กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฏหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
:: เรื่อง ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยและเอกชนที่รับชำระค่าธรรมเนียมเก็บขนสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยแทนกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-14

โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยและเอกชนที่รับชำระค่าธรรมเนียมเก็บขนสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยแทนกรุงเทพมหานคร
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กรุงเทพมหานครโดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร จึงตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้เรียกว่า "ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยและเอกชนที่รับชำระค่าธรรมเนียมเก็บขนสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยแทนกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 บรรดาข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ให้ใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้แทน
ข้อ 4 ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
"ค่าธรรมเนียม" หมายความว่า ค่าธรรมเนียมเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยที่เรียกเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
"เจ้าหน้าที่" หมายความว่า ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวของกรุงเทพมหานครที่มีหน้าที่ในการ หรือเกี่ยวกับการเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย เช่น การทำหน้าที่บนรถการเก็บค่าธรรมเนียมหรือเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ผู้ควบคุมการเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย เป็นต้น ทั้งนี้ ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด
"เอกชน" หมายความว่า นิติบุคคล และให้หมายความรวมถึงส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานหรือองค์การของรัฐที่รับชำระค่าธรรมเนียมเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยแทนกรุงเทพมหานคร โดยได้รับค่าตอบแทนจากกรุงเทพมหานครตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหาครนี้
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินค่าตอบแทน
ข้อ 5 ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินค่าตอบแทน" ประกอบด้วย ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักรักษาความสะอาดหรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักการคลังหรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณ สำนักปลัดกรุงเทพมหานครหรือผู้แทน ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่สำนักปลัดกรุงเทพมหานครหรือผู้แทน ผู้อำนวยการกองกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานครหรือผู้แทน ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งอีกไม่เกินหกคน เป็นกรรมการ โดยมีผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงานสำนักรักษาความสะอาด เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน
ข้อ 6 ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งเป็นกรรมการ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
ข้อ 7 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม ข้อ 6 ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งเป็นกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และมีผลนับตั้งแต่วันที่ยื่นหนังสือ
(3) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
(4) พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการเขต
ในกรณีที่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง เป็นกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน และให้กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งแทนดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
ข้อ 8 ในการประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 9 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) เสนอแนะการกำหนดตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่จะได้รับค่าตอบแทนต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(2) กำหนดแบบประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมการคัดเลือก เพื่อรับชำระค่าธรรมเนียมแทนกรุงเทพมหานคร และแบบสัญญาที่กรุงเทพมหานครจะจัดทำกับเอกชนที่รับชำระค่าธรรมเนียมแทนกรุงเทพมหานคร
(3) เสนอแนะหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้เอกชนเข้าร่วมการคัดเลือกเพื่อรับชำระค่าธรรมเนียมแทนกรุงเทพมหานครต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(4) เสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการเก็บ ขนหรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยอันมีผลกระทบต่อการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเก็บขนสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(6) หน้าที่อื่นใดที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
(7) หน้าที่อื่นใดตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
ข้อ 10 ค่าตอบแทนที่จะจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ประกอบด้วย
(1) ค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เก็บค่าธรรมเนียมไม่เกินร้อยละสองครึ่งของค่าธรรมเนียมที่แต่ละสำนักงานเขต หรือกองที่เกี่ยวข้องเก็บได้ในเดือนนั้น
(2) ค่าตอบแทนขั้นต้นให้แก่เจ้าหน้าที่ไม่เกินร้อยละสิบสองครึ่งของค่าธรรมเนียมที่แต่ละสำนักงานเขต หรือกองที่เกี่ยวข้องเก็บได้ในเดือนนั้น
(3) ค่าตอบแทนพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่ ไม่เกินร้อยละสิบของค่าธรรมเนียมที่แต่ละสำนักงานเขตหรือกองที่เกี่ยวข้องเก็บได้ในเดือนนั้น สำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีเวลาทำงานตามปกติไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของเดือนนั้น และไม่เกินร้อยละสิบห้าของค่าธรรมเนียมที่แต่ละสำนักงานเขตหรือกองที่เกี่ยวข้องเก็บได้ในเดือนนั้น สำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีเวลาทำงานตามปกติไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของเดือนนั้นและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ
กรณีมีการจ้างเอกชนเก็บค่าธรรมเนียมแทนกรุงเทพมหานครตาม ข้อ 12 เงินค่าธรรมเนียมที่เอกชนจัดเก็บได้ดังกล่าวไม่ให้นำมารวมเป็นค่าธรรมเนียมที่แต่ละสำนักงานเขตหรือกองที่เกี่ยวข้องจัดเก็บได้ตาม (1)
ให้คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราค่าตอบแทนที่จะจ่ายเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณา หากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นชอบ ให้ทำเป็นประกาศกรุงเทพมหานคร
ข้อ 11 ให้ผู้อำนวยการเขตหรือผู้อำนวยการกองที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่คนใดมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในอัตราใด และให้ควบคุมดูแลรวมทั้งตรวจสอบการจ่ายเงินค่าตอบแทน
ข้อ 12 ค่าตอบแทนที่จะจ่ายให้แก่เอกชนที่รับชำระค่าธรรมเนียมแทนกรุงเทพมหานคร ให้คณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราค่าตอบแทนที่จะจ่ายเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ จะต้องไม่เกินกว่าร้อยละสองครึ่งของค่าธรรมเนียมที่เอกชนรับชำระไว้ในเดือนนั้น
ข้อ 13 ในการคัดเลือกเอกชนที่จะรับชำระค่าธรรมเนียมแทนกรุงเทพมหานครให้ดำเนินการโดยเปิดเผยและเป็นธรรม โดยออกประกาศให้ผู้สนใจยื่นข้อเสนอ
ประกาศตามวรรคหนึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องระบุหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกไว้ด้วย และให้ประกาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนการยื่นข้อเสนอ โดยวิธีการในการออกประกาศเพื่อให้บุคคลทั่วไปรับทราบ ให้อนุโลมตามวิธีการและขั้นตอนในการประกวดราคาตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการพัสดุ
การพิจารณาคัดเลือกให้กระทำโดยคณะกรรมการคัดเลือกที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกได้แล้วให้เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาอนุมัติและลงนามในสัญญาต่อไป และให้เปิดเผยผลการคัดเลือกให้ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายทราบ
ข้อ 14 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้


:: ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) สมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับนี้ คือ เนื่องจากการเก็บและขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน สมควรกำหนดค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว และยังเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระค่าธรรมเนียมเก็บขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย สมควรให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้รับชำระค่าธรรมเนียมแทน และโดยที่ มาตรา 97 (4) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 บัญญัติว่า การคลัง การงบประมาณ การเงิน การทรัพย์สิน การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน การจ้างและการพัสดุ ต้องตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update