กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
   

:: ประกาศกรมการประกันภัย
:: เรื่อง แนวทางในการควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการของบริษัทประกันวินาศภัย ข้อที่ 1-9

เพื่อให้บริษัทประกันวินาศภัยมีการปฏิบัติและแนวทางที่ชัดเจน กรมการประกันภัยจึงประกาศกำหนดแนวทางในการควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการของบริษัทประกันวินาศภัยไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 บริษัทที่จะควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการต้องเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยดัวยกัน
ข้อ 2 การควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการต้องไม่ก่อให้เกิดการผูกขาดหรือก่อความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ข้อ 3 บริษัทที่ประสงค์จะควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการให้ร่วมกันยื่นคำขอตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ พร้อมทั้งแนบแผนการควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับรอนกิจการยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อขออนุมัติหรือขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
ข้อ 4 เมื่อบริษัทได้รับอนุมัติหรือได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้ว ให้บริษัทดำเนินการตามแผนการควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการที่ได้รับอนุมัติ และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนทุกสามเดือนจนกว่าจะดำเนินการตาม ข้อ 5
ข้อ 5 เมื่อบริษัทจะโอนหรือรับโอนบรรดาทรัพย์สิน หนี้สิน และความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย รวมทั้งสิทธิในทรัพย์สิน ตลอดจนภาระผูกพันในหนี้สินที่ต้องโอนไปยังบริษัทใหม่ที่ควบเข้ากันหรือบริษัทผู้รับโอนกิจการ ให้บริษัทดำเนินการดังนี้
5.1 ให้ร่วมกันยื่นแผนการดำเนินการควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งแนบรายงานแสดงฐานะการเงินและกิจการของแต่ละบริษัท ณ วันที่กำหนดเป็นวันปิดบัญชีเพื่อควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการ โดยมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสอบทาน
5.2 ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น เช่น การทำหนังสือบอกกล่าวแจ้งมติการควบเข้ากันหรือการโอนกิจการหรือรับโอนกิจการไปยังผู้เอาประกันภัย เจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี การขอความเห็นชอบและการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นต้น
5.3 ดำเนินการโอนหรือรับโอนกิจการให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงและไม่ดำเนินการใดๆ ให้เป็นที่เสื่อมสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย
5.4 รายงานความคืบหน้าในการควบเข้ากันหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการต่อนายทะเบียนทุกสามเดือนนับแต่วันที่ยื่นแผนการควบเข้ากัน หรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการตาม ข้อ 5.1
ข้อ 6 กรณีการควบเข้ากัน เมื่อบริษัทได้ปฏิบัติตาม ข้อ 5 แล้ว และเมื่อจะนำความไปจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี ให้บริษัทยื่นสำเนาคำขอจดทะเบียนดังกล่าวเพื่อขอรับความเห็นชอบจากนายทะเบียนประกันวินาศภัย
เมื่อได้จดทะเบียนควบเข้ากันแล้ว ให้บริษัทใหม่ที่ควบเข้ากันนั้นยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตาม มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติ ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสามเดือนนับแต่วันที่จดทะเบียนควบเข้ากัน
คำขอรับใบอนุญาตตามวรรคสองให้ยื่นต่อรัฐมนตรีโดยผ่านกรมการประกันภัย
ข้อ 7 บริษัทใหม่ที่ควบเข้ากันหรือบริษัทผู้รับโอนกิจการ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนด และต้องมีฐานะการเงินและการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การวางหลักทรัพย์ประกันไว้กับนายทะเบียน การจัดสรรเงินสำรองและการจัดสรรทรัพย์สินไว้เป็นเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท และเงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทนการดำรงเงินกองทุนของบริษัทเป็นต้น
ข้อ 8 บริษัทที่ควบเข้ากันหรือบริษัทผู้โอนกิจการต้องคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยต่อนายทะเบียน ภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด
ข้อ 9 ในกรณีที่บริษัทมิได้ดำเนินการตามแผนการควบเข้ากันหรือโอนหรือกิจการหรือรับโอนกิจการที่ได้รับอนุมัติหรือรับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าการอนุมัติหรือการให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีเป็นอันสิ้นสุด
ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[1]


:: ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update