กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32  
   
:: ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 285 ข้อที่ 1-32

โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า ปัจจุบันนี้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการค้าของประเทศและระบบการบัญชี ได้วิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว แต่กฎหมายว่าด้วยการบัญชีได้ประกาศใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2482 บทบัญญัติต่าง ๆ ไม่รัดกุมและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน สมควรแก้ไขปรับปรุงเสียใหม่ให้เหมาะสมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า และเพื่อให้สอดคล้องกับระบบการภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรในปัจจุบัน หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติ การบัญชี พุทธศักราช 2482
(2) พระราชบัญญัติ การบัญชี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496
บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้แทน
ข้อ 2 ในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
"สารวัตรบัญชี" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และหมายความรวมถึงผู้ทำการแทนด้วย
"สารวัตรใหญ่บัญชี" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และหมายความรวมถึงผู้ทำการแทนด้วย
"อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมทะเบียนการค้า
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ 3 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งสารวัตรใหญ่บัญชี สารวัตรบัญชี และพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ข้อ 4 ให้มีสำนักงานกลางบัญชีในกรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์เพื่อปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งสำนักงานบัญชีในท้องที่ซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควรเพื่อปฏิบัติการ ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ในท้องที่นั้น และขึ้นต่อสำนักงานกลางบัญชี การจัดตั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 5 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดให้มีการจัดทำบัญชีสำหรับการประกอบธุรกิจใดๆ เป็นปกติในประเภทต่อไปนี้
(1) ขายสินค้า
(2) ซื้อขายที่ดิน
(3) ขายทอดตลาด
(4) โรงแรม หรือภัตตาคาร
(5) นายหน้า หรือตัวแทน
(6) รับขนโดยใช้ยานพาหนะซึ่งเดินด้วยกำลังเครื่องจักร หรือรับขนทางทะเล
(7) ธนาคาร รับแลกเปลี่ยนเงินตรา ซื้อขายตั๋วเงิน ให้กู้ยืมเงินเครดิตฟองซิเอร์ โพยก๊วน หรือโรงรับจำนำ
(8) ประกันภัย
(9) เก็บของในคลังสินค้า
(10) การไฟฟ้า หรือการประปา
(11) การแสดง การเล่น การกีฬา หรือการประกวดที่จัดขึ้นเพื่อเก็บเงินจากผู้เข้าดู ผู้เข้าฟัง หรือจากผู้มีส่วนเข้าร่วมในการนั้น
(12) ให้เช่าทรัพย์ หรือให้เช่าซื้อ
(13) รับจ้างทำของ
(14) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(15) ธุรกิจอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
การกำหนดตามวรรคหนึ่งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและระบุวันเริ่มทำบัญชีไม่น้อยกว่า หกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 6 ให้บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียน บริษัทจำกัด และนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งประกอบธุรกิจที่รัฐมนตรีกำหนดตาม ข้อ 5 มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน ให้ผู้จัดการเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานสาขา ให้ผู้มีหน้าที่จัดการสำนักงานสาขานั้นเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
ข้อ 7 ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีจัดทำบัญชีเงินสด แต่ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นสมควรจะกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ จัดทำบัญชีใดจัดทำบัญชีต่อไปนี้ทุกประเภทหรือบางประเภทเพิ่มขึ้นก็ได้
(1) บัญชีรายวัน
(2) บัญชีแยกประเภท
(3) บัญชีสินค้าซึ่งอยู่ในครอบครอง
ให้นำ ข้อ 5 วรรคสอง มาใช้บังคับแก่การกำหนดตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
 
    ข้อ 8 ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดในเรื่องต่อไปนี้
(1) ชนิดของบัญชีรายวันหรือบัญชีแยกประเภทที่ต้องทำ
(2) ข้อความและรายการที่ต้องมีในบัญชี
(3) ระยะเวลาที่ต้องลงรายการในบัญชี
(4) เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี
(5) บัญชีใดสำหรับการประกอบธุรกิจใด ในท้องที่ใดที่ต้องมีตราของสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประทับ
(6) หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอประทับตราบัญชีและการขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปประทับตราบัญชี ณ สถานที่ประกอบธุรกิจของผู้ขอ
ข้อ 9 การลงรายการในบัญชี ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้อง (1) ลงเป็นภาษาไทย หรือจะลงเป็นภาษาต่างประเทศก็ได้ แต่ต้องมีภาษาไทยกำกับด้วย หรือจะลงเป็นรหัสด้วยเครื่องจักรทำบัญชีก็ได้ แต่ต้องส่งมอบคำแปลรหัสที่เป็นภาษาไทยต่อสำนักงานกลางบัญชี หรือสำนักงานบัญชี
(2) เขียนด้วยหมึก หรือดีดพิมพ์ หรือตีพิมพ์
ข้อ 10 ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีตาม ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และปิดบัญชีครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน เว้นแต่ใในกรณีที่ประสงค์จะเปลี่ยนรอบปีบัญชีและได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชี หรือสารวัตรบัญชีแล้ว จะปิดบัญชีก่อนครบสิบสองเดือนก็ได้
ข้อ 11 ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน และนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศจัดทำงบดุล และบัญชีกำไรขาดทุนยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชี ภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดบัญชีตาม ข้อ 10
งบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนต้องมีรายการย่อตามที่กำหนดในกฎกระทรวง งบดุลต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบ
ข้อ 12 ให้นำ ข้อ 11 วรรคสอง มาใช้บังคับแก่กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นบริษัทจำกัด ทำงบดุลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย
ข้อ 13 ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่ประกอบธุรกิจนั้นแต่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีจะขออนุญาตต่อสารวัตรใหญ่บัญชี หรือสารวัตรบัญชี เพื่อเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่นก็ได้
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 14 ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปีนับแต่วันปิดบัญชี หรือจนกว่าจะมีการส่งมอบตาม ข้อ 16 แต่เมื่อได้เก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีแล้ว ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีจะขออนุญาตต่อสารวัตรใหญ่บัญชี หรือสารวัตรบัญชีไม่เก็บรักษาต่อไปก็ได้
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 15 ถ้าบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหายให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งต่อ สำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบ หรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น
ข้อ 16 เมื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเลิกประกอบธุรกิจโดยเหตุอื่นนอกจากเหตุล้มละลาย ให้ส่งมอบบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ และให้สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีดังกล่าวไว้ห้าปีหรือจนกว่า จะครบกำหนดเวลาตาม ข้อ 14 สุดแต่ระยะเวลาใดจะสั้นกว่า
เมื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีร้องขอ ให้สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีมีอำนาจ ขยายกำหนดเวลาเก้าสิบวันตามวรรคหนึ่งได้ตามสมควร
ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนและบริษัทจำกัด ซึ่งเลิกประกอบธุรกิจโดยมีการชำระบัญชี
ข้อ 17 ให้สารวัตรใหญ่บัญชี สารวัตรบัญชี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจสอบบัญชี และเอกสารประกอบการลงบัญชีเพื่อให้เป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้และเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี หรือสถานที่เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
ข้อ 18 ให้สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือ
(1) ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับการบัญชี หรือการเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี
(2) ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีส่งบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีมาเพื่อตรวจสอบ
ข้อ 19 ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ สารวัตรใหญ่บัญชี สารวัตรบัญชีและพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตร ประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 20 ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผยข้อความใดๆ ซึ่งทราบหรือได้มาเนื่องจากการปฏิบัติการตาม ข้อ 17 หรือ ข้อ 18 เว้นแต่จะมีอำนาจทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
ข้อ 21 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีใดไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 7 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสองร้อยบาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
ข้อ 22 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีใดไม่ปฏิบัติตามประกาศของอธิบดีที่ออกตาม ข้อ 8 (1) (2) (3) (4) หรือ (5) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าสิบบาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
ข้อ 23 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีใดไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 9 ข้อ 11 วรรคหนึ่ง ข้อ 13 วรรคหนึ่ง ข้อ 14 วรรคหนึ่ง ข้อ 15 หรือ ข้อ 16 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
ข้อ 24 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีใดไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 10 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
ข้อ 25 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นบริษัทจำกัดผู้ใดไม่ทำงบดุลตาม ข้อ 12 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
ข้อ 26 ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่สารวัตรใหญ่บัญชีสารวัตรบัญชี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติการตาม ข้อ 17 หรือฝ่าฝืนคำสั่งของสารวัตรใหญ่บัญชี หรือสารวัตรบัญชีซึ่งสั่งตาม ข้อ 18 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 27 ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 28 ใในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นนิติบุคคลผู้ใดกระทำความผิดเพราะไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 7 ข้อ 11 ข้อ 14 วรรคหนึ่ง หรือ ข้อ 16 วรรคหนึ่ง กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการ ของนิติบุคคลต้องระวางโทษเช่นเดียวกับโทษที่กำหนดไว้สำหรับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิด ของนิติบุคคลนั้นด้วย
ข้อ 29 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งบัญชี หรือเอกสารประกอบการลงบัญชี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 30 ผู้ใดลงรายการเท็จในบัญชี แก้ไขบัญชี หรือเอกสารประกอบการลงบัญชี เพื่อให้ผิดความจริง หรือละเว้นการลงรายการในบัญชี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 31 ให้บุคคลซึ่งมีหน้าที่ทำบัญชีอยู่แล้วก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับหรือบุคคลซึ่งเริ่ม ประกอบธุรกิจเมื่อประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับแล้วแต่ก่อนวันที่ประกาศของรัฐมนตรี ซึ่งออกตาม ข้อ 5 ของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลบังคับ และบุคคลนั้นมีลักษณะต้องตามที่บัญญัติไว้ให้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติ การบัญชี พุทธศักราช 2482 เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ จนกว่าประกาศของรัฐมนตรีซึ่งออกตาม ข้อ 5 ของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลบังคับ
ให้บุคคลตามวรรคหนึ่งจัดทำบัญชีและรับผิดในการจัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติ การบัญชี พุทธศักราช 2482 จนกว่าประกาศของรัฐมนตรีมีผลบังคับเมื่อประกาศของรัฐมนตรีมีผลบังคับแล้ว ถ้าบุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีตามประกาศของรัฐมนตรี ให้จัดทำบัญชีดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะมีการงบบัญชี
ข้อ 32 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

:: ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 จอมพล ถ.กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ อัตราค่าธรรมเนียม


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update