กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: ประกาศกระทรวงพาณิชย์
:: เรื่อง การวางเงินสำรองประกันภัย ข้อที่ 1-15

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 6 และ มาตรา 24 แห่ง พระราชบัญญัติ ประกันชีวิต พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศกำหนดการวางเงินสำรองประกันภัยไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การวางเงินสำรองประกันภัย ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2541
ข้อ 2 ในประกาศนี้
"องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ" หมายความว่า องค์การหรือรัฐวิสาหกิจเป็นนิติบุคคลซึ่งมีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น หรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกำหนดตามประกาศกระทรวงว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต
"บรรษัทเงินทุน" หมายความว่า บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
"หุ้นกู้" หมายความรวมถึง หุ้นกู้แปลงสภาพ แต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้ที่กำหนดสิทธิของผู้ถือให้ด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญทั่วไป
"หน่วยลงทุน" หมายความว่า หน่วยลงทุน ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตาลดหลักทรัพย์
"ตลาดหลักทรัพย์" หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ข้อ 3 ให้บริษัทวางเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียนเป็นมูลค่าร้อยละยี่สิบห้าของเงินสำรองประกันภัยตาม มาตรา 23 หลังจากหักด้วยจำนวนเงินให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน
ข้อ 4 ทรัพย์สินที่จะนำมาวางเป็นเงินสำรองประกันภัยต่อนายทะเบียนได้นอกจากเงินสด และพันธบัตรรัฐบาลไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจำหน่ายในราชอาณาจักรแล้ว อาจเป็นทรัพย์สินดังต่อไปนี้ที่ลงทุนในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวง ว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิตก็ได้
(1) พันธบัตรองค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตั๋วเงินคลังของกระทรวงการคลัง
(2) หุ้นกู้หรือตราสารอื่นใด ที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งจำนวน
(3) หุ้นหรือหน่วยลงทุนของบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่จดทะเบียนไว้กับตลาดหลักทรัพย์
(4) หุ้นกู้ของบรรษัทเงินทุน
(5) หุ้นกู้ของบริษัทจำกัดโดยหุ้นกู้นั้นต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่าโดยสถาบันที่ได้รับการยอมรับ หรือได้รับความเห็บชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(6) อสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้เป็นสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาของบริษัท
(7) บัตรเงินฝาก ใบรับฝากเงิน หรือสมุดคู่ฝากประเภทฝากประจำที่มีระยะเวลาฝากเงินตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป ซึ่งธนาคารในประเทศออกให้กับบริษัท เพื่อเป็นหลักฐานในการฝากเงินของบริษัท
(8) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ธนาคารในประเทศ บรรษัทเงินทุน หรือบริษัทจำกัดที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่าโดยสถาบันที่ได้รับการยอมรับหรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้สั่งจ่ายหรือเป็นผู้ออก
(9) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเป็นผู้สั่งจ่ายหรือเป็นผู้ออก โดยมีองค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ธนาคารในประเทศ บริษัทประกันชีวิตอื่น หรือบริษัทจำกัดที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- หรือเทียบเท่าโดยสถาบันที่ได้รับการยอมรับ หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้รับรอง หรืออาวัลการใช้เงินทั้งจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ย
ข้อ 5 ทรัพย์สินตาม ข้อ 4 ให้วางได้ตามราคา ดังนี้
(1) ทรัพย์สินตาม (1) (2) (4) (5) (7) (8) และ (9) ให้วางได้ตามราคาประเมินของแต่ละประเภทตามประกาศนายทะเบียน ว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันชีวิตเว้นแต่
ในกรณีที่พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่มีการทยอยคืนเงินต้นให้วางได้ตามราคาที่นายทะเบียนกำหนด
(2) ทรัพย์สินตาม (3) ให้วางได้ตามราคาที่ตราไว้ หรือตามราคาปิดครั้งหลังสุดของตลาดหลักทรัพย์ที่มีอยู่ภายในสามเดือนก่อนวันที่นำมาวาง แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า
(3) ทรัพย์สินตาม (6) ให้วางได้ร้อยละแปดสิบของราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สิน และหนี้สินของบริษัทประกันชีวิต
ข้อ 6 ภายใต้บังคับ ข้อ 5 ทรัพย์สินตาม ข้อ 4 ให้วางได้ในอัตราดังนี้
(1) ทรัพย์สินตาม (3) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
(2) ทรัพย์สินตาม (4) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น แต่เมื่อรวมกับทรัพย์สินตาม (5) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละหกสิบของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
(3) ทรัพย์สินตาม (5) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น แต่เมื่อรวมกับทรัพย์สินตาม (4) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละหกสิบของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
(4) ทรัพย์สินตาม (6) ให้วางได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น ณ วันที่ประกาศนี้เริ่มมีผลบังคับ แลให้ลดทอนตามข้อกำหนดใน ข้อ 10
(5) ทรัพย์สินตาม (8) และ (9) ให้วางได้รวมกันไม่เกินร้อยละห้าสิบของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
(6) เงินสด พันธบัตรรัฐบาลไทยและทรัพย์สินตาม (1) (2) และ (7) ให้วางได้ไม่จำกัดอัตรา
ข้อ 7 การตีราคาเพื่อกำหนดมูลค่าของทรัพย์สินที่นำมาวางเป็นเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียน ให้กระทำทุกรอบหกเดือนโดยรอบหกเดือนแรกให้นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน และรอบหกเดือนหลังให้นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม
ในกรณีที่ทรัพย์สินใดมีมูลค่าลดลงจนเป็นเหตุให้บริษัทต้องวางเงินสำรองประกันภัยเพิ่มขึ้น บริษัทต้องวางเงินสำรองประกันภัยที่เพิ่มขึ้นนั้นภายในกำหนดสองเดือนนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งจากนายทะเบียน
ข้อ 8 ในกรณีที่หุ้นหรือหน่วยลงทุนตาม ข้อ 4 (3) ที่บริษัทนำมาวางเป็นเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียนอยู่ระหว่างการห้ามซื้อหรือขายเป็นการชั่วคราว (Suspension) เป็นระยะเวลาเกินกว่าสองเดือน หรือไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลาเกินกว่าหกเดือน ให้ถือว่า หุ้นหรือหน่วยลงทุนนั้นไม่สามารถวางเป็นเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียนได้ต่อไป และให้นำความใน ข้อ 7 วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 9 ในกรณีที่บริษัทขอถอนอสังหาริมทรัพย์ตาม ข้อ 4 (6) ที่ได้วางเป็นเงินสำรองประกันไว้กับนายทะเบียน และภายหลังได้ขอนำอสังหาริมทรัพย์นั้นมาวางเป็นเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียนอีก ให้บริษัทวางได้ในราคาที่ได้เคยวางไว้เดิม
ในกรณีที่บริษัทเลิกใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาของบริษัท เป็นผลทำให้อสังหาริมทรัพย์นั้นไม่สามารถวางเป็นเงินสำรองประกันภัยได้ต่อไป บริษัทต้องนำทรัพย์สินอื่นที่สามารถวางเป็นเงินสำรองประกันภัยได้ ตามที่กำหนดไว้ใน ข้อ 4 มาวางเป็นเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกใช้อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเป็นสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาของบริษัท
อสังหาริมทรัพย์ตาม ข้อ 4 (6) ที่ได้วางเป็นเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียนในราคาเท่าใด บริษัทจะขอตีราคาเพิ่มขึ้นอีกมิได้
ข้อ 10 ทรัพย์สินตาม ข้อ 4 (6) ให้ปฎิบัติดังนี้
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2547 วางได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2548 วางได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 วางได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 วางได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องวางไว้ทั้งสิ้น
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไปไม่สามารถวางเงินสำรองประกันภัยได้อีก
ข้อ 11 ทรัพย์สินตาม ข้อ 4 ต้องเป็นทรัพย์สินที่บริษัทได้มาหรือมีอยู่โดยไม่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติ ประกันชีวิต พ.ศ. 2535 กฎกระทรวง เงื่อนไข ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกหรือกำหนดตามความในพระราชบัญญัติ ประกันชีวิต พ.ศ. 2535
ข้อ 12 ในกรณีที่บริษัทต้องวางเงินสำรองประกันภัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการจัดสรรเบี้ยประกันภัยไว้เป็นสำรองประกันภัย ตาม มาตรา 23 เพิ่มมากขึ้นให้บริษัทวางเงินสำรองประกันภัยที่ต้องวางเพิ่มขึ้นนั้น ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาให้บริษัทส่งรายงานประจำปีแสดงฐานะการเงิน และกิจการของบริษัทต่อนายทะเบียนตาม มาตรา 43 และนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาให้บริษัทส่งรายงานการตรวจสอบฐานะการเงินรวมทั้งการคำนวณความรับผิดชอบ ตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อนายทะเบียนตาม มาตรา 47
ข้อ 13 การวางเงินสำรองประกันภัย ตาม ข้อ 3 ให้เป็นไปตามระเบียบที่นายทะเบียนกำหนด
ข้อ 14 บริษัทใดวางเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียนไม่เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศนี้ ให้บริษัทดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามประกาศนี้ ภายในกำหนดสองเดือนนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อ 15[1] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป


:: ประกาศ ณ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) อดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update