กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-2
:: หมวด1 บททั่วไป ข้อ 3
:: หมวด2 ความรู้ความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ข้อ 4
:: หมวด3 การสอบและการจัดสอบความรู้ ข้อ 5-13
:: หมวด4 การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ ข้อ 14-19
:: หมวด5 การบริหารการสอบ ข้อ 20-23
:: หมวด6 บทเฉพาะกาล ข้อ 24-25
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม
:: ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-25


:: บทนิยาม
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 23 (4) (ฑ) และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษตาม มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติ วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537 คณะกรรมการสภาเภสัชกรรม ออกข้อบังคับ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้ให้ชื่อว่า ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2546
ข้อ 2 บรรดาข้อบังคับและระเบียบอื่นใดที่กำหนดหรือในส่วนที่มีไว้แล้วในข้อบังคับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน
top

:: หมวด 1 บททั่วไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้
"ใบอนุญาต" หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
"ผู้ประกอบวิชาชีพ" หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตาม พระราชบัญญัติ วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537
"คณะอนุกรรมการสอบ" หมายความว่า คณะอนุกรรมการสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
"การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ" หมายความว่า การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพตามคู่มือที่สภาเภสัชกรรมกำหนด
"ผู้รับบริการ" หมายความว่า ประชาชนที่ได้รับบริการทางเภสัชกรรมจากผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
"การสอบความรู้" หมายความว่า การสอบที่จัดขึ้นโดยคณะอนุกรรมการสอบกำหนด
top

:: หมวด 2 ความรู้ความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
ข้อ 4 ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมต้องมีร่ายกายและจิตใจสมบูรณ์ มีคุณธรรม จรรยาบรรณและเจตคติที่เหมาะสมต่อการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานความรู้ความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ดังนี้
(1) มีความรู้ในกระบวนการผลิตและประกันคุณภาพยา
(2) ประเมินปัญหาสุขภาพและความต้องการยาของชุมชน คัดเลือก จัดซื้อ จัดหายา/ผลิตภัณฑ์ยาที่มีคุณภาพมาเพื่อให้บริการแก่ผู้รับบริการอย่างเหมาะสม
(3) เตรียมผลิตภัณฑ์ยาในรูปแบบที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้รับบริการแต่ละราย
(4) ประเมินสุขภาพเบื้องต้นเพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมในการปฏิบัติตัวแก่ผู้รับบริการ รวมทั้งการส่งต่อในกรณีที่จำเป็น
(5) กำหนดแผนการใช้ยาที่เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละรายและดูแลการใช้ยาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นการส่งเสริมความร่วมมือของผู้รับบริการ
(6) ติดตาม ป้องกัน แก้ไขปัญหาการใช้ยาหรือจากผลิตภัณฑ์สุขภาพของผู้รับบริการและชุมชนพร้อมแจ้งแก่ผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ
(7) ใหข้อมูลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ แก่ผู้รับบริการชุมชนและบุคลากรทางสาธารณสุขอย่างถูกต้อง ทันสมัยและเชื่อถือได้
(8) มีความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
(9) มีความรู้ และความสามารถอื่นๆ
ความรู้และความสามารถที่ผู้ประกอบวิชาชีพพึงมีตาม (9) นั้น ให้เป็นไปตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
top

:: หมวด 3 การสอบและการจัดสอบความรู้
ข้อ 5 ผู้ที่จะยื่นขอเข้าสอบความรู้ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1) ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรเภสัชศาสตร์ในประเทศที่สภาเภสัชกรรมรับรองหรือทบวงมหาวิทยาลัยรับรอง
(2) สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรเภสัชศาสตร์จากต่างประเทศ จะต้องเป็นปริญญาที่สภาเภสัชกรรมรับรอง และได้ดำเนินการหรือฝึกปฏิบัติครบถ้วนตามที่สภาเภสัชกรรมกำหนดแล้ว
ข้อ 6 ผู้ที่จะยื่นขอเข้าสอบความรู้ จะต้องยื่นความจำนงเพื่อขอสมัครสอบตามแบบพร้อมหลักฐานต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในประกาศสภาเภสัชกรรม
ข้อ 7 ผู้สมัครสอบจะต้องสอบความรู้และฝึกปฏิบัติงาน ดังนี้
(1) การสอบความรู้ข้อเขียน
(2) การสอบทักษะทางวิชาชีพ
(3) การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ
ค่าธรรมเนียมของการสอบความรู้และการฝึกปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
ข้อ 8 ให้มีการจัดสอบความรู้ ในส่วนการสอบความรู้ข้อเขียนและการสอบทักษะทางวิชาชีพ มีอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ในกรณีที่มีความจำเป็นในการจัดสอบความรู้ต่างไปจากที่กำหนด ให้เสนอคณะกรรมการสภาเภสัชกรรมให้ความเห็นชอบก่อนและประกาศให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน
ข้อ 9 ในการสอบความรู้ให้ดำเนินการจัดสอบให้มีระยะเวลาและวิธีการสอบแล้วแต่กรณี โดยให้สอดคล้องกับความรู้ความสามารถตาม ข้อ 4 ในกรณีที่มีความจำเป็น คณะอนุกรรมการสอบอาจปรับระยะเวลาและวิธีการสอบได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม
ข้อ 10 ข้อกำหนดของเนื้อหา รูปแบบและลักษณะของข้อสอบ ตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับการออกข้อสอบ ให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการสอบประกาศกำหนด
ข้อ 11 การปฏิบัติในการเข้าสอบ ข้อพึงปฏิบัติและข้อห้ามในระหว่างการสอบให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบสภาเภสัชกรรม
ข้อ 12 การประเมินผลการสอบ
ในการสอบความรู้ข้อเขียน ผู้สอบจะต้องได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 60 ขึ้นไปและการสอบทักษะทางวิชาชีพได้คะแนนเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 80 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการสอบความรู้นั้นๆ ในกรณีที่มีความจำเป็น คณะกรรมการสภาเภสัชกรรมอาจกำหนดเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับการสอบผ่านความรู้นั้นๆ ได้
ผู้สอบที่สามารถสอบผ่านความรู้ในส่วนต่างๆ แต่ไม่ครบตามที่กำหนด สามารถเก็บผลการสอบข้อเขียนหรือการสอบทักษะทางวิชาชีพที่สอบผ่านไว้ได้เพื่อประโยชน์ในการประเมินผลตามวรรคแรกได้ แต่ให้เก็บผลการสอบความรู้นั้นๆ ได้ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ประกาศผลสอบความรู้ดังกล่าว
ข้อ 13 เมื่อคณะอนุกรรมการสอบประเมินผลการสอบแล้วเสร็จ ให้นำผลการสอบเสนอคณะกรรมการสภาเภสัชกรรมพิจารณา และออกประกาศผลการสอบความรู้ พร้อมแจ้งผลการสอบแก่ผู้สอบ
top

:: หมวด 4 การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ
ข้อ 14 ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม นอกจากจะต้องผ่านการสอบความรู้ตามข้อบังคับนี้แล้ว จะต้องผ่านการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพมาไม่น้อยกว่าจำนวนชั่วโมงที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด เว้นแต่เภสัชศาสตรบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศ ซึ่งผ่านการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพตามหลักสูตร สามารถนำหลักฐานการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพตามหลักสูตรมาแสดงเพื่อขอยกเว้นการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพตามวรรคแรกได้ ทั้งนี้ให้คณะอนุกรรมการสอบฯ พิจารณาตามหลักเกณฑ์การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพที่สภาเภสัชกรรมกำหนด
ข้อ 15 การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพตาม ข้อ 14 นั้น ให้มีข้อกำหนดในการฝึกปฏิบัติงานสอดคล้องกับความรู้ความสามารถตาม ข้อ 4
ข้อ 16 แหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพตามข้อบังคับนี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการสอบให้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพได้ โดยผ่านเกณฑ์มาตรฐานแหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
คณะอนุกรรมการสอบสามารถเสนอปรับปรุงหรือกำหนดเกณฑ์ต่างๆ เพิ่มเติมได้โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม
ข้อ 17 ผู้ที่จะขอฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพจะต้องลงทะเบียนฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพต่อสภาเภสัชกรรมและชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด โดยเสนอแผนการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพต่อคณะอนุกรรมการสอบล่วงหน้าก่อนการฝึกไม่น้อยกว่า 1 เดือน เพื่อขอความเห็นชอบ โดยการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพอาจกระทำได้ทั้งในช่วงก่อนหรือหลังการสอบความรู้ผ่าน
ข้อ 18 ให้คณะอนุกรรมการสอบ ทำการประเมินผลการปฏิบัติงานวิชาชีพของผู้รับการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพแต่ละรายโดยทำการประเมิน 3 ด้าน คือ
(1) ประเมินพฤติกรรมและการปฏิบัติตน
(2) ประเมินทักษะในกิจกรรม
(3) ประเมินการนำเสนอผลการปฏิบัติงานวิชาชีพหรือประเมินจากรายงาน
การประเมินผลการปฏิบัติงานวิชาชีพตัดสินผลการประเมินเป็น "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" กรณีที่การประเมินผลไม่ผ่าน คณะอนุกรรมการสอบอาจกำหนดให้ทำการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเพิ่มเติมหรือทำการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพใหม่ก็ได้
รายละเอียดในการจัดการฝึกปฏิบัติงานและการประเมินผลการฝึกปฏิบัติงานให้เป็นไป ตามที่คณะอนุกรรมการสอบกำหนดตามหลักเกณฑ์การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ
ข้อ 19 ผู้ที่สอบความรู้ผ่านตาม ข้อ 13 และผ่านการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด 4 และได้สมัครเป็นสมาชิกของสภาเภสัชกรรมตามข้อบังคับที่กำหนดแล้ว มีสิทธิ์ที่จะยื่นชื่อต่อสภาเภสัชกรรมเพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพต่อไป
top

:: หมวด 5 การบริหารการสอบ
ข้อ 20 ในการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้มีคณะอนุกรรมการสอบซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม ประกอบด้วย กรรมการสภาเภสัชกรรม 1 คน เป็นประธานอนุกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยและจากสมาคมวิชาชีพ จำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน เป็นคณะอนุกรรมการ
ให้คณะอนุกรรมการสอบเลือกอนุกรรมการ 1 คน เป็นเลขานุการของคณะอนุกรรมการ ให้อนุกรรมการมีวาระตามวาระของคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม
ข้อ 21 คณะอนุกรรมการสอบ มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(1) จัดการสอบความรู้และดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบความรู้
(2) จัดให้มีการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพและดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติวิชาชีพ
(3) เสนอชื่อผู้ผ่านการสอบความรู้และผ่านการฝึกปฏิบัติวิชาชีพต่อสภาเภสัชกรรมเพื่ออนุมัติให้ออกใบอนุญาต
(4) เสนอแผนงาน งบประมาณรายได้ และรายจ่าย ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อสภาเภสัชกรรม
(5) เสนอระเบียบและประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อสภาเภสัชกรรม
(6) แต่งตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายให้บุคคลปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการอื่นๆ ตามหน้าที่ของคณะอนุกรรมการสอบหรือตามที่สภาเภสัชกรรมมอบหมาย
(7) หน้าที่อื่นๆ ที่กรรมการสภาเภสัชกรรมมอบหมาย
ข้อ 22 สภาเภสัชกรรมอาจจัดตั้งหน่วยสอบความรู้ ภายใต้การดำเนินงานของสภาเภสัชกรรมเพื่อรับผิดชอบดำเนินการตามข้อบังคับนี้
ข้อ 23 การจัดสอบความรู้ สภาเภสัชกรรมอาจประกาศให้สถาบันการศึกษาใดเป็นสนามสอบในส่วนภูมิภาคได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้สถาบันการศึกษาดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่สภาเภสัชกรรมประกาศกำหนด
top

:: หมวด 6 บทเฉพาะกาล
ข้อ 24 ผู้ที่สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตร์จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งได้เข้าศึกษาก่อนปีการศึกษา 2542 ได้รับการยกเว้นไม่ต้องสอบความรู้ตามข้อบังคับนี้
ข้อ 25 หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการสอบความรู้ของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ระหว่างปี พ.ศ. 2547 - 2550 ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสภาเภสัชกรรมกำหนด
ข้อบังคับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[1]


:: ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ธิดา นิงสานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม

top














 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update