กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ประกาศกรมสรรพสามิต
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชน พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1
:: หมวด1 บทบัญญัติทั่วไป ข้อ 2-4
:: หมวด2 การก่อสร้างสถานที่ทำสุรากลั่นชุมชน ข้อ 5-8
:: หมวด3 การทำและขายสุรากลั่นชุมชน ข้อ 9-19
:: หมวด4 เบ็ดเตล็ด ข้อ 20-22
 
 
 
:: ประกาศกรมสรรพสามิต
:: เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชน พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-22



เพื่อส่งเสริมการผลิตสุรากลั่นชุมชน โดยใช้ผลผลิตทางการเกษตรและภูมิปัญญาชาวบ้าน ตามนโยบายในการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนของรัฐบาล
ดังนั้น เพื่ออนุวัติตามความใน มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ สุรา พ.ศ. 2493 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2546 เกี่ยวกับการทำสุรากลั่นชุมชน ตามนโยบายการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนของรัฐบาล ประกอบกับอาศัยอำนาจตามความใน ข้อ 19 แห่ง ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง วิธีการบริหารงานสุรา พ.ศ. 2546 (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2546 และ ข้อ 9 แห่ง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2532 อธิบดีกรมสรรพสามิตออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในประกาศนี้
"สุรากลั่นชุมชน" หมายความว่า สุรากลั่นชนิดสุราขาวที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในประกาศนี้
"สถานที่ทำสุรา" หมายความว่า โรงงานสุราตาม พระราชบัญญัติ สุรา พ.ศ. 2493

:: หมวด 1 บทบัญญัติทั่วไป
ข้อ 2 ผู้ขออนุญาตทำสุรากลั่นชุมชนต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
2.1 เป็นสหกรณ์
2.2 เป็นกลุ่มบุคคลธรรมดาผู้มีสัญชาติไทยตามกฎหมายเกี่ยวกับวิสาหกิจชุมชน
2.3 เป็นกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียนตาม พระราชบัญญัติ สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ที่สถานที่ทำสุรากลั่นชุมชนตั้งอยู่ขณะที่ขออนุญาต
2.4 เป็นนิติบุคคล ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่มีผู้ถือหุ้นทุกคนมีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ที่สถานที่ทำสุรากลั่นชุมชนตั้งอยู่ขณะที่ขออนุญาต
2.5 เป็นองค์กรเกษตรกรตาม พระราชบัญญัติ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ที่สถานที่ทำสุรากลั่นชุมชนตั้งอยู่ขณะที่ขออนุญาต
ทั้งนี้ ผู้ขออนุญาตทำสุรากลั่นชุมชนต้องไม่เป็นผู้ได้รับอนุญาตทำสุราที่มิใช่ระดับชุมชน คือ โรงงานที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมตั้งแต่ห้าแรงม้าขึ้นไปหรือใช้คนงานตั้งแต่เจ็ดคนขึ้นไป หรือกรณีที่ใช้ทั้งเครื่องจักรและคนงาน ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ห้าแรงม้าขึ้นไปและมีคนงานตั้งแต่เจ็ดคนขึ้นไป และต้องไม่ใช่ตัวแทนโดยตรงหรือโดยอ้อมของผู้ได้รับอนุญาตทำสุราที่เป็นโรงงานมิใช่ระดับชุมชนดังกล่าวข้างต้น
ข้อ 3 สถานที่ทำสุรากลั่นชุมชนต้องมีลักษณะ ดังนี้
3.1 แยกออกจากส่วนที่ใช้อยู่อาศัยโดยชัดเจน
3.2 ตั้งอยู่ในทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีบริเวณและพื้นที่เพียงพอที่จะทำสุรา โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น
3.3 ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า 100 เมตร
3.4 มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางปฏิบัติของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (เอกสารแนบหมายเลข 1)
3.5 ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่าเจ็ดคน หรือกรณีที่ใช้ทั้งเครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้าและคนงานต้องน้อยกว่าเจ็ดคน
ข้อ 4 สุรากลั่นชุมชนต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
4.1 มีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่าสิบห้าดีกรี แต่ไม่เกินสี่สิบดีกรี
4.2 มีปริมาณเมทิลแอลกอฮอล์ ฟูเซลออยล์ เฟอร์ฟิวรัส เอสเทอร์ แอลดีไฮด์ เอทิลคาร์บาเมต วัตถุเจือปนอาหารประเภทกรดเบนโซอิกหรือเกลือ กรดเบนโซอิก และสารปนเปื้อนในน้ำสุรา โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่วไม่เกินมาตรฐานที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด (เอกสารแนบหมายเลข 2)

:: หมวด 2 การก่อสร้างสถานที่ทำสุรากลั่นชุมชน
ข้อ 5 ผู้ขออนุญาตก่อสร้างสถานที่ทำสุรากลั่นชุมชนต้องยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างสถานที่ทำสุรากลั่นชุมชน (เอกสารแนบหมายเลข 3) ดังนี้
5.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 ณ สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 แห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่
5.2 ในเขตจังหวัดอื่น ให้ยื่นต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขา ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่
ข้อ 6 ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ก่อสร้างสถานที่ทำสุรากลั่นชุมชน คือ
6.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 แห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่
6.2 ในเขตจังหวัดอื่น ได้แก่ สรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่
ข้อ 7 การออกหนังสืออนุญาตให้ก่อสร้างสถานที่ทำสุราให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและระยะเวลา ดังนี้
7.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร
7.1.1 เมื่อเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับคำขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบคำขออนุญาตพร้อมเอกสารประกอบ แล้วจัดทำบันทึกเสนอผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5
7.1.2 เมื่อผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 เห็นสมควรอนุญาตให้สร้างสถานที่ทำสุราได้ ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้ขออนุญาตทราบ
7.2 ในเขตจังหวัดอื่น
7.2.1 กรณียื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
(1) เมื่อเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับคำขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบคำขออนุญาตพร้อมเอกสารประกอบ แล้วจัดทำบันทึกเสนอสรรพสามิตพื้นที่
(2) เมื่อสรรพสามิตพื้นที่เห็นสมควรอนุญาตให้สร้างสถานที่ทำสุราได้ ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้ขออนุญาตทราบ
7.2.2 กรณียื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา
เมื่อเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับคำขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบคำขออนุญาตพร้อมเอกสารประกอบ แล้วจัดทำบันทึกเสนอต่อสรรพสามิตพื้นที่เพื่อให้สรรพสามิตพื้นที่พิจารณาดำเนินการตาม ข้อ 7.2.1 (2) ต่อไป
การออกหนังสืออนุญาตดังกล่าว ตั้งแต่รับคำขออนุญาตจนถึงแจ้งผลการอนุญาตให้ทราบ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ
ข้อ 8 เมื่อได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างสถานที่ทำสุราแล้ว ผู้รับอนุญาตต้องเริ่มดำเนินการก่อสร้างสถานที่ทำสุรากลั่นชุมชนภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสืออนุญาต ซึ่งต้องไม่เกินสามสิบหกเดือน นับแต่วันได้รับหนังสืออนุญาต ทั้งนี้ เมื่อผู้รับอนุญาตก่อสร้างสถานที่ทำสุราเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะเปิดดำเนินการ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าก่อนเปิดดำเนินการไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ถ้าผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ข้างต้น ให้ถือว่าสละสิทธิการได้รับอนุญาตทำสุรากลั่นชุมชน และจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากทางราชการไม่ได้

:: หมวด 3 การทำและขายสุรากลั่นชุมชน
ข้อ 9 ก่อนดำเนินการทำและขายสุรากลั่นชุมชน ผู้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างสถานที่ทำสุราต้องทำสัญญา ว่าด้วยการอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชนกับผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร หรือผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค แล้วแต่กรณี (เอกสารแนบหมายเลข 4)
ข้อ 10 การอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชน
10.1 เมื่อผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 หรือสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่ เห็นสมควรให้ใช้เป็นสถานที่ทำสุราได้ ให้ส่งร่างสัญญาแก่ผู้รับอนุญาตก่อสร้างสถานที่ทำสุรา เพื่อนัดหมายลงนามในสัญญาต่อไป
10.2 เมื่อผู้รับอนุญาตก่อสร้างสถานที่ทำสุราแจ้งนัดหมายลงนามในสัญญาแล้ว ให้ผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 หรือสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่ รายงานผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร หรือผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค แล้วแต่กรณี เพื่อลงนามในสัญญา จำนวน 3 ฉบับ โดยมอบให้ผู้รับอนุญาตก่อสร้างสถานที่ทำสุรา จำนวน 1 ฉบับ ส่งให้กรมสรรพสามิต จำนวน 1 ฉบับ และเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่ จำนวน 1 ฉบับ
10.3 ผู้รับอนุญาตก่อสร้างสถานที่ทำสุรา ต้องขอใบอนุญาตทำสุราตาม มาตรา 5 ณ สำนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่ โดยให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานคร หรือผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค แล้วแต่กรณีเป็นผู้ออกใบอนุญาต เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว จึงเริ่มทำสุราได้
การอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชนดังกล่าว ต้องให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 4 วันทำการ
ข้อ 11 วิธีการทำสุรากลั่นชุมชน
11.1 นำวัตถุดิบจำพวกข้าวหรือแป้ง หรือผลไม้ หรือน้ำผลไม้หรือผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ไปหมักกับเชื้อสุรา เพื่อให้เกิดมีแรงแอลกอฮอล์ตามต้องการ
11.2 นำสุราที่ได้ตาม 11.1 ไปต้มกลั่นโดยใช้เครื่องต้มกลั่นสุราที่ติดตั้งในสถานที่ทำสุราที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 12 ก่อนนำสุรากลั่นชุมชนที่ผลิตได้ออกจากสถานที่ทำสุรา ผู้ได้รับอนุญาตต้องส่งตัวอย่างให้ทำการตรวจวิเคราะห์คุณภาพที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ดังต่อไปนี้
12.1 กรมสรรพสามิต กรมวิชาการเกษตร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ หรือหน่วยงานของกรม สถาบันราชภัฏ หรือหน่วยงานของสถาบัน ดังกล่าว
12.2 หน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนที่กรมสรรพสามิตให้ความเห็นชอบ เช่น สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เป็นต้น
ทั้งนี้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของหน่วยงานอื่นนอกจากกรมสรรพสามิต ให้ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้รับผิดชอบ
ข้อ 13 การตรวจวิเคราะห์สุรากลั่นชุมชน
13.1 ก่อนนำสุรากลั่นชุมชนออกจากสถานที่ทำสุรา ผู้รับอนุญาตต้องส่งตัวอย่างน้ำสุราไม่น้อยกว่า 2 ลิตร ให้กรมสรรพสามิตหรือหน่วยงานตาม ข้อ 12 ตรวจวิเคราะห์
13.2 ผู้รับอนุญาตต้องขอใบอนุญาตขนสุราที่ยังมิได้เสียภาษีออกจากสถานที่ทำสุรา ต่อผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 สรรพสามิตพื้นที่ หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่
ให้ผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 สรรพสามิตพื้นที่และสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่ ออกใบอนุญาตขนสุราที่ยังมิได้เสียภาษี (เอกสารแนบหมายเลข 5) ให้ภายใน 1 วัน และให้ผู้รับอนุญาตนำใบอนุญาตขนสุราดังกล่าวกำกับไปกับตัวอย่างน้ำสุราเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ต่อไป
13.3 ให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจวิเคราะห์แรงแอลกอฮอล์ ปริมาณเมทิลแอลกอฮอล์ วัตถุเจือปนอาหาร และสารปนเปื้อนของสุรา และเสนอผลการตรวจวิเคราะห์ต่อหัวหน้ากลุ่มงานวิเคราะห์สินค้าและของกลางภายในวันที่ตรวจวิเคราะห์แล้วเสร็จ
การตรวจวิเคราะห์สุรากลั่นชุมชนดังกล่าว ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 12 วัน
13.4 หัวหน้ากลุ่มงานวิเคราะห์สินค้า และของกลางต้องแจ้งผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำสุราให้ผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 สรรพสามิตพื้นที่ หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาทราบภายใน 1 วัน นับแต่วันที่ได้รับผลการตรวจวิเคราะห์จากนักวิทยาศาตร์
ข้อ 14 สุรากลั่นชุมชนที่จะนำออกจากสถานที่ทำสุราต้องบรรจุในภาชนะซึ่งมีความเหมาะสม สะอาด ปิดสนิท ไม่ทำปฏิกิริยากับสุราและผลิตภัณฑ์ที่บรรจุนั้นและสามารถปิดแสตมป์สุราที่ปากภาชนะบรรจุได้
ข้อ 15 ฉลากที่ใช้ปิดภาชนะบรรจุสุราอย่างน้อยต้องมีข้อความ ดังต่อไปนี้
15.1 ชื่อประเภทผลิตภัณฑ์ว่า "สุรากลั่นชุมชน"
15.2 ชนิดสุราว่าเป็น "สุราขาว"
15.3 ชื่อสุรา
15.4 ส่วนประกอบหลัก หรือวัตถุดิบที่ใช้ทำสุรานั้น
15.5 แรงแอลกอฮอล์เป็นดีกรี หรือร้อยละโดยปริมาตร
15.6 ปริมาตรสุทธิ
15.7 วันเดือนปีที่ทำหรือผลิต หรือรหัสรุ่นที่บรรจุ
15.8 คำเตือนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด เช่น การดื่มสุราทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง
15.9 ชื่อผู้ได้รับอนุญาต และชื่อสถานที่ทำสุรา
15.10 ที่ตั้งของสถานที่ทำสุรา
15.11 เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน (ถ้ามี)
ข้อ 16 ผู้ได้รับอนุญาตต้องแจ้งราคาขายที่แท้จริง ณ สถานที่ทำสุรา รวมทั้งเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดที่อาจคำนวณเป็นเงินได้ซึ่งผู้ซื้อชำระให้หรือให้ด้วยประการใดๆ (เอกสารแนบหมายเลข 6) ก่อนจำหน่ายสุราไม่น้อยกว่า 15 วัน
ข้อ 17 ผู้ได้รับอนุญาตต้องปิดแสตมป์สุราที่ภาชนะบรรจุสุราทันทีที่นำสุราบรรจุในภาชนะเสร็จ ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ 18 ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขใน ข้อ 11 ถึง ข้อ 17 และ ข้อ 21 จึงจะมีสิทธินำสุรากลั่นชุมชนออกจากสถานที่ ทำสุราเพื่อจำหน่ายได้ทั่วราชอาณาจักร เว้นแต่กรณีนำสุรากลั่นชุมชนออกจากสถานที่ทำสุราตาม ข้อ 12 และ ข้อ 13.1 หรืออธิบดีกรมสรรพสามิต หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายสั่งการเป็นอย่างอื่น
ข้อ 19 หลังการอนุญาตให้ทำสุรากลั่นชุมชน กรมสรรพสามิต โดยสำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่ จะเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำหน้าที่กำกับ ดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
19.1 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับ ดูแล ทางด้านสิ่งแวดล้อม มิให้เกิดปัญหามลภาวะต่อสภาพแวดล้อม
19.2 กระทรวงสาธารณสุข กำกับ ดูแลทางด้านความปลอดภัยในการบริโภค โดยการสุ่มตัวอย่างในท้องตลาดเพื่อทำการตรวจวิเคราะห์ต่อไป
19.3 กระทรวงอุตสาหกรรม กำกับ ดูแลขนาดโรงงาน

:: หมวด 4 เบ็ดเตล็ด
ข้อ 20 ผู้ได้รับอนุญาตมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประจำปีและปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมและภาษีสุรา
ข้อ 21 ผู้ได้รับอนุญาตต้องทำบัญชีวัตถุดิบ การทำสุรา การปิดแสตมป์สุราและการขนสุราออกจากสถานที่ทำสุรา (เอกสารแนบหมายเลข 7) โดยยื่นบัญชีตามแบบดังกล่าวทุกเดือนต่อผู้ทำหน้าที่เป็นสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 สรรพสามิตพื้นที่ หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่สถานที่ทำสุราตั้งอยู่ ภายในวันที่สิบของเดือนถัดไป
ข้อ 22[1] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป


:: ประกาศ ณ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update