กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: ข้อบังคับคุรุสภา
:: ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา พ.ศ. 2547 ข้อที่ 1-10

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 9 (11) (ฌ) มาตรา 20 (1) และ (8) และ มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และมติคณะกรรมการคุรุสภาในการประชุมครั้งที่ 1/2547 วันที่ 19 เมษายน 2547 โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการคุรุสภาจึงออกข้อบังคับ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้
"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการคุรุสภา
"คณะอนุกรรมการ" หมายความว่า คณะอนุกรรมการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา
"เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคุรุสภา
ข้อ 4 ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ต้องเป็นผู้สามารถทำงานให้แก่สำนักงานได้เต็มเวลา และต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(ก) คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์และไม่เกินหกสิบห้าปี
(3) เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับกิจการของคุรุสภาตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตาม มาตรา 8 และ มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 โดยมีคุณสมบัติเฉพาะดังนี้
(3.1) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโท โดยต้องมีปริญญาทางการศึกษาในระดับใดระดับหนึ่ง
(3.2) เป็นผู้มีวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำทางการศึกษา
(3.3) มีประสบการณ์ด้านการบริหารสถานศึกษา หรือการบริหารการศึกษาหรือการสอน ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี
(ข) ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี
(2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(3) เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(4) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นกรรมการหรือดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
(5) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(6) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับคุรุสภา
ข้อ 5 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เรียกกว่า "คณะอนุกรรมการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา" ประกอบด้วย
(1) กรรมการคุรุสภาจากกรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสองคน
(2) กรรมการคุรุสภาจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน
(3) กรรมการคุรุสภาจากกรรมการที่มาจากผู้แทนผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์หรือการศึกษา จำนวนสองคน
(4) กรรมการคุรุสภาจากกรรมการที่มาจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจำนวนห้าคน
ให้คณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานอนุกรรมการและเลือกอนุกรรมการอีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการของคณะอนุกรรมการ
การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการก่อนที่เลขาธิการจะครบวาระหรือพ้นจากตำแหน่งภายในเก้าสิบวัน แล้วแต่กรณี
ความในวรรคสามมิให้ใช้บังคับแก่การดำเนินการสรรหาเลขาธิการในคราวแรก
ข้อ 6 ให้คณะอนุกรรมการประกาศรับสมัครผู้มีคุณสมบัติตาม ข้อ 4 ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันและประกาศในที่เปิดเผย โดยผู้สมัครต้องมีประวัติข้อมูลรายละเอียดตามที่คณะอนุกรรมการกำหนด
ข้อ 7 ให้คณะอนุกรรมการประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีเอกสารประกอบการสมัครตามที่ประกาศกำหนด หลังจากวันปิดรับสมัครภายในสิบวันทำการ
ข้อ 8 ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการสรรหาผู้สมัครตามประกาศบัญชีรายชื่อใน ข้อ 7 จำนวนไม่น้อยกว่าสามคนในกรณีที่มีผู้สมัครเข้ารับการสรรหามากกว่าสามคนแล้วจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อ ตามลำดับอักษรพร้อมประวัติข้อมูลรายละเอียดที่ใช้ประกอบการพิจารณาเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา
ข้อ 9 ให้คณะกรรมการพิจารณาเลือกบุคคลตามบัญชีรายชื่อใน ข้อ 8 คนหนึ่งเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการโดยวิธีลงคะแนนโดยตรงและลับ
ข้อ 10 ให้ประธานกรรมการคุรุสภา เป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ รวมทั้งให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ


:: ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
:: (ลงชื่อ) เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ประธานกรรมการคุรุสภา

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update