กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13  
   

:: ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
:: ที่ กจ. 27/2546
:: เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 7) ข้อที่ 1-13

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 14 และ มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกข้อกำหนดไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน (1) ของ ข้อ 3 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 35/2544 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2544 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(1) คำว่า "ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะ" "บริษัทจดทะเบียน" "บริษัทใหญ่" "บริษัทย่อย" "บริษัทร่วม" "ผู้ที่เกี่ยว ข้อง" "ผู้บริหาร" "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" "ผู้มีอำนาจควบคุม" และ "งบการเงินรวม" ให้มีความหมายเช่นเดียวกับบทนิยามของคำดังกล่าวที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการยื่นและการยกเว้นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์"
ข้อ 2 ให้ยกเลิก (3) ของ ข้อ 3 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของ ข้อ 4 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543
"ในกรณีที่สำนักงานมีเหตุที่ทำให้สงสัยว่าผู้ขออนุญาตจะมีคุณลักษณะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การอนุญาต หรือมีลักษณะการดำเนินการอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของประกาศนี้ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้ขออนุญาตแสดงข้อพิสูจน์อื่นใดเพื่อหักล้าง ข้อสงสัยดังกล่าว ในการนี้สำนักงานจะพิจารณาคำขออนุญาตต่อไปก็ต่อเมื่อผู้ขออนุญาตสามารถแสดง ข้อพิสูจน์เพื่อหักล้างข้อสงสัยดังกล่าวได้"
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน (3) ของวรรคหนึ่งใน ข้อ 6 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" (3) การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะ"
ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งและวรรคสองของ ข้อ 8 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 8 การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่กองทุนรวมใดกองทุนรวมหนึ่งที่จัดตั้งขึ้น หรือมีการลงทุนในลักษณะที่เป็นเครื่องมือเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ตามหมวด 2 มิให้ถือเป็นการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะตาม ข้อ 6 (3)
เว้นแต่กรณีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานตามวรรคสาม ให้การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่กองทุนรวมใดกองทุนรวมหนึ่งในลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นการเสนอขายที่มิให้ถือเป็นการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะตาม ข้อ 6 (3)
(1) กองทุนรวมนั้นมิได้จำกัดการเสนอขายหน่วยลงทุนเฉพาะแก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะ
(2) การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ให้กองทุนรวมเป็นไปตามข้อตกลงหรือสัญญาระหว่างผู้เสนอขายหลักทรัพย์กับบริษัทจัดการ โดยบริษัทจัดการดังกล่าวไม่ต้องใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุนในหุ้นที่เสนอขายนั้นในระดับเดียวกับการบริหารกองทุนรวมทั่วไป และ
(3) มีการลงทุนของกองทุนรวมในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้
(ก) ลงทุนในหุ้นที่เสนอขายของบริษัทใดบริษัทหนึ่งในแต่ละครั้งมีมูลค่าเกินกว่าร้อยละห้าสิบของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวมนั้น หรือ
(ข) ลงทุนในหุ้นที่ออกใหม่ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบของมูลค่ารวมของหุ้นที่ออกใหม่ที่เสนอขายในแต่ละครั้ง"
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 13 ข้อ 14 และ ข้อ 15 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 11/2546 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 13 เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้ใน ข้อ 19 ผู้ขออนุญาตจะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนได้ ต่อเมื่อแสดงให้สำนักงานเห็นได้ว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี และหลักเกณฑ์คุณสมบัติอื่นๆ ดังต่อไปนี้
(1) การรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม
(ก) มีโครงสร้างการถือหุ้นที่ชัดเจน เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ 14
(ข) ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไม่มีผลประโยชน์อื่นที่อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของกิจการ เว้นแต่ผู้ขออนุญาตสามารถแสดงได้ว่ามีกลไกที่จะทำให้เชื่อมั่นได้ว่า การบริหารจัดการบริษัทจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของกิจการและผู้ถือหุ้นโดยรวม
(ค) ข้อบังคับของผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ 15
(ง) ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่ากลไกการบริหารจัดการจะไม่สามารถรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น หรือไม่สามารถปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม
(2) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุม
(ก) คณะกรรมการเข้าใจบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของตนที่มีต่อผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี และแสดงได้ว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้
(ข) โครงสร้างคณะกรรมการและการจัดการมีการตรวจสอบและถ่วงดุล (check and balance) กันอย่างเพียงพอ โดยอย่างน้อยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ 16
(ค) ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน ข้อ 17
ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กรรมการของสภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าวต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน ข้อ 17 ด้วย โดยอนุโลม
(3) การเปิดเผยข้อมูล
(ก) ข้อมูลที่เปิดเผยต่อประชาชนต้องครบถ้วน เพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุนและไม่มี ข้อความที่อาจทำให้ผู้ลงทุนสำคัญผิด
(ข) งบการเงินของผู้ขออนุญาตและงบการเงินรวม ประจำงวดปีบัญชีล่าสุด และงบการเงินไตรมาสสุดท้ายก่อนยื่นคำขอ ต้องถูกต้อง น่าเชื่อถือ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ 17/1
(ค) ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่าผู้ขออนุญาตไม่มีระบบเพียงพอที่จะทำให้สามารถจัดทำและเปิดเผย ข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้อย่างต่อเนื่อง และน่าเชื่อถือ
(4) คุณสมบัติอื่นๆ
(ก) ธุรกิจหลักเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่าจะไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
(ข) การประกอบธุรกิจของผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อย ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายกำหนดอย่างมีนัยสำคัญ หรือไม่อยู่ระหว่างถูกกล่าวหาจากหรือมีข้อพิพาทกับหน่วยงานของรัฐในเรื่องดังกล่าว
(ค) ไม่มีประวัติการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ในเรื่องที่มีนัยสำคัญ
(ง) ได้รับมติโดยชัดแจ้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทอนุมัติการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ และมตินั้นได้มาแล้วไม่เกินหนึ่งปีจนถึงวันยื่นคำขออนุญาต
" ข้อ 14 โครงสร้างการถือหุ้นของผู้ขออนุญาต บริษัทย่อย และบริษัทร่วม ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) สามารถสะท้อนอำนาจในการควบคุม และส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นได้อย่างชัดเจน
(2) ไม่มีการถือหุ้นไขว้ระหว่างผู้ขออนุญาต ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บริษัทย่อยและบริษัทร่วม
(3) ไม่มีบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งของผู้ขออนุญาตถือหุ้นในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมนั้น เว้นแต่แสดงได้ว่า การจัดโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ขออนุญาตแล้ว
" ข้อ 15 ข้อบังคับของผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อยต้องมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย ในลักษณะที่สอดคล้องกับ ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว
ในกรณีที่บริษัทย่อยมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถจัดให้ข้อบังคับเป็นไปตามวรรคหนึ่ง ผู้ขออนุญาตต้องแสดงได้ว่ามีมาตรการที่จะสามารถควบคุมดูแลให้บริษัทย่อยพิจารณาการทำรายกายดังกล่าว โดยปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย"
ข้อ 7 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ข้อ 16 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งถูกยกเลิกโดยประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 18/2544 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
" ข้อ 16 โครงสร้างคณะกรรมการและการจัดการของผู้ขออนุญาต ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(1) มีคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(ก) ได้รับมอบหมายเป็นคณะกรรมการตรวจสอบโดยมีหน้าที่ในลักษณะเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ
(ข) กรรมการตรวจสอบมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน โดยแต่ละคนมีความเป็นอิสระตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง
2. ไม่เป็นลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง
3. ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต ทางการสมรส หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในระดับบิดา มารดา คู่สมรส บุตร หรือญาติสนิท และไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน และไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท
(ค) มีความรู้และประสบการณ์ที่เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้ รวมทั้งการทำหน้าที่อื่นในฐานะกรรมการตรวจสอบ
(2) ในกรณีที่คณะกรรมการมีการมอบหมายให้ผู้จัดการ หรือบุคคลอื่นปฏิบัติการแทนคณะกรรมการในเรื่องใด การมอบหมายดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(ก) จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบันทึกเป็นมติคณะกรรมการในรายงานการประชุมคณะกรรมการอย่างชัดเจน
(ข) มีการระบุขอบเขตอำนาจหน้าที่ของผู้รับมอบอำนาจไว้อย่างชัดเจน โดยขอบเขตดังกล่าวต้องไม่รวมถึง การอนุมัติให้ทำรายการที่ผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งมีส่วนได้เสียหรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์"
ข้อ 8 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 17 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 35/2544 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2544 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 17 ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1) เป็นบุคคลล้มละลาย
(2) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์
(3) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(4) เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เห็นว่าไม่สมควรเป็นผู้บริหารตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(5) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ กฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต กฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจการเงินในทำนองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ โดยหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายนั้น ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต
(6) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศโดยหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายนั้น
(7) เคยต้องคำพิพากษา หรือถูกเปรียบเทียบปรับเนื่องจากกระทำความผิดตาม (5) หรือ (6)
(8) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เนื่องจากการกระทำโดยทุจริต
(9) มีพฤติกรรมที่แสดงว่ามีเจตนาอำพรางฐานะทางการเงินหรือผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทจดทะเบียน หรือของบริษัทที่เคยเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน หรือเคยแสดงข้อความอันเป็นเท็จในสาระสำคัญหรือปกปิดข้อความจริงอันเป็นสาระสำคัญที่ควรบอกให้แจ้งในเอกสารใดๆ ที่ต้องเปิดเผยต่อประชาชนหรือต้องยื่นต่อสำนักงานหรือคณะกรรมการ ก.ล.ต.
(10) มีพฤติกรรมที่แสดงว่าในระหว่างเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทอื่นใด ได้มีการละเลยหน้าที่ที่จะต้องบริหารและจัดการบริษัทดังกล่าวด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและความระมัดระวังเพื่อรักษาประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัท และก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสียประโยชน์ของบริษัทหรือผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือทำให้ตนเองหรือบุคคลอื่นได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ
(11) มีพฤติกรรมที่แสดงถึงการละเลยการทำหน้าที่ตามสมควรในการตรวจสอบดูแลมิให้ผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อย ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น"
ข้อ 9 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ข้อ 17/1 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543
" ข้อ 17/1 งบการเงินของผู้ขออนุญาตและงบการเงินรวม ประจำงวดปีบัญชีล่าสุดและงบการเงินไตรมาสสุดท้ายก่อนยื่นคำขอ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่ใช้บังคับกับบริษัทมหาชนจำกัด และเป็นไปตามหลักเกณฑ์อื่นที่ออกตามความใน มาตรา 56
(2) ผ่านการตรวจสอบ หรือสอบทาน (กรณีงบการเงินรายไตรมาส) จากผู้สอบบัญชีที่อยู่ในบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ โดยผู้สอบบัญชีดังกล่าวได้ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนตามมาตรฐานการสอบบัญชี
(3) รายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีตาม (2) ต้องไม่มีความหมายในลักษณะดังต่อไปนี้
(ก) ไม่แสดงความเห็นต่อการจัดทำงบการเงินของผู้ขออนุญาตและงบการเงินรวมหรือแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง
(ข) แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในรายการบัญชีที่เป็นสาระสำคัญว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี
(ค) แสดงความเห็นว่าถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบโดยการกระทำหรือไม่กระทำของผู้ขออนุญาตหรือผู้บริหาร"
ข้อ 10 ให้ยกเลิกความใน (2) ของ ข้อ 19 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 35/2544 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2544 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" (2) ผู้ขออนุญาตมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 และ ข้อ 17 โดยอนุโลม แต่ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตมีลักษณะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ 14 (2) เนื่องจากมีโครงสร้างจากถือหุ้นไขว้ผู้ขออนุญาตอาจได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ได้ หากผู้ขออนุญาตแสดงได้ว่าการถือหุ้นไขว้ดังกล่าวมีเหตุจำเป็นและสมควร เป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของกิจการ และไม่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น
ผู้ขออนุญาตที่มีลักษณะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ 14 (2) และไม่สามารถแสดงได้ตามวรรคหนึ่ง อาจได้รับการผ่อนผันจากสำนักงานให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ได้ หากผู้ขออนุญาตผูกพันที่จะดำเนินการแก้ไขโครงสร้างการถือหุ้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของประกาศนี้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2551"
ข้อ 11 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของ ข้อ 20 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 20 ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ขออนุญาตมีลักษณะไม่เป็นไปตาม ข้อ 13 (4) (ค) หรือ ข้อ 19 (2) ประกอบ ข้อ 13 (4) (ค) หรือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาตเป็นบุคคลที่มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน ข้อ 17 (7) (8) (9) (10) หรือ (11) หรือ ข้อ 19 (2) ประกอบ ข้อ 17 (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ให้สำนักงานมีอำนาจกำหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคำขออนุญาตในคราวต่อไป โดยคำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติกรรมหรือความผิดเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าวต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่บุคคลนั้นพ้นโทษตามคำพิพากษา หรือนับแต่วันที่คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับบุคคลนั้น หรือนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยของสำนักงานหรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลหรือพิจารณาพฤติกรรมดังกล่าว โดยปัจจัยที่อาจนำมาใช้ในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมดังกล่าวให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด"
ข้อ 12 ให้คำขออนุญาตที่ได้ยื่นต่อสำนักงานพร้อมเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ อยู่ภายใต้บังคับของ ข้อกำหนดแห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศฉบับนี้
ข้อ 13[1] ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป


:: ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update