กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: ข้อบังคับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
:: ว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การร้องเรียนของผู้ถูกละเมิดสิทธิจากการใช้บริการสาธารณสุข พ.ศ. 2547 ข้อที่ 1-11

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการร้องเรียนของผู้ซึ่งถูกละเมิดสิทธิจากการใช้บริการ และวิธีพิจารณาเรื่องร้องเรียน รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ซึ่งถูกละเมิดสิทธิจากการใช้บริการและกำหนดหน่วยรับเรื่องร้องเรียนเพื่อให้ประชาชนสามารถเสนอเรื่องร้องเรียนได้ โดยสะดวกและเป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 50 (5) แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข จึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2547 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2547 ให้ออกข้อบังคับไว้ดังนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การร้องเรียนของผู้ถูกละเมิดสิทธิจากการใช้บริการสาธารณสุข พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้
"ผู้ถูกละเมิดสิทธิ" หมายความว่า ผู้ถูกละเมิดสิทธิจากการใช้บริการสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
"ผู้ร้องเรียน" หมายความว่า ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือผู้แทน และให้หมายความรวมถึงผู้พบเห็นและอยู่ในเหตุการณ์การละเมิดสิทธิการใช้บริการสาธารณสุขของผู้ถูกละเมิดสิทธิ ด้วย
"เรื่องร้องเรียน" หมายความว่า เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิการใช้บริการสาธารณสุข
"บริการสาธารณสุข" หมายความว่า บริการสาธารณสุข ตาม มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
"อนุกรรมการ" หมายความว่า อนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข
"คณะอนุกรรมการ" หมายความว่า คณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข
"คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน" หมายความว่า คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
"หน่วยรับเรื่องร้องเรียน" หมายความว่า สำนักงาน หรือหน่วยรับเรื่องร้องเรียนซึ่งคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน ประกาศกำหนด
"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
"หน่วยบริการ" หมายความว่า สถานบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ตามพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่ถูกร้องเรียนว่าละเมิดสิทธิการใช้บริการสาธารณสุขของผู้ถูกละเมิดสิทธิ
ข้อ 4 ผู้ร้องเรียน มีสิทธิร้องเรียนหน่วยบริการ ต่อหน่วยรับเรื่องร้องเรียนโดยทำเป็นหนังสือหรือมาร้องเรียนด้วยตนเอง หรือร้องเรียนทางโทรศัพท์ หรือส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ร้องเรียนต้องให้ข้อมูลกับหน่วยรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับชื่อ นามสกุล ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร และข้อเท็จจริงในเรื่องที่ร้องเรียน หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนของผู้ถูกละเมิดสิทธิ
ข้อ 5 ให้หน่วยรับเรื่องร้องเรียนมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) รับและบันทึกเรื่องร้องเรียนตาม ข้อ 4
(2) ตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงและหลักฐานตาม ข้อ 4 วรรคสอง
(3) รวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาเรื่องร้องเรียนเบื้องต้น
(4) ประสาน ไกล่เกลี่ย แก้ปัญหา และให้ความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้ผู้ถูกละเมิดสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขตามสิทธิ หากผู้ถูกละเมิดสิทธิยังไม่พอใจให้ส่งเรื่องร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาต่อไป
(5) จัดทำรายงานเกี่ยวกับข้อมูลการละเมิดสิทธิการใช้บริการสาธารณสุขอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งเสนอต่อคณะอนุกรรมการ
(6) เป็นหน่วยธุรการของคณะอนุกรรมการ
(7) จัดเจ้าหน้าที่ของหน่วยรับเรื่องร้องเรียนเป็นเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการ
(8) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะอนุกรรมการ มอบหมาย
ข้อ 6 กรณีที่หน่วยรับเรื่องร้องเรียนพบว่าเรื่องร้องเรียนอยู่นอกพื้นที่รับผิดชอบให้หน่วยรับเรื่องร้องเรียนส่งเรื่องร้องเรียนนั้น ต่อไปให้หน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินต่อไป
ข้อ 7 ให้คณะอนุกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ควบคุมและกำกับคุณภาพมาตรฐานหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการในจังหวัด ตาม มาตรา 50 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
(2) พิจารณาเรื่องร้องเรียน
(3) แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน จากผู้ถูกร้องเรียนและหน่วยบริการ
(4) ให้โอกาสหน่วยบริการทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนอย่างเพียงพอและมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน
(5) รับฟังพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญ คำชี้แจง หรือความเห็นของผู้ร้องเรียนและหน่วยบริการ
(6) ขอให้ผู้ครอบครองส่งพยานหลักฐาน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
(7) ออกไปตรวจสถานที่
(8) ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนหากคณะอนุกรรมการ พบว่า
8.1 เรื่องร้องเรียนเข้าข่าย มาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ให้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นของผู้รับบริการหรือทายาท พิจารณาและสั่งการ
8.2 เรื่องร้องเรียนเข้าข่าย มาตรา 57 และหรือ มาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ให้ส่งเรื่องให้สำนักงานพิจารณา
8.3 เป็นเรื่องร้องเรียนอื่นๆ ให้คณะกรรมการ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาการใช้บริการสาธารณสุข ของผู้ถูกละเมิดสิทธิ
(9) วิเคราะห์รายงานเกี่ยวกับข้อมูลการละเมิดสิทธิการใช้บริการสาธารณสุขจากหน่วยรับเรื่องร้องเรียนเพื่อทราบเหตุแห่งการร้องเรียน การแก้ปัญหา การป้องกัน โดยให้รายงานต่อคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน ทุกสามเดือน เพื่อพิจารณาและสั่งการ
(10) ส่งเสริมความเข้าใจและสร้างการมีส่วนร่วม ตาม มาตรา 50 (7) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
(11) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานมอบหมาย
ข้อ 8 การพิจารณาเรื่องร้องเรียน ต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน ถ้ายังดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสามสิบวัน และถ้ายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จอีก ให้รายงานคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อพิจารณา มีคำสั่งขยายเวลาได้เท่าที่จำเป็น
ข้อ 9 ให้นำ มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาใช้บังคับกับการประชุม วิธีการประชุม และวิธีปฏิบัติของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม
ข้อ 10 ให้หน่วยรับเรื่องร้องเรียน แจ้งผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของคณะอนุกรรมการ ต่อผู้ร้องเรียนและหน่วยบริการเพื่อทราบภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการพิจารณา ดังกล่าว
ข้อ 11 ผู้ร้องเรียน หรือหน่วยบริการที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วมีสิทธิอุทธรณ์ต่อหน่วยรับเรื่องร้องเรียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และให้หน่วยรับเรื่องร้องเรียนส่งเรื่องอุทธรณ์ นั้นต่อคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อพิจารณาโดยเร็ว


:: ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2547
:: (ลงชื่อ) เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ ประธานคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update