กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
   

:: ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
:: เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-2

ตามประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงินไว้ นั้น
บัดนี้ เห็นสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงินให้เหมาะสม และอำนวยความสะดวกต่อภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ. 2543 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 35 มาตรา 48 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมายอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 7 แห่งประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 7 ในการตรวจสอบว่า งบการเงินที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชียื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็น โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือไม่และโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนใด กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตรวจสอบจากรายชื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้แจ้งไว้ต่อสำนักงาน ก.บช. ตามประกาศ ก.บช. ฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2544) เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนของผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต ลงวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2544 หากไม่ปรากฏรายชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ยื่นงบการเงินดังกล่าว อยู่ในบัญชีรายชื่อที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้แจ้งไว้จะสันนิษฐานว่า งบการเงินรายนั้นไม่ได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แต่ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะรับงบการเงินรายนั้นไว้ชั่วคราวก่อน และให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง ดังนี้
(1) ติดต่อให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตดำเนินการแจ้งยืนยันการลงลายมือชื่อรับรองงบการเงิน หรือ
(2) จัดส่งเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการรับงานสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต โดยจะต้องปรากฏหลักฐานการลงลายมือชื่อของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในเอกสารรับงานดังกล่าว
หากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้ดำเนินการตาม (1) หรือ (2) ให้ถูกต้องภายในกำหนดระยะเวลา 2 เดือน นับแต่วันที่ได้ยื่นงบการเงินไว้ จะถือว่าผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้ยื่นงบการเงินไว้โดยถูกต้องแล้ว ตั้งแต่การยื่นในคราวแรก
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีจัดส่งเอกสารตาม (2) หากปรากฏว่า ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแจ้งต่อสำนักงาน ก.บช. ว่ามิได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินรายดังกล่าวให้เป็นหน้าที่ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่จะต้องพิสูจน ์โดยจัดส่งหลักฐานที่แสดงว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ลงลายมือชื่อรับรองในงบการเงินนั้น จริงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกำหนดระยะเวลา 2 เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการปฏิเสธลายมือชื่อของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ทั้งนี้ หากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมิได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี จะถือว่าผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีนั้นยังไม่ได้ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า"
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[1]


:: ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) อรจิต สิงคาลวณิช อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update