กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่  

:: พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพิมาน และตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-5


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพิมาน และตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เพื่อสร้างถนนตามโครงการผังเมืองรวมเมืองสตูล
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ มาตรา 5 วรรคสาม และ มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 35 มาตรา 48 และ มาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพิมาน และตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา 4 เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ อยู่ในท้องที่ตำบลพิมาน และตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล มีส่วนกว้างห้าสิบเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อสร้าง และขยายถนนโครงการตัดใหม่และถนนเดิมขยายสาย ก และสาย ข ตามที่ได้กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้แล้วตาม พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพิมาน และตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล พ.ศ. 2543 และปรากฏว่าแนวถนนบางส่วนผ่านเขตที่ดินของส่วนราชการ ทำให้บางส่วนของแนวถนนเกินแนวเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว สมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าวเพิ่มเติม โดยให้มีระยะเวลาการใช้บังคับสองปี เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจ และเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update