กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32
   
:: ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 42 วันที่ 16 มกราคม พศ. 2515 ข้อที่ 1-32

โดยที่คณะปฏิวัติได้พิจารณาเห็นว่า ในปัจจุบันการสอนวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในโรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย ยังไม่สอดคล้องกับวิวัฒนาการในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วตลอดเวลา สมควรปรับปรุงการสอนวิชาดังกล่าวให้ประสานกันทุกระดับการศึกษา โดยจัดตั้งสถาบันเพื่อส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพและมีความสัมพันธ์กันทุกระดับการศึกษา ในการนี้องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ได้ตกลงให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยแล้ว หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
"สถาบัน" หมายความว่า สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ 2 ให้จัดตั้งสถาบันขึ้นเรียกว่า "สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" มีวัตถุประสงค์ดังนี้
(1) ริเริ่ม ดำเนินการ และส่งเสริมการค้นคว้าและวิจัยหลักสูตรวิธีสอนและการวัดผลการสอน เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีทุกระดับการศึกษา
(2) ส่งเสริม และดำเนินการฝึกอบรมครู อาจารย์ นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เกี่ยวกับการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
(3) ส่งเสริม และดำเนินการค้นคว้า ปรับปรุง และประดิษฐ์อุปกรณ์ เกี่ยวกับการสอน วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
(4) ส่งเสริม และดำเนินการค้นคว้า ปรับปรุง และจัดทำแบบเรียน แบบฝึกหัด หนังสืออุเทศ หนังสืออ่านประกอบและคู่มือครู เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
ข้อ 3 ให้สถาบันเป็นนิติบุคคล
ข้อ 4 ให้สถาบันมีอำนาจกระทำการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตาม ข้อ 2 อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(1) ซื้อ สร้าง จัดหา รับโอน เช่า ให้เช่า แลกเปลี่ยน มี ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครองขาย และจำหน่ายสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ตลอดจนตกลงยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขในการซื้อ การรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ การรับการอุดหนุนและการรับทรัพย์สินตามพินัยกรรม
(2) จัดตั้งและดำเนินงานสถานวิจัย ศูนย์ปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติการสถานีปฏิบัติการ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์สถานรวบรวมตัวอย่างอุปกรณ์การสอนเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิง และอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
(3) ร่วมมือกับกระทรวง ทบวง กรม องค์การ สมาคม และบุคคลใด ๆ ในกิจการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
(4) ให้ประกาศนียบัตรและใบสำคัญเพื่อแสดงผลงานและความสำเร็จของผู้ซึ่ง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี และงานอื่นของสถาบัน
(5) รวบรวม จัดพิมพ์และโฆษณาเผยแพร่ความรู้กรรมวิธี และข่าวสารเกี่ยวกับการสอนวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี และงานอื่นของสถาบัน
(6) จัดหาและให้ทุนเพื่อค้นคว้า วิจัย และฝึกอบรมเกี่ยวกับการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
(7) ร่วมมือกับประเทศอื่น องค์การต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ในการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
ข้อ 5 การค้นพบ การประดิษฐ์ และการปรับปรุงกรรมวิธีเครื่องมือเครื่องจักรที่พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันเป็นผู้กระทำขึ้นจากการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ตลอดจนลิขสิทธิ์ และสิทธิในการค้นพบ การประดิษฐ์ และการปรับปรุงสิ่งดังกล่าวให้ตกเป็นทรัพย์สินของสถาบันทั้งหมด ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกตามนิติกรรมที่ได้กระทำไว้กับสถาบัน
 
    ข้อ 6 รายได้ของสถาบันมีดังนี้
(1) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ เงินอุดหนุนจากแหล่งอื่น และเงินที่มีผู้อุทิศให้
(2) ค่าธรรมเนียมที่สถาบันได้รับจากการดำเนินงานของสถาบัน
(3) ดอกเบี้ย ผลประโยชน์อย่างอื่นจากการลงทุนและรายได้อื่น
ข้อ 7 รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสถาบันเพื่อประโยชน์ในการนี้ให้มีอำนาจสั่งให้สถาบันชี้แจงข้อ เท็จจริง เสนอความเห็นหรือทำรายงาน หรือสั่งให้สถาบันยับยั้งการกระทำที่ขัดต่อมติของคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนสั่งสอบสวนเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสถาบันได้
ข้อ 8 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี"
ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการฝึกหัดครู อธิบดีกรมวิชาการ อธิบดีกรมวิสามัญศึกษา อธิบดีกรมสามัญศึกษา อธิบดีกรมอาชีวศึกษา และเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินหกคน
ให้ผู้อำนวยการสถาบันเป็นเลขานุการคณะกรรมการ
ข้อ 9 ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อม ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
ข้อ 10 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบาย และควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสถาบัน อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(1) ออกข้อบังคับ ว่าด้วยการปฏิบัติงานของสถาบันและการกำหนดค่าธรรมเนียม
(2) ออกข้อบังคับ ว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและการปฏิบัติงานของส่วนงานนั้น
(3) ออกข้อบังคับ ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินการบัญชี และการสอบบัญชีภายในของสถาบัน
(4) ออกข้อบังคับ ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และค่าจ้างสำหรับพนักงานและลูกจ้าง และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นของสถาบัน
(5) ออกข้อบังคับ ว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน ระเบียบวินัย และการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน
(6) ออกข้อบังคับ ว่าด้วยการร้องทุกข์สำหรับพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน
(7) ออกข้อบังคับ ว่าด้วยกองทุนสำหรับสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันและครอบครัวข้อบังคับตามข้อนี้ ถ้ามีข้อ จำกัดอำนาจของผู้อำนวยการสถาบันในการทำนิติกรรมไว้ประการใด ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 11 ให้ประธานกรรมการเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการ
ถ้ากรรมการตั้งแต่สามคนขึ้นไปร้องขอให้คณะกรรมการประชุมเพื่อกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ประธานกรรมการเรียกประชุมคณะกรรมการ
ในการประชุม ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อาจมาประชุมได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ข้อ 12 การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 13 คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้นำ ข้อ 11 และ ข้อ 12 มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
ข้อ 14 ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถาบันคนหนึ่งจากผู้ซึ่งมีความรู้ และความจัดเจนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือเทคโนโลยี
ให้ผู้อำนวยการสถาบันอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ ให้ผู้อำนวยการสถาบันได้รับเงินเดือนตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
ข้อ 15 ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ห้ามแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถาบัน
(1) เป็นข้าราชการประจำ
(2) เป็นผู้มีตำแหน่งการเมือง
(3) เป็นผู้ไม่อาจทำงานได้เต็มเวลาให้แก่สถาบัน
ข้อ 16 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม ข้อ 14 วรรคสอง ผู้อำนวยการสถาบันพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) รัฐมนตรีให้ออกตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
(4) มีลักษณะต้องห้ามตาม ข้อ 15 (1) หรือ (2)
(5) ไม่อาจทำงานได้เต็มเวลาให้แก่สถาบัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ
ข้อ 17 ผู้อำนวยการสถาบันมีหน้าที่บริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามนโยบายและ ข้อ บังคับของคณะกรรมการและมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสถาบัน
ในการบริหารกิจการ ผู้อำนวยการสถาบันต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ
ข้อ 18 ผู้อำนวยการสถาบันมีอำนาจ
(1) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนและค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ต้องเป็นไปตาม ข้อบังคับของคณะกรรมการ
(2) กำหนดเงื่อนไขในการทำงานของพนักงานและลูกจ้าง และออกระเบียบวิธีปฏิบัติงานของสถาบันโดยไม่ขัดหรือแย้งกับ ข้อบังคับของคณะกรรมการ
ข้อ 19 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้อำนวยการสถาบันเป็นผู้กระทำในนามของสถาบัน และเป็นผู้กระทำแทนสถาบัน เพื่อการนี้ ผู้อำนวยการสถาบันจะมอบอำนาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตาม ข้อบังคับของคณะกรรมการ
นิติกรรมที่ผู้อำนวยการสถาบันทำโดยฝ่าฝืน ข้อบังคับตาม ข้อ 10 วรรคสอง ย่อมไม่ผูกพันสถาบัน เว้นแต่คณะกรรมการจะให้สัตยาบัน
ข้อ 20 ในกรณีที่ผู้อำนวยการสถาบันไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันว่างลงและยังมิได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถาบัน ให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานของสถาบันคนหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันหรือรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบัน แล้วแต่กรณี ให้ผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันหรือผู้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับผู้อำนวยการสถาบัน
ข้อ 21 ประธานกรรมการและกรรมการย่อมได้รับประโยชน์ตอบแทนตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข้อ 22 สถาบันต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
(1) ทำสัญญาร่วมมือกับประเทศอื่น องค์การต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลผูกพันให้สถาบันต้องออกเงินสมทบ
(2) ขายหรือจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์
ข้อ 23 ให้สถาบันรายงานคณะรัฐมนตรีปีละครั้งภายในวันที่ 30 มิถุนายน ของปีถัดไป โดยแสดงผลงานที่สถาบันได้ปฏิบัติในรอบปีที่แล้ว และกิจการที่จะกระทำในปีถัดไป
ข้อ 24 ในกรณีที่สถาบันต้องเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้นำเรื่องเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี
ข้อ 25 ให้พนักงานและลูกจ้างของสถาบันมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามข้อบังคับของคณะกรรมการ
ข้อ 26 ให้สถาบันจัดตั้งกองทุนสำหรับสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันและครอบครัวในกรณีที่พ้นจากตำแหน่ง ประสบอุบัติเหตุ เจ็บไข้ และกรณีอื่นอันควรแก่การสงเคราะห์
การจัดให้ได้มาซึ่งกองทุนตามวรรคหนึ่ง การกำหนดประเภทของผู้พึงได้รับการสงเคราะห์จากกองทุนหลักเกณฑ์การสงเคราะห์ และการจัดการเกี่ยวกับกองทุน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของคณะกรรมการโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
ข้อ 27 ให้สถาบันวางและถือไว้ซึ่งระบบการบัญชีอันถูกต้อง มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำและมีสมุดลงรายการ
(1) การรับและจ่ายเงิน
(2) สินทรัพย์และหนี้สิน ซึ่งแสดงรายการที่เป็นอยู่จริงพร้อมทั้งข้อความอันเป็นแหล่งที่มาของรายการนั้น ๆ
ข้อ 28 ให้สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบและรับรองบัญชีของสถาบันทุกรอบปี
ข้อ 29 ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ของสถาบัน และเพื่อการนี้ให้มีอำนาจสอบถามประธานกรรมการ กรรมการ ผู้อำนวยการสถาบันพนักงานและลูกจ้างของสถาบันได้
ข้อ 30 ให้ผู้สอบบัญชีทำรายงานผลของการสอบบัญชีเสนอคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
ข้อ 31 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามประกาศ ของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ 32 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2515/9/1พ/17 มกราคม 2515]

:: ประกาศ ณ วันที่ 16 มกราคม พศ. 2515 จอมพล ถ. กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update