กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6  
   

:: ประกาศกระทรวงมหาดไทย
:: เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลหนองไผ่ ตำบลหญ้าปล้อง ตำบลโพธิ์ ตำบลเมืองเหนือ ตำบลเมืองใต้ ตำบลหนองครก ตำบลโพนข่า และตำบลซำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ข้อที่ 1-6

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 48 มาตรา 49 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้
"อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง" หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน
"บริเวณที่ 1" หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากระยะ 500 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ตรงจุดที่ห่างจากเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ หลักเขตที่ 1 ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ไปทางทิศตะวันตก เป็นระยะ 3,200 เมตรจากเส้นตั้งฉากเป็นเส้นขนานระยะ 500 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ไปทางทิศตะวันออก จดซอยสามัคคี ฟากตะวันตก เป็นเส้นเลียบซอยสามัคคีฟากตะวันตก ไปตัดกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2373 จากจุดตัดเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2373 ไปจนจดกับห้วยสำราญฝั่งเหนือ และเป็นเส้นเลียบไปตามแนวห้วยสำราญฝั่งเหนือ ซึ่งเป็นแนวเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ทิศเหนือ จนจดหลักเขตเทศบาลเหนือศรีสะเกษหลักเขตที่ 4
ทิศตะวันออก จดเส้นเลียบแนวห้วยสำราญฝั่งตะวันออกและห้วยแฮดฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นแนวเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ทิศตะวันออก จนจดหลักเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ หลักเขตที่ 5
ทิศใต้ จดแนวเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ทิศใต้จากหลักเขตที่ 5 ถึงหลักเขตที่ 6 และเป็นเส้นต่อตรงระยะ 1,700 เมตร ถึงเขตตำบลซำ ทิศตะวันตกจดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 จากจุดตั้งฉากเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจดห้วยสำราญ ฝั่งเหนือ ตรงจุดที่อยู่ในแนวขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง) ระยะ 1,000 เมตร จากห้วยสำราญเป็นเส้นขนานระยะ 1,000 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง) ไปจนจดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226
เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ 2
"บริเวณที่ 2" หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้
2.1 ทิศเหนือ จดถนนเทพา ฟากใต้ และถนนรอบเมืองเหนือฟากใต้
ทิศตะวันออก จดถนนรอบเมืองเหนือ ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดเขตทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ฟากเหนือ
ทิศตะวันตก จดถนนวิจิตรนคร ฟากตะวันออก
2.2 ทิศเหนือ จดโรงพยาบาลจังหวัดศรีสะเกษ
ทิศตะวันออก จดถนนกสิกรรม ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดถนนกสิกรรม ฟากเหนือ
ทิศตะวันตก จดวิทยาลัยเกษตรกรรมศรีสะเกษ และวัดป่าศรีสำราญ
2.3 ทิศเหนือ จดถนนอุบล ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง) ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดสำนักงานแขวงการทางจังหวัดศรีสะเกษ ที่ทำการชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ และสำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ (เดิม)
ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับห้วยน้ำคำ ฝั่งตะวันออก
2.4 ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ 300 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง) ฟากตะวันออก
ทิศใต้ จดวิทยาลัยพลศึกษาศรีสะเกษ
ทิศตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง) ฟากตะวันออก
2.5 ทิศเหนือ จดวิทยาลัยเทคนิคสรีสะเกษ และถนนโชติพันธุ์ ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ตรงจุดที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 บรรจบกับศูนย์กลางถนนขุขันธ์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 เป็นระยะ 180 เมตร
ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ฟากเหนือ
ทิศตะวันตก จดถนนกสิกรรม ฟากตะวันออก และสวนพัฒนาสุขภาพ
2.6 ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ 180 เมตร กับศูนย์กลางถนนขุขันธ์และเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำคำ
ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ 100 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง)
ทิศตะวันตก จดถนนศรีมงคล ฟากตะวันออก
2.7 ทิศเหนือ จดสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ทิศตะวันออก จดถนนกสิกรรม (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2241) ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ฟากเหนือ
ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับห้วยปูน ฝั่งตะวันออกและสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
2.8 ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดถนนศรีมงคล ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ 100 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง)
ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับห้วยปูน ฝั่งตะวันออก
2.9 ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับห้วยปูน ฝั่งใต้
ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ 100 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง)
ทิศตะวันตก จดสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ
2.10 ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับห้วยปูน ฝั่งใต้
ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับห้วยปูน ฝั่งตะวันตก
ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ 100 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (ตอนเลี่ยงเมือง)
ทิศตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ฟากตะวันออก
2.11 ทิศเหนือ จดถนนกวงเฮง ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดถนนขุขันธ์ ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ฟากเหนือ
ทิศตะวันตก จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ตรงจุดที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 บรรจบกับศูนย์กลางถนนขุขันธ์ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 เป็นระยะ 180 เมตร
2.12 ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางถนนขุขันธ์ที่จุดซึ่งอยู่ตรงกับแนวศูนย์กลางถนนกวงเฮง
ทิศตะวันออก จดถนนศรีสุมังค์ ฟากตะวันตก
ทิศตะวันตก จดถนนขุขันธ์ ฟากตะวันออก
2.13 ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดถนนขุขันธ์ ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับห้วยน้ำคำ ฝั่งเหนือ
ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ 50 เมตร กับอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำคำและเส้นขนานระยะ 180 เมตร กับศูนย์กลางถนนขุขันธ์
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน และสวนพัฒนาสุขภาพ
ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้
ข้อ 2 ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหนองไผ่ ตำบลหญ้าปล้อง ตำบลโพธิ์ ตำบลเมืองเหนือ ตำบลเมืองใต้ ตำบลหนองครก ตำบลโพนข่า และตำบลซำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารบางชนิดและบางประเภท ดังต่อไปนี้
(ก) ภายในบริเวณที่ 1 ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง
(ข) ภายในบริเวณที่ 2 ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ 300 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
(1) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า 4 ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า 20 เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า
(2) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกัน ของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ 14 เมตรขึ้นไปไม่น้อยกว่า 100 เมตร
(3) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน 0.3
(4) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน 1.5
(5) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
(6) ที่มีว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า 50 เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
(7) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า 15 เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
(8) อาคารที่มีความสูงเกิน 10 เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า 500 เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว
(9) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คัน ต่อพื้นที่อาคาร 20 ตารางเมตร เศษของ 20 ตารางเมตร ให้คิดเป็น 20 ตารางเมตร
(10) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า 10 เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า 4 เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน 3 ลูกบาศก์เมตรต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10 เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก
ข้อ 3 ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตาม ข้อ 2 ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน ข้อ 2
ข้อ 4 ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตาม ข้อ 2 ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน ข้อ 2
ข้อ 5 ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้
ข้อ 6[1] ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป


:: ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ประมวล รุจนเสรี รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update