กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่ 1 2 3 4 5 6 7 8  

:: พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-8


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับ มาตรา 47 วรรคสอง และ มาตรา 51 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2541 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดังนี้
(1) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "การศึกษาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "กศ.ด."
(ข) โท เรียกว่า "การศึกษามหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "กศ.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "การศึกษาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "กศ.บ."
(2) สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "ทันตแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ท.ด."
(ข) ตรี เรียกว่า "ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ท.บ."
(3) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "พด.ม."
(ข) โท เรียกว่า "พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "พย.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "พยาบาลศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "พย.บ."
(4) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "พ.ด."
(ข) ตรี เรียกว่า "เพทยศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "พ.บ."
(5) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "เภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ภ.ด." และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
(ข) โท เรียกว่า "เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ภ.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "เภสัชศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ภ.บ."
(6) สาขาวิชามนุษยศาสตร์ที่ศึกษากระบวนวิชาจิตวิทยาเป็นวิชาเอก สาขาวิชาสังคมศาสตร์ที่ศึกษากระบวนวิชาภูมิศาสตร์เป็นวิชาเอก สาขาวิชาพฤติกรรมศาสตร์ สาขาวิชาพลศึกษา สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และสาขาวิชากายภาพบำบัด มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.ด." และ"ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
 
(ข) โท เรียกว่า "วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "วิทยาศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.บ."
(7) สาขาวิชามนุษยศาสตร์ที่ศึกษากระบวนวิชาบรรณารักษศาสตร์ วิชาปรัชญาและศาสนาวิชาภาษาต่างประเทศ วิชาภาษาไทย วิชาภาษาเพื่ออาชีพ วิชาภาษาศาสตร์ หรือวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็กเป็นวิชาเอก และสาขาวิชาสังคมศาสตร์ที่ศึกษากระบวนวิชาประวัติศาสตร์ วิชาสังคมวิทยา วิชาการพัฒนาชุมชน หรือวิชาการพัฒนาชุมชนเมืองเป็นวิชาเอก มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศศ.ด."
(ข) โท เรียกว่า "ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศศ.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "ศิลปศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศศ.บ."
(8) สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ร.ด." และ "รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "รป.ม."
(ข) โท เรียกว่า "รัฐศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ร.ม." และ "รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "รป.ด."
(ค) ตรี เรียกว่า "รัฐศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ร.บ."
(9) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.ด." และ"ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ปร.ด."
(ข) โท เรียกว่า "วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.บ."
(10) สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศป.ด."
(ข) โท เรียกว่า "ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศป.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศป.บ."
(11) สาขาวิชาสังคมศาสตร์ที่ศึกษากระบวนวิชาบริหารธุรกิจ เป็นวิชาเอกมีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บธ.ด."
(ข) โท เรียกว่า "บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บธ.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "บริหารธุรกิจบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บธ.บ."
(12) สาขาวิชาสังคมศาสตร์ที่ศึกษากระบวนวิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาเอกมีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.ด."
(ข) โท เรียกว่า "เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "เศรษฐศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.บ."
(13) สาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า "อุตสาหกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "อส.ด."
(ข) โท เรียกว่า "อุตสาหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "อส.ม."
(ค) ตรี เรียกว่า "อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "อส.บ."
ทั้งนี้ ให้ระบุชื่อวิชาเอกในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย ถ้ามี
มาตรา 4 ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีสามชั้น คือ
(1) ดุษฎีบัณฑิต ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณมีแถบกำมะหยี่สีดำ ขนาดกว้าง 11 เซนติเมตร ทาบริมเสื้อโดยตลอด แขนกว้างยาวตกข้อมือตลอดกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำ ขนาดกว้าง 6 เซนติเมตร ยาว 24 เซนติเมตร จำนวนสามแถบ ปลายแถบทั้งสองข้างเป็นมุมแหลมติดเรียงกันระยะห่าง 3 เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอด้านในทำด้วยผ้าต่วนสีแดง มีแถบทำด้วยผ้าต่วนหรือผ้าแพรสีเทา ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ทาบขวางด้านนอกเป็นกำมะหยี่สีตามสีประจำสาขาวิชา มีแถบกำมะหยี่สีแดงเข้มขนาดกว้าง 11 เซนติเมตร ทาบขอบบนและมีแพรสีแดงเข้ม ขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร ขลิบริมขอบล่าง ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 24 เซนติเมตร ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ มีพู่ห้อยสีตามสีประจำสาขาวิชา
(2) มหาบัณฑิตและประกาศนียบัตรชั้นสูง ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบ แขนทะลุเหนือข้อศอก ปลายแขนเป็นถุงห้อยสั้นกว่าเสื้อ 20 เซนติเมตร รูปปลายเรียว มีผ้าคล้องคอเช่นเดียวกับดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่ด้านนอกมีผ้าต่วนหรือผ้าแพรสีเทา ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ทาบขอบบนปลายด้านหน้าปิดทับแพรสีแดงริมขอบล่างประกอบด้วยหมวกเช่นเดียวกับดุษฎีบัณฑิต
(3) บัณฑิตและประกาศนียบัตรบัณฑิต ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบ แขนกว้างยาวตกข้อมือ มีผ้าคล้องคอเช่นเดียวกับมหาบัณฑิตแต่แถบผ้าต่วนหรือผ้าแพรสีเทาปลายด้านหน้าเย็บจรดแพรสีแดงริมขอบล่าง ประกอบด้วยหมวกเช่นเดียวกับมหาบัณฑิต
มาตรา 5 ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยกรรมการ สภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีดังนี้
(1) นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยทำด้วยผ้าหรือกำมะหยี่สีเทาเข้ม เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ มีแถบกำมะหยี่สีเทาอ่อนขนาดกว้าง 9 เซนติเมตร ทาบริมเสื้อตลอดแขนกว้างยาวตกข้อมือ ตลอดกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีแดงเลือดนก ขนาดกว้าง 4 เซนติเมตร ยาว 35 เซนติเมตร จำนวนสี่แถบ ปลายแถบทั้งสองข้างเป็นมุมแหลมติดเรียงกันระยะห่าง 3 เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอ ด้านในทำด้วยกำมะหยี่สีแดงเลือดนก มีแถบกำมะหยี่สีเทาเข้ม ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ทาบขวาง ด้านนอกเป็นกำมะหยี่สีเทาอ่อนมีแถบกำมะหยี่ สีแดงเลือดนก ขนาดกว้าง 9 เซนติเมตร ทาบขอบบนและขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร ขลิบริมขอบล่าง ตัวเสื้อประดับตรามหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีทอง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร ติดอยู่ระดับหน้าอกทั้งสองข้าง และมีสร้อยสังวาลทำด้วยโลหะสีทอง
(2) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย แต่ตัวเสื้อไม่มีสร้อยสังวาลประดับ
(3) อธิการบดี เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย แต่ตัวเสื้อประดับด้วยสร้อยสังวาลทำด้วยโลหะสีเงิน
มาตรา 6 สีประจำสาขาวิชา มีดังนี้
(1) สาขาวิชากายภาพบำบัด สีชมพูม่วง
(2) สาขาวิชาการศึกษา สีฟ้า
(3) สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ สีม่วงเข้ม
(4) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ สีส้ม
(5) สาขาวิชาพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาสังคมศาสตร์ สีม่วง
(6) สาขาวิชาพลศึกษา สีเขียว
(7) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ สีเขียวแก่
(8) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ สีเขียวมะกอก
(9) สาขาวิชามนุษยศาสตร์ สีขาว
(10) สาขาวิชารัฐศาสตร์ สีดำ
(11) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สีเหลือง
(12) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีเลือดหมู
(13) สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ สีน้ำตาล
(14) สาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์ สีชมพู
มาตรา 7 ให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจัดทำครุยวิทยฐานะและครุยประจำตำแหน่ง ตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับ พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2541 และ มาตรา 47 วรรคสอง กับ มาตรา 51 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update