันเป็นประโยชน์ต่อตนได้
ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ห้ามมิให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี ทำหรือจัดให้ทำการใดๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับหรือกระทำโดยมิชอบประการใดๆ เพื่อจูงใจให้การอย่างใดๆ ในเรื่องที่ต้องหานั้น
ข้อ 11 ห้ามมิให้ควบคุมผู้ถูกจับไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี
ในกรณีซึ่งเป็นความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ จะควบคุมผู้ถูกจับไว้ได้เท่าที่จะถามคำให้การ และที่จะรู้ตัวว่าเป็นใครและที่อยู่ของเขาอยู่ที่ไหนเท่านั้น
ข้อ 12 ก่อนทำการเปรียบเทียบคดี ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีถามผู้ร้องทุกข์หรือผู้กล่าวโทษ และผู้ต้องหา พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ได้ความแน่ชัดว่าการกระทำที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดตามข้อบัญญัติท้องถิ่นฉบับใดและอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ตนจะทำการเปรียบเทียบคดีได้ตามข้อบังคับนี้หรือไม่
ถ้าผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเห็นว่าผู้ต้องหาได้ละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่นแล้วแต่กรณี และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของตนที่จะทำการเปรียบเทียบคดีได้ ก็ได้ดำเนินการเปรียบเทียบคดีให้แล้วเสร็จก่อนคดีขาดอายุความไม่น้อยกว่าสามสิบวัน โดยคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด ความหนักเบาแห่งข้อหาและฐานะของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ ทั้งนี้จะต้องไม่กำหนดจำนวนเงินค่าปรับสูง หรือต่ำกว่าโทษที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น
ในคดีที่มีค่าทดแทน ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสียหายยินยอมให้เปรียบเทียบคดีให้ผู้ทำการเปรียบเทียบคดีกะประมาณจำนวนค่าทดแทนตามที่เห็นสมควรหรือตามที่คู่ความตกลงกัน
ข้อ 13 คดีใดที่อยู่ในอำนาจเปรียบเทียบของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดเทศบัญญัติและข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีดังกล่าว แล้วแต่กรณี ทำการเปรียบเทียบคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยให้ผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีได้เปรียบเทียบ
ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสียหายยินยอมให้เปรียบเทียบคดี ก็ให้บันทึกถ้อยคำผู้ต้องหาผู้เสียหายและความยินยอมลงในแบบพิมพ์ที่กำหนด แล้วทำการเปรียบเทียบคดีโดยจดบันทึกการเปรียบเทียบคดีลงในแบบพิมพ์ที่กำหนด เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามจำนวนที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบกำหนดไว้ภายในเวลาอันสมควร แต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันทำการเปรียบเทียบแล้ว คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน
ถ้าผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบคดี หรือมีการยินยอมตามวรรคสองแล้วแต่ผู้ต้องหาไม่ชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนด ให้บันทึกถ้อยคำหรือเหตุที่ไม่ชำระค่าปรับไว้ในสำนวนการเปรียบเทียบ แล้วส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองในเขตอำนาจดำเนินคดีต่อไป
ข้อ 14 คดีใดที่อยู่ในอำนาจเปรียบเทียบของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตาม ข้อ 7 (2) ให้ดำเนินการเปรียบเทียบคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และดำเนินการดังนี้
(1) ในคดีความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีดังกล่าวทำการเปรียบเทียบคดี โดยให้ผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบได้เปรียบเทียบ ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสียหายยินยอมให้เปรียบเทียบคดี ก็ให้บันทึกถ้อยคำผู้ต้องหา ผู้เสียหาย และความยินยอมลงในแบบพิมพ์ที่กำหนด เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามจำนวนที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีกำหนดไว้ภายในเวลาอันสมควร แต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันทำการเปรียบเทียบแล้ว คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน
(2) ในคดีความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีดังกล่าวเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรรับโทษถึงจำคุก ให้อำนาจเปรียบเทียบคดี โดยกำหนดค่าปรับซึ่งผู้ต้องหาจะพึงชำระ ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสียหายยินยอมตามนั้นก็ให้บันทึกถ้อยคำผู้ต้องหา ผู้เสียหาย และความยินยอมลงในแบบพิมพ์ที่กำหนดแล้วทำการเปรียบเทียบคดีโดยจดบันทึกการเปรียบเทียบคดีลงในแบบพิมพ์ที่กำหนด เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีกำหนดไว้ภายในเวลาอันสมควรแต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันทำการเปรียบเทียบคดีแล้ว คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด
ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบคดี หรือยินยอมให้เปรียบเทียบคดีแต่ผู้ต้องหาไม่ชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้บันทึกถ้อยคำหรือเหตุที่ไม่ชำระค่าปรับไว้ในสำนวนการเปรียบเทียบคดี แล้วส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองในเขตอำนาจดำเนินคดีต่อไป
ข้อ 15 คดีใดเกินอำนาจของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จะทำการเปรียบเทียบได้ตาม ข้อ 7 (2) ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีนั้นส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองผู้มีอำนาจหน้าที่เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ข้อ 16 ในคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณา ให้คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน
ข้อ 17 คดีที่ได้ทำการเปรียบเทียบเสร็จแล้วตาม ข้อ 13 วรรคสอง และ ข้อ 14 วรรคหนึ่ง ให้ส่งสำนวนการเปรียบเทียบคดีไปยังพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองในเขตอำนาจภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ทำการเปรียบเทียบคดีเสร็จ หรือวันที่ผู้ต้องหาชำระค่าปรับแล้ว
ถ้าพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองไม่มีการแจ้งเป็นอย่างอื่นแก่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีตามวรรคหนึ่งในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับสำนวนการเปรียบเทียบให้ถือว่าตามที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีได้ทำการเปรียบเทียบคดีไปนั้น พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเห็นชอบด้วย
ถ้าพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเห็นว่าการเปรียบเทียบคดีมีข้อบกพร่องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ส่งคืนและให้ผู้ทำการเปรียบเทียบคดีดำเนินการปรับปรุง หรือแก้ไขตามที่พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองแจ้ง
ข้อ 18 คดีตาม ข้อ 13 วรรคสาม และ ข้อ 14 วรรคสอง ที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล จะต้องส่งให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองในเขตอำนาจดำเนินคดีต่อไป ให้ส่งไปยังพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองในเขตอำนาจภายในสามวันทำการ นับแต่วันที่เปรียบเทียบคดีไม่ได้
เมื่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเปรียบเทียบคดี หรือดำเนินคดีเสร็จแล้วให้แจ้งผลคดีให้เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าของเรื่องทราบด้วย
top

:: หมวด 3 การดำเนินคดีต่อไป
ข้อ 19 เมื่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองได้รับสำนวนการเปรียบเทียบคดีตาม ข้อ 17 แล้วให้ดำเนินการ ดังนี้
(1) ถ้าเห็นว่าสำนวนการเปรียบเทียบคดีนั้นมีข้อบกพร่อง ให้ส่งคืนผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง แล้วส่งกลับคืนไปให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเพื่อดำเนินการต่อไปโดยเร็ว
(2) ถ้าเห็นว่าการเปรียบเทียบคดีนั้นชอบด้วยกฎหมาย ให้บันทึกความเห็นชอบไว้ในสำนวนการเปรียบเทียบคดี
(3) ถ้าเห็นว่าการเปรียบเทียบคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้บันทึกความเห็นว่าไม่เห็นชอบพร้อมเหตุผลไว้ในสำนวนแล้วดำเนินการต่อไป
สำนวนการเปรียบเทียบคดีที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย เมื่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว ให้ส่งคืนกลับไปยังผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเพื่อเก็บรักษาไว้
ข้อ 20 ถ้าพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเห็นว่าการเปรียบเทียบคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ข้อ 19 (3) ให้ดำเนินการ ดังนี้
(1) กรณีที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะผู้ต้องหามิได้กระทำความผิดตามข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือสิทธิในการนำคดีมาฟ้องได้ระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองทำการสอบสวนคดีนั้นแล้วส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นไปยังพนักงานอัยการในเขตอำนาจ
(2) กรณีที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะผู้ต้องหามิได้กระทำความผิดตามข้อบัญญัติท้องถิ่นแต่เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่น ถ้าพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเห็นว่าการกระทำความผิดตามกฎหมายนั้นอยู่ในอำนาจหน้าที่ของตนที่จะทำการเปรียบเทียบคดี หรือสอบสวนได้ ก็ให้ดำเนินการเปรียบเทียบคดีหรือสอบสวนต่อไป แต่ถ้าเห็นว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน ให้รีบส่งเรื่องไปให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการต่อไป
(3) กรณีที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีกำหนดจำนวนเงินค่าปรับสูง หรือต่ำกว่าอัตราโทษที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองทำการเปรียบเทียบคดี หรือสอบสวนต่อไป
(4) กรณีที่เห็นว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเหตุอื่น ให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองแจ้งเหตุที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นไปให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีแล้วแต่กรณี ทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับสำนวนการเปรียบเทียบคดี พร้อมกับแจ้งให้เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อแจ้งผู้ต้องหามารับเงินค่าปรับคืน โดยให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อรับเงินไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 21 เมื่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองได้รับเรื่องตาม ข้อ 15 ให้ตรวจสอบและพิจารณาว่าคดีความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษที่อยู่อำนาจของตนจะทำการเปรียบเทียบคดีได้ หรือไม่ถ้าเห็นว่าคดีความผิดนั้นอยู่ในอำนาจที่จะทำการเปรียบเทียบคดีได้ก็ให้ดำเนินการเปรียบเทียบคดีโดยคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด ความหนักเบาแห่งข้อหาและฐานะของผู้ต้องหาเป็นสำคัญแต่ถ้าพิจารณาเห็นว่าเป็นคดีความผิดที่ไม่อยู่ในอำนาจที่จะทำการเปรียบเทียบคดีได้ ก็ให้ดำเนินการสอบสวนเป็นคดีสามัญต่อไป โดยให้นำหลักเกณฑ์วิธีการเปรียบเทียบและการสอบสวนตาม ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปรียบเทียบและการสอบสวนคดีอาญาบางประเภท พ.ศ. 2521 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้าเห็นว่าคดีนั้นไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตนให้ส่งเรื่องไปให้พนักงานสอบสวนอื่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการต่อไป ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองมีความเห็น
ข้อ 22 การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในหมวดนี้ ให้นำบทบัญญัติใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้ แล้วแต่กรณีด้วย
ข้อ 23 สถานที่ทำการเปรียบเทียบคดีโดยปกติให้ใช้สำนักงานเทศบาลที่ทำการแขวงของเทศบาล สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล แล้วแต่กรณี เว้นแต่มีเหตุจำเป็นจะทำการเปรียบเทียบคดี ณ ที่ใดภายในเขตเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ให้บันทึกเหตุจำเป็นไว้ในบันทึกการเปรียบเทียบคดีนั้นด้วย
สถานที่ทำการเปรียบเทียบคดีและการสอบสวนคดีของพนักงานฝ่ายปกครองโดยปกติให้ใช้ที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นจะทำการเปรียบเทียบคดี ณ ที่ใดภายในเขตอำนาจก็ได้ ทั้งนี้ให้บันทึกเหตุจำเป็นไว้ในบันทึกการเปรียบเทียบคดีนั้นด้วย
top

:: หมวด 4 การปฏิบัติต่อของกลาง
ข้อ 24 การปฏิบัติต่อของกลาง เรื่องใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับฉบับนี้ให้นำความในข้อบังคับ การเก็บของกลางกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2480 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 25 ผู้มีหน้าที่รักษาของกลาง ได้แก่
(1) นายกเทศมนตรี หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย ในคดีละเมิดเทศบัญญัติ
(2) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย ในคดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(3) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย ในคดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล
ให้ผู้มีหน้าที่รักษาของกลางตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่รักษาของกลางจนกว่าคดีถึงที่สุดไม่ว่าคดีนั้นจะอยู่ในอำนาจเปรียบเทียบคดีของตนหรือไม่
top

:: หมวด 5 แบบพิมพ์และค่าปรับ
ข้อ 26 การเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น ให้ใช้แบบพิมพ์ที่กำหนดแนบท้ายข้อบังคับนี้
ข้อ 27 การเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่นที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง ให้ใช้แบบพิมพ์ คบ. 1 และ คบ. 5 ตาม ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปรียบเทียบและการสอบสวนคดีอาญาบางประเภท พ.ศ. 2521
ข้อ 28 เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับแล้ว ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีของเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบล แล้วแต่กรณี ออกใบเสร็จรับเงิน โดยให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีและผู้รับเงินลงลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงินนั้น
เงินค่าปรับตามวรรคหนึ่งให้เป็นรายได้ของเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือองค์การบริหารส่วนตำบล นั้น
ข้อ 29 ในคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือองค์การบริหารส่วนตำบล ส่งเรื่องไปให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองทำการเปรียบเทียบคดีแทน เมื่อผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับแล้วให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองออกใบเสร็จรับเงิน โดยให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองและผู้รับเงินลงลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงินนั้น
เงินค่าปรับตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นรายได้ของเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือขององค์การบริหารส่วนตำบล แล้วแต่กรณี การปฏิบัติในส่วนนี้ให้เป็นไปตามระเบียบการเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลังในหน้าที่ของอำเภอและกิ่งอำเภอ พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงการคลัง
ข้อ 30 การคืนเงินค่าปรับและการถอนเงินค่าปรับ
(1) กรณีที่พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเห็นว่าผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีของเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ทำการเปรียบเทียบคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว จัดการคืนเงินที่ปรับแล้วนั้นให้ผู้ต้องหาไป
(2) กรณีพนักงานอัยการเห็นว่า การเปรียบเทียบคดีของพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองทำเรื่องขอถอนเงินค่าปรับดังกล่าวจากกระทรวงการคลังหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี และจัดการคืนเงินที่ปรับให้แก่ผู้ต้องหาไป
top

:: บทเฉพาะกาล
ข้อ 31 คดีละเมิดเทศบัญญัติ คดีละเมิดข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดและคดีละเมิดข้อบังคับสุขาภิบาลที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี หรือพนักงานสอบสวนอื่นใดในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ หรือความผิดที่เกิดก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับเดิม จนกว่าคดีจะถึงที่สุด


:: ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2547
:: (ลงชื่อ) โภคิน พลกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

top


























 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update