กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ข้อบังคับของคุรุสภา
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือก การเลือกตั้งและการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภา พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-4
:: หมวด1 คุณสมบัติของกรรมการ ข้อ 5-9
:: หมวด2 การสรรหาและการแต่งตั้งประธานกรรมการ ข้อ 10-14
:: หมวด3 การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อ 15-19
:: หมวด4 การเลือกกรรมการจากผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ข้อ 20-22
:: หมวด5 การเลือกตั้งกรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ข้อ 23-25
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ข้อบังคับของคุรุสภา
:: ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือก การเลือกตั้งและการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภา พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-25


:: บทนิยาม
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 9 (11) (ช) มาตรา 20 (8) และ มาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และมติคณะกรรมการคุรุสภาในการประชุม ครั้งที่ 3/2546 วันที่ 9 ตุลาคม 2546 โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงออกข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือก การเลือกตั้ง และการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภา ตาม มาตรา 12 ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือก การเลือกตั้ง และการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภา พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการคุรุสภา
"ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา" หมายความว่า ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตาม พระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
"ครู" หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
"ผู้บริหารสถานศึกษา" หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
"ผู้บริหารการศึกษา" หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
"บุคลากรทางการศึกษาอื่น" หมายความว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษาให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ ซึ่งหน่วยงานการศึกษากำหนดตำแหน่งให้ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
"ใบอนุญาต" หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตาม พระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
"เขตพื้นที่การศึกษา" หมายความว่า เขตพื้นที่การศึกษาตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่การศึกษา
"สถาบันอาชีวศึกษา" หมายความว่า สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
"สถานศึกษาเอกชน" หมายความว่า สถานศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติ การศึกษาเอกชน
"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย ที่จัดการศึกษาโดยมีโรงเรียน (สถานศึกษา) ในสังกัด
ข้อ 4 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเสนอชื่อ การรับสมัคร การดำเนินการตามประกาศหรือการประกาศผลการเลือกหรือเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหา เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด และคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด
top

:: หมวด 1 คุณสมบัติของกรรมการ
ข้อ 5 ประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้
(ก) คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(3) มีความซื่อสัตย์และยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์
(ข) ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี
(2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(3) เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(4) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
(5) เป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างหรือที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสัญญาจ้างกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาหรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(6) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(7) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับกิจการคุรุสภา หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(8) เป็นกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือกรรมการมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา ในคราวเดียวกับการเป็นกรรมการคุรุสภา
(9) เป็นกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการหรือกรรมการสรรหาในคราวนั้น
ในกรณีที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม (ข) (4) หรือ (ข) (5) ผู้นั้นต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมก่อนปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะต้องกระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง แต่ถ้ามิได้ลาออกภายในเวลาที่กำหนดให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้รัฐมนตรีพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการสรรหาในลำดับถัดไปดำรงตำแหน่งแทน
ข้อ 6 ประธานกรรมการต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือกฎหมาย
ข้อ 7 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการบริหารการศึกษา การอาชีวศึกษา การศึกษาพิเศษ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกฎหมาย ด้านละหนึ่งคน ซึ่งในจำนวนนี้ ต้องเป็นผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารการศึกษาไม่น้อยกว่าสามคน
ข้อ 8 กรรมการที่มาจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ดำรงตำแหน่งครู นอกจากมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม ข้อ 5 แล้ว ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะดังต่อไปนี้
(1) เป็นผู้มีใบอนุญาตและไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตาม พระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
(2) เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วรวมกันไม่น้อยกว่าสิบปีหรือดำรงตำแหน่งอาจารย์ 3 หรือมีวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการขึ้นไป
ในวาระเริ่มแรก มิให้นำความใน (1) มาใช้บังคับแก่กรรมการจนกว่าคุรุสภาจะออกใบอนุญาต
ข้อ 9 กรรมการที่มาจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น นอกจากมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม ข้อ 5 แล้ว ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะดังต่อไปนี้
(1) เป็นผู้มีใบอนุญาตและไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตาม พระราชบัญญัติ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
(2) เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารการศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น รวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี
ในวาระเริ่มแรก มิให้นำความใน (1) มาใช้บังคับแก่กรรมการจนกว่าคุรุสภาจะออกใบอนุญาต
top

:: หมวด 2 การสรรหาและการแต่งตั้งประธานกรรมการ
ข้อ 10 ให้ประกาศรับสมัครและรับการเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติตาม ข้อ 5 และ ข้อ 6 เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นประธานกรรมการไม่น้อยกว่าสิบห้าวันและประกาศในที่เปิดเผย
ข้อ 11 ให้กรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการกองหรือสำนักการศึกษาเทศบาล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษาเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นประธานกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และกฎหมาย ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสี่ด้าน ด้านละไม่เกินหนึ่งคน
ในวาระเริ่มแรก ให้เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหมายถึง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู
ข้อ 12 ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหา กำหนดวิธีการ แบบใบสมัคร แบบใบเสนอชื่อ และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็น
ข้อ 13 ให้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครและผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีเอกสารประกอบการสมัครตามประกาศใน ข้อ 10 หลังจากวันปิดรับสมัครและเสนอชื่อภายในสิบวันทำการและประกาศในที่เปิดเผย
ข้อ 14 ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหาพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครและผู้ไดัรับการเสนอชื่อไว้จำนวนสามคน โดยให้กำหนดเกณฑ์ให้ได้มาซึ่งประธานกรรมการและประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน และนำรายชื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรเป็นประธานกรรมการ เสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งต่อไป
สำหรับผู้ได้รับการสรรหาในลำดับถัดไปให้ขึ้นบัญชีไว้
top

:: หมวด 3 การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อ 15 ให้ประกาศรับสมัครและรับการเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติตาม ข้อ 5 และ ข้อ 7 เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันและประกาศในที่เปิดเผย
ข้อ 16 ให้กรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการกองหรือสำนักการศึกษาเทศบาล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษาเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการบริหารการศึกษา การอาชีวศึกษา การศึกษาพิเศษ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกฎหมาย ด้านใดด้านหนึ่งหรือทุกด้าน ด้านละไม่เกินหนึ่งคน
ในวาระเริ่มแรก ให้เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหมายถึง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู
ข้อ 17 ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหา กำหนดวิธีการ แบบใบรับสมัคร แบบใบเสนอรายชื่อและรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็น
ข้อ 18 ให้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครและผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีเอกสารประกอบการสมัครตามประกาศใน ข้อ 15 หลังจากวันปิดรับสมัครและเสนอชื่อภายในสิบวันทำการและประกาศในที่เปิดเผย
ข้อ 19 ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหาพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครและผู้ได้รับการเสนอชื่อไว้ด้านละสองคน โดยให้กำหนดเกณฑ์ให้ได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน และนำรายชื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาคัดเลือกให้เหลือด้านละหนึ่งคนเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งต่อไป
สำหรับผู้ได้รับการสรรหาในลำดับถัดไปให้ขึ้นบัญชีไว้
top

:: หมวด 4 การเลือกกรรมการจากผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา
ข้อ 20 ให้ประกาศรับแสดงความจำนงมาใช้สิทธิในการเลือกผู้แทนคณบดีคณะครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษา ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันและประกาศในที่เปิดเผย
ข้อ 21 ให้จัดการประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน เพื่อเลือกกันเองให้ได้กรรมการจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐจำนวนสามคนและจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจำนวนหนึ่งคน
ในวาระเริ่มแรกของการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ หรือการศึกษา ให้เลือกผู้แทนจำนวนสี่คนจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน จนกว่าจะมีสถาบันอุดมศึกษาเอกชนครบจำนวนสามแห่ง จึงจะเลือกผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐจำนวนสามคน และจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จำนวนหนึ่งคน
ข้อ 22
(1) ให้เสนอชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นผู้แทนในที่ประชุมและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสามคน
(2) ให้เลือกกันเองโดยวิธีลงคะแนนลับ
(3) ให้นับคะแนนโดยเปิดเผย
(4) ให้ถือว่าบัตรเลือกผู้แทนต่อไปนี้เป็นบัตรเสียและห้ามมิให้นับคะแนน
(4.1) บัตรที่มิอาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด
(4.2) บัตรที่ลงคะแนนเกินสี่หมายเลข
(4.3) บัตรที่มีรอยชำรุด ขูด ลบ ขีด ฆ่า
(5) ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดตามจำนวนที่กำหนดเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ในกรณีมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันเกินกว่าจำนวนที่ต้องการ ให้ผู้ได้รับคะแนนเท่ากันจับสลากเพื่อจัดลำดับก่อนหลัง
(6) ให้ขึ้นบัญชีผู้ได้รับคะแนนในลำดับถัดไปจนครบจำนวนผู้ได้รับการเสนอชื่อ
top

:: หมวด 5 การเลือกตั้งกรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ข้อ 23 ให้แบ่งกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเป็นตำแหน่งและสังกัดดังนี้
ก. ตำแหน่ง
(1) ครู
(2) ผู้บริหารสถานศึกษา
(3) ผู้บริหารการศึกษา
(4) บุคลากรทางการศึกษาอื่น
ข. สังกัด
(1) เขตพื้นที่การศึกษา
(2) สถาบันอาชีวศึกษา
(3) สถานศึกษาเอกชน
(4) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 24 การกำหนดสัดส่วนจำนวนของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหา
ข้อ 25 การเลือกตั้งกรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้ใช้วิธีเลือกตั้งดังนี้
ขั้นที่ 1 ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหาดำเนินการ ดังนี้
(1) ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัครการเลือกตั้งผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 5 และ ข้อ 8 หรือ 9 และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็น
(2) แต่งตั้งผู้อำนวยการการเลือกตั้งเพื่อดำเนินการเลือกตั้งผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในแต่ละสังกัด ตาม ข้อ 23 (8) ในการนี้ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานขึ้นตามความจำเป็นเพื่อช่วยเหลือจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริตและยุติธรรม
(3) ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ประกาศรับสมัคร สถานที่รับสมัคร และสถานที่เลือกตั้งแล้วประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่ทราบอย่างกว้างขวาง
(4) ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
(5) ให้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการเลือกตั้งที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีเอกสารประกอบการสมัครตามประกาศใน ข้อ (1) ภายในสิบวันทำการหลังจากวันปิดรับสมัครและประกาศในที่เปิดเผย
(6) ให้ดำเนินการเลือกตั้ง ดังนี้
(ก) ให้เลือกตั้งโดยวิธีลงคะแนนลับ
(ข) ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรับบัตรเลือกตั้งได้คนละหนึ่งใบ
(ค) ให้นับคะแนนโดยเปิดเผย
(ง) ให้ถือว่าบัตรเลือกตั้งต่อไปนี้เป็นบัตรเสียและห้ามมิให้นับคะแนน
1) บัตรที่มิอาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด
2) บัตรที่ลงคะแนนเกินจำนวนที่กำหนด
3) บัตรที่มีรอยชำรุด ขูด ลบ ขีด ฆ่า
(จ) ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ในกรณีมีผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันหลายคน ให้ใช้วิธีการจับสลาก
(ฉ) ให้ประกาศผลการเลือกตั้งและส่งผลการเลือกตั้งไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ภายในสามวันทำการหลังจากวันเลือกตั้ง
ขั้นสุดท้าย ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือคณะกรรมการสรรหาดำเนินการดังนี้
(1) ประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่ และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นในการประชุมผู้ได้รับการเลือกตั้งขั้นที่ 1 เพื่อเลือกตั้งเป็นกรรมการคุรุสภา
(2) จัดประชุมผู้ได้รับการเลือกตั้งขั้นที่ 1 ในแต่ละตำแหน่งและสังกัดเพื่อเลือกตั้งเป็นกรรมการคุรุสภาตามสัดส่วนจำนวนใน ข้อ 24
(3) ให้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการคุรุสภา ดังนี้
(ก) ให้เสนอชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการในที่ประชุมและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสามคน
(ข) ให้เลือกตั้งโดยวิธีลงคะแนนลับ
(ค) ให้นับคะแนนโดยเปิดเผย
(ง) ให้ถือว่าบัตรเลือกตั้งต่อไปนี้เป็นบัตรเสียและห้ามมิให้นับคะแนน
1) บัตรที่มิอาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด
2) บัตรที่ลงคะแนนเกินจำนวนที่กำหนด
3) บัตรที่มีรอยชำรุด ขูด ลบ ขีด ฆ่า
(จ) ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดตามจำนวนที่กำหนดเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ ในกรณีมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันเกินกว่าจำนวนที่กำหนดให้ผู้ได้รับคะแนนเท่ากันจับสลากเพื่อจัดลำดับก่อนหลัง
(ฉ) ขึ้นบัญชีผู้ได้รับคะแนนในลำดับถัดไป จนครบจำนวนผู้ได้รับการเสนอชื่อ


:: ประกาศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ปองพล อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภาปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุรุสภา

top

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update