กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42
   
:: ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 141 ข้อที่ 1-42

โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า ตามที่ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 140 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ สหกรณ์ พ.ศ. 2511 ให้มีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรขึ้นนั้น เพื่อให้การเป็นไปตามประกาศของ คณะปฏิวัติดังกล่าวสมควรตราหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานในอันที่จะแปร สภาพกลุ่มเกษตรกรให้เป็นสหกรณ์การเกษตรต่อไป หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
"เกษตรกรรม" หมายความว่า การทำนา ทำไร่ ทำสวน ประมง เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด และเกษตรกรรมอื่น ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
"กลุ่มเกษตรกร" หมายความว่า กลุ่มเกษตรกรซึ่งได้จดทะเบียนตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
"สมาชิก" หมายความว่า สมาชิกกลุ่มเกษตรกร
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการดำเนินการของกลุ่มเกษตรกร
" ข้อบังคับ" หมายความว่า ข้อบังคับกลุ่มเกษตรกร
"นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร" หมายความว่า นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์ หรือผู้ว่าราชการ จังหวัด แล้วแต่กรณี
"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ 2 ให้นายทะเบียนสหกรณ์เป็นนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร และมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในประกาศ ของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และมีรองนายทะเบียนสหกรณ์เป็นผู้ช่วยมีอำนาจหน้าที่ตามที่นายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดที่กลุ่มเกษตรกรตั้งอยู่และมีอำนาจหน้าที่ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนด
สำหรับนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ให้นายทะเบียนสหกรณ์เป็นนายทะเบียนนครหลวงกรุงเทพธนบุรี
 
    ข้อ 3 คณะบุคคลผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในตำบลเดียวกันซึ่งรวมกันดำเนินกิจการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ถ้าประสงค์จะตั้งกลุ่มเกษตรกรต้องมีจำนวนผู้ซึ่งจะเป็น สมาชิกได้ตาม ข้อ 4 ไม่น้อยกว่าสามสิบคน มีทุนซึ่งแบ่งเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่ากัน มีข้อบังคับตาม ข้อ 8 และยื่นคำขอจด ทะเบียนตาม ข้อ 7
ข้อ 4 สมาชิกกลุ่มเกษตรกรต้อง
(1) เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะ
(2) เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีกิจการหรือภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ที่กลุ่มเกษตรกรนั้น ดำเนินกิจการอยู่
(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) ถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้น แต่ต้องไม่เกินหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด
ข้อ 5 บุคคลคนหนึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรในขณะเดียวกันได้เพียงหนึ่งกลุ่ม และในครอบครัวหนึ่งให้ เป็นสมาชิกได้หนึ่งคน
ข้อ 6 สมาชิกมีความรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ
ในการชำระค่าหุ้น สมาชิกจะหักกลบลบหนี้กับกลุ่มเกษตรกรไม่ได้
ข้อ 7 ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้ผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่าเจ็ดคนลงลายมือชื่อยื่นคำขอ จดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรแห่งท้องที่ที่จะจัดตั้งตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์ กำหนด พร้อมกับบัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกทั้งหมด สำเนารายงานการประชุมของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อจัด ตั้งกลุ่มเกษตรกรหนึ่งฉบับและ ข้อบังคับสี่ฉบับ
เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้รับคำขอดังกล่าวและได้พิจารณาเห็นสมควรรับจดทะเบียนให้นายทะเบียน กลุ่มเกษตรกรออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรให้
ถ้านายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเห็นว่า คำขอหรือเอกสารประกอบนั้นไม่ถูกต้อง หรือสมควรแก้ไขเพิ่มเติม นาย ทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้กระทำให้ถูกต้อง หรือให้แก้ไขเพิ่มเติมภายในเวลากำหนด ถ้าผู้ยื่นคำ ขอไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุผลสมควร นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่งไม่รับจดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้
ในกรณีที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรไม่รับจดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอ ทราบโดยไม่ชักช้า
ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีโดยยื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายในสามสิบวัน นับแต่วัน รับหนังสือแจ้งการไม่รับจดทะเบียนของนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้รีบส่งอุทธรณ์พร้อมด้วยคำชี้แจงไปยังรัฐมนตรีเพื่อประกอบการวินิจฉัย
คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
ข้อ 8 ข้อบังคับกลุ่มเกษตรกรอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(1) ชื่อ
(2) วัตถุประสงค์
(3) ที่ตั้งสำนักงาน
(4) ทุนซึ่งแบ่งเป็นหุ้น มูลค่าของหุ้น การชำระค่าหุ้น การโอนหุ้น ตลอดจนการจ่ายคืนค่าหุ้น การเพิ่มทุนและ ลดทุน
(5) การดำเนินกิจการ การบัญชีและการเงิน
(6) วิธีรับสมาชิก การขาดจากสมาชิกภาพ ตลอดจนสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
(7) การดำเนินการประชุมใหญ่
(8) จำนวนกรรมการสำหรับกลุ่มเกษตรกรต้องกำหนดไม่เกินห้าคน วิธีการเลือกตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้น จากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุมและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
(9) การเลือกตั้งผู้ตรวจสอบกิจการ
(10) การแต่งตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งตลอดจนอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการ
ข้อ 9 ถ้ากลุ่มเกษตรกรเกี่ยวข้องในกิจการใดที่กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียนสำหรับการได้มา การจำหน่าย การยกขึ้นเป็น ข้อต่อสู้ หรือการยึดหน่วง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ในการจดทะเบียนเช่นว่านั้น ให้กลุ่มเกษตรกรได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
ข้อ 10 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้คำว่ากลุ่มเกษตรกรเป็นชื่อหรือส่วนหนึ่งของชื่อในธุรกิจเว้นแต่กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับ ใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรและจดทะเบียนตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้แล้ว หรือสมาคมซึ่งตั้งขึ้นโดยกลุ่ม เกษตรกร
ข้อ 11 ในท้องที่ตำบลหนึ่งให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรที่ประกอบด้วยผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกัน ได้เพียงหนึ่งกลุ่ม และชื่อของกลุ่มเกษตรกรนั้น ให้ระบุชื่อของตำบลต่อท้ายชื่อของกลุ่มเกษตรกร
ข้อ 12 ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ข้อบังคับ ให้กลุ่มเกษตรกรยื่นคำขออนุญาตขอใช้ข้อบังคับแก้ไขเพิ่มเติม ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประชุมใหญ่ลงมติ และให้นำ ข้อ 7 มาใช้บังคับแก่การขออนุญาต การอนุญาต ตลอดจนการอุทธรณ์การไม่อนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติม ข้อบังคับโดยอนุโลม
ข้อ 13 เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้กลุ่มเกษตรกรมีอำนาจกระทำการดังต่อไปนี้
(1) จัดให้ได้มา ซื้อ ถือกรรมสิทธิ์หรือทรัพยสิทธิ ครอบครอง กู้หรือยืม เช่า เช่าซื้อ รับโอนสิทธิการเช่าหรือ สิทธิการเช่าซื้อ จำนอง หรือจำนำ ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งทรัพย์สิน
(2) ให้กู้ ให้ยืม ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ให้สินเชื่อ โอน รับจำนอง หรือรับจำนำ ซึ่งทรัพย์สินแก่สมาชิกหรือของสมาชิก
(3) ร่วมทุนในการประกอบกิจการกับกลุ่มเกษตรกรอื่น
(4) กระทำธุรกิจและการค้าเพื่อประโยชน์ของสมาชิก
(5) ให้บริการต่าง ๆ แก่สมาชิก โดยเรียกหรือไม่เรียกค่าตอบแทน
(6) ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่สมาชิก
(7) การทำกิจการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มเกษตรกร โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
การดำเนินกิจการตาม (1) (2) และ (3) จะต้องจำกัดอยู่ภายในวงเงินที่นายทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบ
ข้อ 14 การรับเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินจากทางราชการหน่วยงานของต่างประเทศหรือบุคคลอื่นใด ถ้าการให้ เงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินนั้นกำหนดไว้เพื่อการใด ให้ใช้เพื่อการนั้น ถ้ามิได้กำหนดไว้ ให้ใช้ตามมติของที่ประชุมใหญ่
ข้อ 15 ให้กลุ่มเกษตรกรมีคณะกรรมการเพื่อดำเนินการของกลุ่มเกษตรกรคณะหนึ่ง ประกอบด้วยกรรมการซึ่ง ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ
คณะกรรมการต้องดำเนินการตามกฎหมายข้อบังคับ ระเบียบ นโยบายและมติที่ประชุมใหญ่ และเป็นผู้แทน ของกลุ่มเกษตรกรในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือ หลายคน หรือผู้จัดการ ทำการแทนก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ
ข้อ 16 ให้คณะกรรมการจัดให้มีทะเบียนสมาชิกและทะเบียนหุ้นตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดเก็บ รักษาไว้ในสำนักงานของกลุ่มเกษตรกร และให้ส่งสำเนาทะเบียนดังกล่าวแก่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายในหกสิบ วันนับแต่วันรับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนสมาชิกหรือทะเบียนหุ้น ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือต่อนาย ทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายในหกสิบวัน นับแต่วันมีการเปลี่ยนแปลง
ข้อ 17 ให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้กรรมการ สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของกลุ่มเกษตรกรมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของกลุ่มเกษตรกรหรือให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับ การดำเนินกิจการหรือรายงานการประชุมของกลุ่มเกษตรกร
ข้อ 18 เพื่อปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรและพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานของกลุ่มเกษตรกรในเวลาทำงานของกลุ่มเกษตรกรให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือ และให้คำชี้แจงแก่ผู้เข้าไปตรวจสอบตามสมควร
ให้ผู้เข้าไปตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง แสดงบัตรปะจำตัวต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
ข้อ 19 ให้กลุ่มเกษตรกรมีผู้ตรวจสอบกิจการคนหนึ่งหรือหลายคน ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกหรือ บุคคลภายนอก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ เพื่อตรวจสอบกิจการของกลุ่มเกษตรกรและทำรายงาน เสนอต่อที่ประชุมใหญ่
ข้อ 20 การประชุมใหญ่ของกลุ่มเกษตรกรต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม
ข้อ 21 ในการประชุมใหญ่ของกลุ่มเกษตรกร ถ้าสมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้นัดประชุมอีกครั้ง หนึ่งภายในสิบสี่วันนับแต่วันนัดประชุมครั้งแรก ในการประชุมครั้งหลังนี้ถ้ามิใช่เป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่สมาชิก ร้องขอให้เรียกประชุม เมื่อมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม
สมาชิกคนหนึ่งแม้จะถือหุ้นจำนวนเท่าใดก็ตาม ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือเสียงสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
(1) การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ
(2) การเลิกกลุ่มเกษตรกร
(3) การอื่นใดที่ข้อบังคับกำหนดให้ถือเสียงสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
ในการประชุมใหญ่ สมาชิกจะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้สมาชิกอื่นมาประชุมแทนตนก็ได้ แต่ผู้รับมอบอำนาจ นั้นจะรับมอบอำนาจเกินสามรายไม่ได้
ข้อ 22 ให้ผู้ซึ่งลงลายมือชื่อขอรับใบทะเบียนตาม ข้อ 7 ร่วมกันจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันรับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการและผู้ตรวจสอบกิจการ
การประชุมใหญ่สามัญครั้งต่อไป ให้คณะกรรมการเรียกประชุมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งภายในหนึ่งร้อยห้าสิบ วันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของกลุ่มเกษตรกร
ข้อ 23 คณะกรรมการจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร แต่ถ้านายทะเบียนกลุ่ม เกษตรกรมีหนังสือแจ้งให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ หรือในกรณีที่กลุ่มเกษตรกรขาดทุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนทุนเรือน หุ้นที่ชำระแล้วให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันรับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน กลุ่มเกษตรกรหรือนับแต่วันทราบการขาดทุนแล้วแต่กรณี
สมาชิกซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด อาจเข้าชื่อมีหนังสือร้องขอต่อคณะ กรรมการให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้
ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญให้คณะกรรมการเรียกประชุมภายในสามสิบวันนับ แต่วันรับคำร้องขอ ถ้าคณะกรรมการไม่เรียกประชุมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจ เรียกประชุมได้ภายในเวลาตามที่เห็นสมควร
ข้อ 24 ในการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของกลุ่มเกษตรกร ให้จัดสรรเงินไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ สิบของกำไรสุทธิ
กำไรสุทธิประจำปีที่เหลือจากการจัดสรรเป็นทุนสำรองที่ประชุมใหญ่อาจจัดสรรได้ดังต่อไปนี้
(1) เป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วไม่เกินร้อยละแปด
(2) เป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกได้ทำไว้กับกลุ่มเกษตรกรในระหว่างปีตามที่ที่ ประชุมใหญ่กำหนด
(3) เป็นเงินโบนัสแก่กรรมการ ผู้ตรวจสอบกิจการและเจ้าหน้าที่ของกลุ่มเกษตรกรตามที่กำหนดในข้อบังคับ แต่ไม่เกินร้อยละสิบ
(4) เป็นทุนสะสมตามที่กำหนดในข้อบังคับ เมื่อมีเงินเหลือจากการจัดสรรตาม (1) (2) และ (3)
ข้อ 25 ทุนสำรองตาม ข้อ 24 จะถอนจากบัญชีทุนสำรองได้เพื่อชดเชยการขาดทุนเท่านั้น
ข้อ 26 เงินของกลุ่มเกษตรกรอาจฝากหรือลงทุนได้ ดังต่อไปนี้
(1) ฝากในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธนาคารอื่นที่ช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มเกษตรกร
(2) ฝากในธนาคารอื่น ในกรณีที่ไม่มีธนาคารตาม (1) ในท้องที่นั้น โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน กลุ่มเกษตรกร หรือฝากในธนาคารออมสิน
(3) ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล
ข้อ 27 ให้คณะกรรมการจัดให้มีการทำงบดุลอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน อันจัดว่าเป็นรอบปีทาง บัญชีของกลุ่มเกษตรกร
งบดุลนั้นต้องมีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของกลุ่มเกษตรกรกับทั้งบัญชีกำไรขาดทุนตามแบบที่นาย ทะเบียนสหกรณ์กำหนด
งบดุลนั้นต้องทำให้แล้วเสร็จและจัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ของ กลุ่มเกษตรกรภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของกลุ่มเกษตรกร
ข้อ 28 ให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อตรวจสอบบัญชีของกลุ่มเกษตรกรอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ผู้สอบบัญชีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด หรือเป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี
การตรวจสอบบัญชีนั้น ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด และให้เสนอรายงานการตรวจ สอบบัญชีต่อนายทะเบียนสหกรณ์โดยผ่านนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด
ข้อ 29 ในกรณีที่ปรากฏว่าคณะกรรมการกระทำการไม่ถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ของตนจนทำให้เสื่อมเสีย ผลประโยชน์ของกลุ่มเกษตรกรหรือสมาชิก หรือกลุ่มเกษตรกรมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับกิจการ การเงินหรือการบัญชีให้ นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรแจ้งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องให้แล้วเสร็จภายในเวลากำหนด ถ้าไม่แก้ไขให้แล้วเสร็จภายในเวลากำหนดโดยไม่มีเหตุผลสมควรให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจออก คำสั่งเป็นหนังสือดังต่อไปนี้
(1) ให้ระงับการปฏิบัติกิจการที่เป็นเหตุให้เกิดข้อบกพร่อง หรือเสื่อมเสียผลประโยชน์ของกลุ่มเกษตรกรหรือ สมาชิก
(2) ให้หยุดดำเนินกิจการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนั้นให้แล้วเสร็จภายในเวลากำหนด
เมื่อดำเนินการตาม (1) หรือ (2) แล้ว ให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสิบห้าวัน เพื่อรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการให้ที่ประชุมใหญ่ทราบ
ข้อ 30 ในกรณีที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือเจ้าหน้าที่ของกลุ่มเกษตรกรกระทำให้กลุ่มเกษตรกรเสียหาย ถ้าคณะ กรรมการไม่ดำเนินคดีอาญาหรือคดีแพ่ง ให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรหรือนายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจดำเนินคดีอาญา หรือคดีแพ่งในนามของกลุ่มเกษตรกรได้ ให้พนักงานอัยการมีอำนาจรับว่าต่างกลุ่มเกษตรกร และให้กลุ่ม เกษตรกรออกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินคดี หรือการว่าต่างแก่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร หรือพนักงานอัยการ แล้ว แก่กรณี
ข้อ 31 กลุ่มเกษตรกรย่อมเลิกด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ถ้ามีข้อบังคับกำหนดให้เลิกในกรณีใด เมื่อมีกรณีนั้น
(2) เมื่อสมาชิกกลุ่มเกษตรกรมีจำนวนเหลือน้อยกว่าสามสิบคน ทั้งนี้เป็นเวลาติดต่อกันเกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
(3) เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก
(4) เมื่อล้มละลาย
(5) เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์สั่งให้เลิกตาม ข้อ 32
ในกรณีที่กลุ่มเกษตรกรต้องเลิกตาม (1) (2) (3) หรือ (4) ให้คณะกรรมการแจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนกลุ่ม เกษตรกรทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลิก แต่ในกรณีต้องเลิกตาม (5) ให้นายทะเบียนสหกรณ์ แล้วแต่กรณี แจ้งเป็น หนังสือให้คณะกรรมการทราบโดยไม่ชักช้า
ให้นายทะเบียนสหกรณ์ปิดประกาศการเลิกกลุ่มเกษตรกรไว้ที่สำนักงานของกลุ่มเกษตรกร
ข้อ 32 นายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจสั่งให้เลิกกลุ่มเกษตรกรโดยอนุมัติรัฐมนตรี เมื่อปรากฏว่า
(1) กลุ่มเกษตรกรไม่เริ่มดำเนินกิจการภายในหนึ่งปีนับแต่วันรับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร หรือหยุด ดำเนินกิจการติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี
(2) กลุ่มเกษตรกรไม่อาจดำเนินกิจการให้เป็นผลดีต่อไปได้ หรือการดำเนินกิจการของคณะกรรมการก่อให้เกิด ความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 (กลุ่มเกษตรกร) (หน้า 18/21) กลุ่มเกษตรกรนั้น หรือเป็นภัยต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อ 33 การชำระบัญชีกลุ่มเกษตรกรที่ล้มละลาย ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย
การชำระบัญชีกลุ่มเกษตรกรที่เลิกเพราะเหตุอื่นนอกจากล้มละลาย ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการชำระบัญชีตาม กฎหมายว่าด้วยสหกรณ์มาใช้บังคับโดยอนุโลม
กลุ่มเกษตรกรนั้น แม้จะเลิกแล้ว ก็ให้ถือว่ายังคงดำรงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี
ข้อ 34 เมื่อได้ชำระหนี้ของกลุ่มเกษตรกรแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด ให้ผู้ชำระบัญชีจัดการตามลำดับ ดังต่อไปนี้
(1) จ่ายคืนค่าหุ้นให้แก่สมาชิกไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้ว
(2) จ่ายเป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วตามที่กำหนดในข้อบังคับ
(3) จ่ายเป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกได้ทำไว้กับกลุ่มเกษตรกรในระหว่างปีตามที่ กำหนดใน ข้อบังคับ
(4) ถ้ายังมีทรัพย์สินเหลืออยู่ ให้ผู้ชำระบัญชีส่งมอบแก่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเก็บรักษาไว้ เพื่อโอนให้แก่ กลุ่มเกษตรกรระดับเดียวกันตามมติของที่ประชุมใหญ่
ข้อ 35 ในคดีฟ้องเรียกหนี้ซึ่งกลุ่มเกษตรกร หรือสมาชิกหรือผู้ชำระบัญชีเป็นลูกหนี้อยู่ในฐานะเช่นนั้น ห้ามมิ ให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรขีดชื่อกลุ่มเกษตรกรออกจากทะเบียน
ข้อ 36 ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 10 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 37 กลุ่มเกษตรกรใดไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 12 หรือ ข้อ 16 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
ข้อ 38 กรรมการ สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของกลุ่มเกษตรกรผู้ใดไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของกลุ่ม เกษตรกรหรือไม่ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินกิจการหรือรายงานการประชุมของกลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้ตามคำสั่งของนาย ทะเบียนกลุ่มเกษตรกรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตาม ข้อ 17 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ข้อ 39 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวก ไม่ช่วยเหลือหรือไม่ให้คำชี้แจงแก่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานของกลุ่มเกษตรกรตาม ข้อ 18 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท
ข้อ 40 ให้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับเช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความใน มาตรา 118ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ สหกรณ์ พ.ศ. 2511 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 140 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2515
ข้อ 41 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประกาศของ คณะปฏิวัติฉบับนี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ 42 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อครบกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุ เบกษาเป็นต้นไป
[รก.2515/70/18]

:: ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2515 จอมพล ถ. กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update