กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17  
 
:: ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
:: ที่ กธ. 14/2546
:: เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ข้อที่ 1-17

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 14 มาตรา 113 วรรคสอง มาตรา 114 มาตรา 115 และ มาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกข้อกำหนดไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 38/2544 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ลงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2544
(2) ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 44/2544 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
ข้อ 2 ในประกาศนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
(1) คำว่า "บริษัท" "บริษัทใหญ่" "บริษัทย่อย" "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" และ "ผู้มีอำนาจควบคุม" ให้อนุโลมตามบทนิยามของคำดังกล่าวในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการยื่นและการยกเว้นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์
(2) "ผู้ที่เกี่ยวข้อง" หมายความว่า บุคคลที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะดังต่อไปนี้กับผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์
(ก) คู่สมรส หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว
(ข) บุคคลธรรมดา หรือบริษัทที่เป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากของบุคคลดังกล่าวซึ่งหมายถึง
1. บุคคลธรรมดา หรือบริษัทที่ถือหุ้นในบุคคลดังกล่าวเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวนสิทธิออกเสียง ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบุคคลดังกล่าว
2. บุคคลธรรมดาหรือบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทตาม 1. เกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทนั้น
3. บริษัทที่ถือหุ้นต่อไปเป็นทอดๆ โดยเริ่มจากบริษัทตาม 2. โดยการถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวในแต่ละทอดมีจำนวนเกินกว่าร้อยละห้าสิบ ของจำนวนสิทธิออกเสียงของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น หรือบุคคลธรรมดาที่ถือหุ้นในบริษัทในทอดใดเกินกว่าร้อยละห้าสิบ ของจำนวนสิทธิออกเสียงของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น
การถือหุ้นของบุคคลธรรมดาตามวรรคหนึ่งให้นับรวมหุ้น ของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลธรรมดานั้นด้วย
(ค) บริษัทที่มีบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึง
1. บริษัทที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (ก) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทนั้น
2. บริษัทที่บริษัทตาม 1. ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทนั้น
3. บริษัทที่ถูกถือหุ้นต่อไปเป็นทอดๆ โดยเริ่มจากบริษัทตาม 2. ในบริษัทที่ถูกถือหุ้น โดยการถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวในแต่ละทอดมีจำนวนเกินกว่าร้อยละห้าสิบ ของจำนวนสิทธิออกเสียงของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น
(3) "หลักทรัพย์" หมายความว่า หุ้น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ และใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
(4) "ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์" หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
 
  (5) "ผู้บริหาร" หมายความว่า กรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไปที่รับผิดชอบสายงานที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจจัดสรรหลักทรัพย์ หรือสายงานที่มีโอกาสได้รับข้อมูลภายในที่เกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์หรือบริษัทที่ออกหุ้นอ้างอิงของหลักทรัพย์ที่จัดจำหน่าย รวมทั้งบุคคลที่มีตำแหน่งซึ่งมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลดังกล่าว
(6) "วันปิดการเสนอขาย" หมายความว่า วันปิดการเสนอขายหลักทรัพย์สำหรับผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ในกรณีทั่วไป
(7) "วันที่จัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบ" หมายความว่า วันที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินสามารถจัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบตามจำนวนที่มีหน้าที่ส่งมอบหรือส่งคืน สำหรับผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีหน้าที่จัดสรรหุ้นส่วนเกิน ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นให้แก่ผู้จองซื้อเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดจำหน่าย
(8) "ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน" หมายความว่า ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีหน้าที่จัดหาหุ้นส่วนเกินเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ได้รับการจัดสรร หรือส่งคืนให้แก่ผู้ให้ยืมตามข้อผูกพันในการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน
(9) "จัดสรรหุ้นส่วนเกิน" หมายความว่า การจัดสรรหุ้นให้แก่ผู้จองซื้อเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดจำหน่าย โดยการจัดสรรหุ้นเกินจำนวนดังกล่าวได้กระทำไปพร้อมกับการเสนอขายหุ้นที่จัดจำหน่าย
(10) "หุ้นส่วนเกิน" หมายความว่า หุ้นที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จัดสรรให้แก่ผู้จองซื้อเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดจำหน่าย
(11) "บริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง" หมายความว่า
(ก) บริษัทหลักทรัพย์ที่ถือหุ้น ในผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของจำนวนสิทธิออกเสียง ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์นั้น
(ข) บริษัทหลักทรัพย์ที่ ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของจำนวนสิทธิออกเสียง ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทหลักทรัพย์นั้น
(ค) บริษัทหลักทรัพย์ที่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นทั้งในบริษัทหลักทรัพย์ ดังกล่าวและในผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของจำนวนสิทธิออกเสียง ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทหลักทรัพย์และผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์
(12) "หนังสือชี้ชวน" หมายความว่า หนังสือชี้ชวนที่มีข้อความตรงกับร่างหนังสือชี้ชวนที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงาน
(13) "สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับการรับจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ให้แก่ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน
ข้อ 4 ห้ามมิให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์รับจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นที่ออก หรือเสนอขายโดยบริษัทใหญ่หรือบริษัทย่อยของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์
ข้อ 5 ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ต้องดำเนินการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ตามวิธีการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน
ข้อ 6 ห้ามมิให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จองซื้อหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่าย
ข้อ 7 ภายใต้บังคับ ข้อ 8 ห้ามมิให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จัดสรรหลักทรัพย์ให้แก่บุคคล ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เป็นการจัดสรรหลักทรัพย์ที่เหลือจากการจองซื้อของผู้จองซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด
(1) ตนเองหรือผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ร่วมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์นั้น
(2) ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย ของบุคคลตาม (1) และผู้ที่เกี่ยวข้อง และ
(3) บุคคลที่ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ถูกห้ามมิให้จัดสรรหลักทรัพย์ให้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการจองการจัดจำหน่าย และการจัดสรรหลักทรัพย์ที่ออกใหม่
ข้อ 8 ในกรณีที่เป็นการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ประเภทหุ้น ห้ามมิให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จัดสรรหุ้นให้แก่บริษัทย่อยของบริษัทที่ออกหุ้นนั้น
ข้อ 9 ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ต้องดำเนินการจัดให้มีหนังสือชี้ชวนและใบจองซื้อหลักทรัพย์ที่ จัดจำหน่ายสำหรับผู้จองซื้อหลักทรัพย์โดยให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการจอง การจัดจำหน่าย และการจัดสรรหลักทรัพย์ที่ออกใหม่โดยอนุโลม
ข้อ 10 ห้ามมิให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขาย หลักทรัพย์ที่มิใช่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ หรือร่างหนังสือชี้ชวนตั้งแต่สิบห้าวันก่อนวันเริ่มเสนอขายหลักทรัพย์ จนถึงวันปิดการเสนอขายหรือวันที่จัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบ แล้วแต่กรณี เว้นแต่เป็นการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ที่จัดทำ โดยผู้เสนอขายหลักทรัพย์ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ
ข้อ 11 ห้ามมิให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์เผยแพร่บทความ หรืองานวิจัยที่จัดทำขึ้นโดยตนเองหรือผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ร่วมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์นั้น หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องอันเป็นบทความหรืองานวิจัยเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่าย หรือหลักทรัพย์อื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่ายในลักษณะที่การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นกับหลักทรัพย์นั้นอาจมีผลกระทบโดยตรงต่อราคาของหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่าย ตั้งแต่สิบห้าวันก่อนวันเริ่มเสนอขายหลักทรัพย์จนถึงวันปิดการเสนอขายหรือวันที่จัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบ แล้วแต่กรณี
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับบทความ หรืองานวิจัยที่มีลักษณะครบถ้วนตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ และไม่เป็นบทความหรืองานวิจัยเกี่ยวกับหลักทรัพย์ประเภทหุ้นที่ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ ได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (initial public offering) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำหุ้นนั้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเกี่ยวกับหลักทรัพย์ประเภทใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยที่มีหุ้นดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์อ้างอิง
(1) เป็นบทความ หรืองานวิจัยที่แสดงอยู่ในเอกสารที่จัดทำและเผยแพร่ต่อสาธารณชนอยู่เป็นประจำในธุรกิจปกติ
(2) เนื้อหาของบทความ หรืองานวิจัยเป็นการปรับปรุงหรือเพิ่มเติมข้อมูลที่เคยเผยแพร่มาก่อนหน้านั้น
(3) เนื้อหาของบทความหรืองานวิจัยไม่เน้น หรือให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับหลักทรัพย์ที่จัดจำหน่ายหรือหลักทรัพย์อื่นที่มีความเกี่ยวข้อง โดยพิจารณาเปรียบเทียบกับบทความหรืองานวิจัยในหลักทรัพย์อื่นทั่วไปที่เคยจัดทำและเผยแพร่มาก่อน และ
(4) ในบทความ หรืองานวิจัยมีข้อความที่แสดงให้ผู้ลงทุนทราบถึงส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมของผู้จัดทำบทความหรืองานวิจัยดังกล่าวในหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่ายนั้นโดยตัวอักษรของข้อความต้องมีความคมชัด อ่านได้ชัดเจนและมีขนาดไม่เล็กกว่าตัวอักษรปกติที่ใช้ในการจัดทำบทความหรืองานวิจัยนั้น และอยู่ในหน้าเดียวกับสรุปความเห็นของบทความหรืองานวิจัยหรือตำแหน่งใกล้เคียงที่ผู้ลงทุนสามารถเห็นได้ชัดเจน
ข้อ 12 ในช่วงระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันปิดการเสนอขายหรือวันที่จัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบ แล้วแต่กรณี ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จะเผยแพร่บทความ หรืองานวิจัยที่จัดทำขึ้นโดยตนเองหรือผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ร่วมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์นั้น หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องอันเป็นบทความหรืองานวิจัยเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่าย หรือหลักทรัพย์อื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่ายในลักษณะที่การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นกับหลักทรัพย์นั้นอาจมีผลกระทบโดยตรงต่อราคาของหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่าย ได้ต่อเมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) มีการแสดงข้อความในบทความ หรืองานวิจัยนั้นเพื่อให้ผู้ลงทุนทราบถึงส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมของผู้จัดทำบทความหรืองานวิจัยดังกล่าวในหลักทรัพย์ที่รับจัดจำหน่ายนั้น รวมทั้งจำนวนหลักทรัพย์ที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ต้องรับซื้อตามสัญญาการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และ
(2) ตัวอักษรของข้อความตาม (1) ต้องมีความคมชัด อ่านได้ชัดเจนและมีขนาดไม่เล็กกว่าตัวอักษรปกติที่ใช้ในการจัดทำบทความหรืองานวิจัยนั้น และอยู่ในหน้าเดียวกับสรุปความเห็นของบทความหรืองานวิจัย หรือตำแหน่งใกล้เคียงที่ผู้ลงทุนสามารถเห็นได้ชัดเจน
ข้อ 13 ในการดำเนินการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติดังนี้
(1) ต้องนำเงินค่าจองซื้อหลักทรัพย์เข้าบัญชีเพื่อการจอง ซื้อหลักทรัพย์ของผู้เสนอขายหลักทรัพย์ หรือแยกเงินค่าจองซื้อหลักทรัพย์ออกจากบัญชีทรัพย์สินของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ภายในวันทำการถัดจากวันที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์เรียกเก็บเงินจากผู้จองซื้อหลักทรัพย์ได้ โดยต้องไม่นำเงินค่าจองซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวไปใช้ในกิจการใดๆ
(2) ต้องจัดให้มีข้อตกลงกับผู้เสนอขายหลักทรัพย์ในเรื่อง ดังต่อไปนี้
(ก) การคืนเงินค่าจองซื้อหลักทรัพย์ให้แก่ผู้จองซื้อหลักทรัพย์ ที่ไม่ได้รับการจัดสรรภายในสิบสี่วันนับแต่วันปิดการเสนอขาย หากไม่สามารถคืนเงินให้แก่ผู้จองซื้อหลักทรัพย์ได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะต้องมีข้อกำหนดให้ผู้จองซื้อหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับการจัดสรรมีสิทธิได้รับดอกเบี้ย ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลานั้น
(ข) การห้ามมิให้มีการนำเงินที่ได้รับเป็นค่าจองซื้อหลักทรัพย์ ในส่วนที่เกินกว่าจำนวนที่คาดว่าจะได้รับจากการเสนอขายหลักทรัพย์ทั้งหมดไปใช้ในกิจการใดๆ ก่อนที่จะดำเนินการเพื่อคืนเงินให้แก่ผู้จองซื้อหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับการจัดสรรแล้วเสร็จ
(3) ต้องรายงานผลการจัดสรรหลักทรัพย์ ต่อสำนักงานร่วมกับผู้เสนอขายหลักทรัพย์พร้อมกับรายงานผลการขายตาม มาตรา 81
(4) ต้องไม่เสนอขายหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง ร่วมกับหลักทรัพย์อื่นเว้นแต่จะได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในหนังสือชี้ชวน
(5) ในกรณีที่เป็นการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เสนอขายโดยผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย ของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์รายใด หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง และมิใช่การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นซึ่งต้องห้ามตาม ข้อ 4 ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์รายนั้น ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและบุคคลดังกล่าวต่อผู้ลงทุนด้วย
(6) แจ้งให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องทราบถึงหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตาม ข้อ 16
ข้อ 14 ห้ามมิให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้ตั้งแต่ห้าวันทำการก่อนวันเริ่มเสนอขายหลักทรัพย์ จนถึงวันปิดการเสนอขายหรือวันที่จัดหาหุ้นส่วนเกินได้ครบ แล้วแต่กรณี
(1) หุ้นของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์นั้นหรือใบแสดงสิทธิ ในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยที่มีหุ้นดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์อ้างอิง ในกรณีที่เป็นการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ประเภทหุ้น หุ้นกู้แปลงสภาพ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
(2) หุ้นอ้างอิงของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์หรือหุ้นอ้างอิง ของหุ้นกู้อนุพันธ์หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยที่มีหุ้นอ้างอิงดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์อ้างอิง ในกรณีที่เป็นการจัดจำหน่ายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์หรือหุ้นกู้อนุพันธ์
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการซื้อหรือขายในกรณีดังต่อไปนี้
(1) การซื้อจากผู้เสนอขายหลักทรัพย์หรือการขายแก่ผู้ลงทุน ตามสัญญาการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
(2) การซื้อหรือการขายตามคำสั่งของลูกค้า ซึ่งมิได้เกิดจากการชี้นำหรือชักจูงของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (unsolicited purchase or sale)
(3) การซื้อเพื่อบัญชีหลักทรัพย์ของตนเอง ซึ่งเป็นผลจากความผิดพลาดในการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้า
(4) การซื้อเพื่อบัญชีหลักทรัพย์ของตนเอง โดยปฏิบัติตามความใน ข้อ 3 (2) แห่ง ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 19/2541 เรื่อง การจัดสรรหุ้นเกินกว่าจำนวนที่จัดจำหน่าย ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2541
ข้อ 15 ในกรณีหลักทรัพย์ที่จัดจำหน่ายเป็นหุ้นและสัญญาการจัดจำหน่าย หลักทรัพย์มีการระบุข้อผูกพันเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไว้ ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินต้อง ควบคุมดูแลมิให้พนักงานของตนที่มีส่วนร่วมในการจัดหาหุ้นส่วนเกินซื้อหรือขายหุ้นตาม ข้อ 14 วรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 16 ให้นำความใน ข้อ 11 ข้อ 12 และ ข้อ 14 มาใช้บังคับกับบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องโดยอนุโลม
ข้อ 17[1] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป


:: ประกาศ ณ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update