กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่  

:: พระราชกฤษฎีกา รวมสภาตำบลริมใต้กับเทศบาลตำบลแม่ริมและกำหนดเขตเทศบาลตำบลแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-5


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรรวมสภาตำบลริมใต้กับเทศบาลตำบลแม่ริม ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตสภาตำบลริมใต้ และกำหนดเขตเทศบาลตำบลแม่ริมขึ้นใหม่
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ มาตรา 41ตรี แห่งพระราชบัญญัติ สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 ประกอบกับ มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2499 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีการวมสภาตำบลริมใต้กับเทศบาลตำบลแม่ริม และกำหนดเขตเทศบาลตำบลแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้รวมสภาตำบลริมใต้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเทศบาลตำบลแม่ริม ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
การใดที่สภาตำบลริมใต้ได้กระทำไปแล้ว โดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการนั้นก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นอันใช้ได้และผูกพันเทศบาลตำบลแม่ริม
มาตรา 4 เขตของเทศบาลตำบลแม่ริม ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ให้มีเขตดังต่อไปนี้
หลักเขตที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลแม่แรมกับตำบลริมเหนือและตำบลริมใต้ มาบรรจบกัน บริเวณพิกัด
ด้านเหนือ
จากหลักเขตที่ 1 เป็นเส้นเลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมเหนือกับตำบลริมใต้ไปทางทิศตะวันออก ระยะทางประมาณ 1,415 เมตร จนถึงหลักเขตที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมเหนือกับตำบลริมใต้ ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 ฟากตะวันตกบริเวณพิกัด
จากหลักเขตที่ 2 เป็นเส้นเลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมเหนือกับตำบลริมใต้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 4,309 เมตร ถึงหลักเขตที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมเหนือกับตำบลริมใต้ และตำบลเหมืองแก้ว มาบรรจบกัน บริเวณพิกัด
ด้านตะวันออก
จากหลักเขตที่ 3 เป็นเส้นเลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลเหมืองแก้วกับตำบลริมใต้ไปทางทิศใต้ ระยะทางประมาณ 2,772 เมตร ถึงหลักเขตที่ 4 ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ฝั่งตะวันตก ตรงจุดที่ตั้งอยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากห่างจากศูนย์กลางถนน รพช. หมายเลข ชม 4138 (บ้านต้นผึ้ง - บ้านป่าข่อยใต้) บริเวณพิกัด
ด้านใต้
จากหลักเขตที่ 4 เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระยะทางประมาณ 2,735 เมตร ถึงหลักเขตที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 ฟากตะวันตก ตรงจุดที่ฝั่งเหนือของคลองส่งน้ำชลประทานคลองซอย 10 ซ้าย ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 ฟากตะวันตก บริเวณพิกัด
จากหลักเขตที่ 5 เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระยะทางประมาณ 1,795 เมตร ถึงหลักเขตที่ 6 ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมใต้กับตำบลแม่สา บรรจบกับฝั่งใต้ของลำเหมืองลวด ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนไปบ้านป่าม่วงตัดกับฝั่งใต้ของลำเหมืองลวด ไปทางทิศตะวันออกตามลำเหมืองลวด ระยะ 130 เมตร บริเวณพิกัด
จากหลักเขตที่ 6 เป็นเส้นเลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมใต้กับตำบลแม่สา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 768 เมตร ถึงหลักเขตที่ 7 ซึ่งตั้งอยู่บนจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมใต้กับตำบลแม่สา และตำบลแม่แรม มาบรรจบกัน บริเวณพิกัด
ด้านตะวันตก
จากหลักเขตที่ 7 เป็นเส้นเลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมใต้กับตำบลแม่แรมไปทางทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 1,095 เมตร ถึงหลักเขตที่ 8 ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมใต้กับตำบลแม่แรม ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1096 ฟากใต้ บริเวณพิกัด
จากหลักเขตที่ 8 เป็นเส้นเลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลริมใต้กับตำบลแม่แรมไปทางทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 1,118 เมตร จนบรรจบหลักเขตที่ 1
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากประชาชนในสภาตำบลริมใต้มีเจตนารมณ์ที่จะรวมกับเทศบาลตำบลแม่ริมที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกัน ทั้งนี้ ตามผลการสำรวจเจตนารมณ์ของประชาชนในสภาตำบลริมใต้ และโดยที่ มาตรา 41ตรี แห่ง พระราชบัญญัติ สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 บัญญัติให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และให้กำหนดเขตใหม่ของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย ประกอบกับ มาตรา 12 แห่ง พระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2499 บัญญัติให้การเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลให้กระทำได้โดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update