กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
   

:: ประกาศกระทรวงการคลัง
:: เรื่อง การกู้เงินในรูป Euro Commercial Paper (ECP)

ตามที่กระทรวงการคลังได้จัดตั้ง Euro Commercial Paper หรือ (ECP) Programme วงเงิน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการจัดจำหน่าย (Dealer Agreement) ความตกลงว่าด้วยการเป็นตัวแทนรับจ่ายเงิน (Agency Agreement) ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2542 และหนังสือการขยายวงเงินกู้ภายใต้ ECP Programme (Notification Letter for an Increase in the Programmen Amount) ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2545 โดยได้กำหนดที่จะเบิกจ่ายเงินกู้ในรูป ECP ดังกล่าว มาใช้สำหรับการทำ Refinance เงินกู้ต่างประเทศของภาครัฐบาลตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังปรับโครงสร้างเงินกู้ต่างประเทศ พ.ศ. 2528 และ/หรือใช้สำหรับการลงทุนในโครงการเพื่อการพัฒนาของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจต่างๆ ตาม พระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจากต่างประเทศ พ.ศ. 2519 นั้น
เพื่ออนุวัติตามความใน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังปรับโครงสร้างเงินกู้ต่างประเทศ พ.ศ. 2528 กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
1. เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2546 และวันที่ 12 กันยายน 2546 กระทรวงการคลังได้ทำความตกลงในการกู้เงินภายใต้ Euro Programme ในวงเงินรวม 254,000,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเทียบเท่า 10,366,959,200 บาท (คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 40.8148 บาท ณ วันที่ 12 กันยายน 2546) และได้เบิกจ่ายเงินกู้ ECP ในวันที่ 16 กันยายน 2546 โดยมีรายละเอียดของวงเงิน อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาต่างๆ ดังนี้
1.1 วงเงิน 100,000,000 เหรียญสหรัฐ กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.27 ต่อปี (เทียบเท่าอัตรา LIBOR 1 เดือน บวกด้วยส่วนต่างร้อยละ 0.15 ต่อปี) อายุ 30 วัน (ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 16 ตุลาคม 2546) และได้รับเงินสุทธิจำนวน 99,894,278.56 เหรียญสหรัฐ
1.2 วงเงิน 45,000,000 เหรียญสหรัฐ กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.2775 ต่อปี (เทียบเท่าอัตรา LIBOR 4 เดือน บวกด้วยส่วนต่างร้อยละ 0.12 ต่อปี) อายุ 122 วัน (ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 16 มกราคม 2547) และได้รับเงินสุทธิจำนวน 44,806,021.05 เหรียญสหรัฐ
1.3 วงเงิน 29,000,000 เหรียญสหรัฐ กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.3075 ต่อปี (เทียบเท่าอัตรา LIBOR 4 เดือน บวกด้วยส่วนต่างร้อยละ 0.15 ต่อปี) อายุ 122 วัน (ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 16 มกราคม 2547) และได้รับเงินสุทธิจำนวน 28,872,068.67 เหรียญสหรัฐ
1.4 วงเงิน 10,000,000 เหรียญสหรัฐ กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.3575 ต่อปี (เทียบเท่าอัตรา LIBOR 4 เดือน บวกด้วยส่วนต่างร้อยละ 0.20 ต่อปี) อายุ 122 วัน (ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 16 มกราคม 2547) และได้รับเงินสุทธิจำนวน 9,954,206.50 เหรียญสหรัฐ
1.5 วงเงิน 70,000,000 เหรียญสหรัฐ กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.29875 ต่อปี (เทียบเท่าอัตรา LIBOR 6 เดือน บวกด้วยส่วนต่างร้อยละ 0.12 ต่อปี) อายุ 182 วัน (ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 16 มีนาคม 2547) และได้รับเงินสุทธิจำนวน 69,543,384.89 เหรียญสหรัฐ โดยได้รับเงินสุทธิรวมจากการออกตราสาร ECP เท่ากับ 253,069,959.67 เหรียญสหรัฐ
2. เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2546 กระรวงการคลังได้นำเงินเหรียญสหรัฐที่ได้รับจากการออกตราสาร ECP ดังกล่าว ไปซื้อเงินเยนกับธนาคาร 4 แห่ง เพื่อชำระเงินกู้ JBIC ก่อนครบกำหนดของ กทพ. ในวันที่ 16 กันยายน 2546 โดยซื้อเงินเยนได้เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 29,621,827,380 เยน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้


 ธนาคาร  ซื้อเงินเหรียญสหรัฐ  ขายเงินเยน  ที่อัตราและเปลี่ยน (เยนต่อเหรียญฯ)

 Standard Chartered Bank
 Deutsche Bank
 Barclays Bank Plc
 Citibank N.A.

 8,069,959.67
 100,000,000.00
 130,000,000.00
 15,000,000.00

 944,427,380
 11,705,000,000
 15,216,500,000
 1,755,900,000

 117.03
 117.05
 117.05
 117.06

 รวม
 253,069,959.67
 29,621,827,380
 


ซึ่งกระทรวงการคลังได้ขอให้ธนาคารทั้ง 4 แห่งข้างต้น สั่งจ่ายเงินเยนจำนวนรวม 29,621,827,380 เยน เข้าบัญชี JAPAN BANK FOR INTERNATIONAL COOPERATION ที่ The Bank of Tokyo-Mitsubishi, Ltd., Tokyo, Japan บัญชีเลขที่ 3577055 ในวันที่ 16 กันยายน 2546 เวลา 12.00 น. (เวลาท้องถิ่น กรุงโตเกียว) และขอให้ กทพ. สั่งจ่ายเงินเยนเพื่อสมทบการชำระคืนเงินกู้ JBIC อีกจำนวนรวม 399,768,843 เยน แบ่งเป็น 1 ) เงินต้นส่วนขาดจากการออกตราสารจำนวน 135,181,620 เยน และ 2) เงินค่าดอกเบี้ยเงินกู้ JBIC จำนวน 264,587,223 เยน
3. เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2546 กระทรวงการคลังได้ดำเนินการเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยการทำ Forward เงินกู้ ECP สกุลเงินเหรียญสหรัฐของ กทพ. เป็นเงินเยนตามภาระผูกพันเดิม กับ Standard Chartered Bank และ Barclays Bank Plc โดยมีรายละเอียด ดังนี้


 ธนาคาร  วงเงินเหรียญสหรัฐ  อัตราและเปลี่ยน (เยนต่อเหรียญสหรัฐ)  วงเงินเยน  วันครบกำหนดส่งมอบ

 Standard Chartered Bank
 Barclays Bank Plc

 120,000,000
 134,000,000

 115.70
 115.50

 13,884,000,000
 15,477,000,000

 16 ม.ค. 47
 16 มี.ค. 47

 รวม
 254,000,000,
   29,361,000,000
 


*หมายเหตุ : ณ วันที่ 17 กันยายน 2546 อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเยนต่อเหรียญสหรัฐ เท่ากับ 116.20 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งดีกว่าอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 12 กันยายน 2546 ที่ทำการชำระคืนเงินกู้ JBIC โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ 117.05 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
โดยในวันครบกำหนดส่งมอบ (ตรงกับวันครบกำหนดชำระเงินคืนเงินกู้ ECP) กทพ. จะต้องชำระคืนเงินเยนให้กับธนาคารทั้ง 2 แห่ง ดังนี้
- วันที่ 16 มกราคม 2547 ชำระคืนเงินเยนให้กับ Standard Chartered Bank จำนวน 13,884,000,000 เยน และ Standard Chartered Bank จะเป็นผู้ชำระคืนเงินเหรียญสหรัฐ จำนวน 120,000,000 เหรียญสหรัฐเพื่อชำระเงินกู้ ECP ให้กับ Citibank N.A. ในฐานะธนาคารตัวแทนรับจ่ายเงิน
- วันที่ 16 มีนาคม 2547 ชำระคืนเงินเยนให้กับ Barclays Bank Plc จำนวน 15,477,000,000 เยน และ Barclays Bank Plc จะเป็นผู้ชำระคืนเงินเหรียญสหรัฐ จำนวน 134,000,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อชำระคืนเงินกู้ ECP ให้กับ Citibank N.A. ในฐานะธนาคารตัวแทนรับจ่ายเงิน
4. กระทรวงการคลังได้นำเงินกู้รวมทั้งการนำธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศและการทำ Forward ตามนัย ข้อ 1. -3. ให้ กทพ. กู้ต่อเพื่อชำระคืนเงินกู้ JBIC ก่อนครบกำหนด จำนวน 5 สัญญา ได้แก่ สัญญาเงินกู้เลขที่ TVI-2 TIX-1 TX-3 TXVI-8 และ TXVII-4 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2546 ทั้งนี้ ให้ กทพ. กู้เงินตามนัย ข้อ 1. - 3. ต่อจากกระทรวงการคลังตามนัยเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังได้ผูกพันภายใต้ควมตกลงว่าด้วยการจัดตั้ง ECP Programme
5. กระทรวงการคลังจะทำการ Rollover เงินกู้ตามนัย ข้อ 1. และให้ กทพ. กู้ต่อตามนัย ข้อ 4. ต่อไปจนกว่าการดำเนินการจัดหาเงินกู้ระยะยาวจะแล้วเสร็จซึ่งเป็นไปตามหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2543
6. การดำเนินการตามนัย ข้อ 1. - 3. เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้เงินกู้ต่างประเทศภาครัฐปีงบประมาณ 2545 - 2546 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนเงินกู้และภาระหนี้ต่างประเทศ ซึ่งผลการบริหารหนี้โดยใช้เงินกู้ ECP วงเงินรวม 254,000,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมกับการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และการทำ Forward ในครั้งนี้ สามารถลดภาระเงินต้นและประหยัดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ได้ในวงเงินรวมเทียบเท่า 178,567,910.41 บาท


:: ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update