กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่  

:: พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้สาขาจิตวิทยาคลินิกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-13


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้สาขาจิตวิทยาคลินิกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับ มาตรา 5 (5) มาตรา 14 (5) มาตรา 19 และ มาตรา 33 (5) แห่ง พระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 48 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้สาขาจิตวิทยาคลินิกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ในพระราชกฤษฎีกานี้
"จิตวิทยาคลินิก" หมายความว่า การกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัดความผิดปกติทางจิต อันเนื่องจากภาวะทางจิตใจ บุคลิกภาพ ระดับเชาวน์ปัญญา อารมณ์ พฤติกรรม การปรับตัว ความเครียดหรือพยาธิสภาพทางสมอง รวมทั้งการวิจัย การส่งเสริมและประเมินภาวะสุขภาพทางจิตด้วยวิธีการเฉพาะทางจิตวิทยาคลินิก หรือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทดสอบทางจิตวิทยาคลินิกที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางจิตวิทยาคลินิก
มาตรา 4 ให้สาขาจิตวิทยาคลินิกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตาม มาตรา 5 (5) แห่ง พระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542
มาตรา 5 ให้มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิก ประกอบด้วย
(1) กรรมการวิชาชีพซึ่งเป็นผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้แทนกรมสุขภาพจิต ประธานราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานในสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาหลักสูตรจิตวิทยาคลินิกตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยเสนอจำนวนห้าคน
(2) กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินสามคน ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากสมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทยอย่างน้อยหนึ่งคน
(3) กรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก จำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการวิชาชีพใน (1) และ (2) รวมกันในขณะเลือกตั้งแต่ละคราว
ให้ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา 6 กรรมการวิชาชีพตาม มาตรา 5 (3) ต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิกและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(1) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
(2) เป็นบุคคลล้มละลาย
มาตรา 7 กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตาม มาตรา 5 (2) และกรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งตาม มาตรา 5 (3) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งอีกได้
นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตาม มาตรา 5 (2) และกรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งตาม มาตรา 5 (3) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) รัฐมนตรีให้ออก สำหรับกรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตาม มาตรา 5 (2)
(4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 6
มาตรา 8 การเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพตาม มาตรา 5 (3) การเลือกตั้งประธานกรรมการวิชาชีพและรองประธานกรรมการวิชาชีพให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 9 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกให้เป็นไปตาม มาตรา 23 แห่ง พระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542
มาตรา 10 การดำเนินการของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกให้เป็นไปตามหมวด 3 แห่ง พระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542
มาตรา 11 ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิกต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือ เป็นผู้ได้รับปริญญา หรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาสาขาจิตวิทยาคลินิกหรือได้รับปริญญา หรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาที่ศึกษากระบวนวิชาจิตวิทยาคลินิกเป็นวิชาเอกจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพ สาขาจิตวิทยาคลินิกรับรอง และได้ผ่านการฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลหรือองค์กรใดที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกรับรองมาแล้ว ไม่น้อยกว่าหกเดือน และต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกกำหนด สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิกจากประเทศที่สำเร็จการศึกษาด้วย
ในกรณีผู้ที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าด้านจิตวิทยาสาขาอื่นอยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และปฏิบัติงานด้านจิตวิทยาคลินิกในโรงพยาบาลหรือองค์กรใดที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกรับรองมาแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าปี ให้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก โดยต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกกำหนด
มาตรา 12 ในระยะเริ่มแรกที่ยังมิได้มีการรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก มิให้นำ มาตรา 5 (3) มาใช้บังคับจนกว่าจะได้มีการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะในสาขาดังกล่าวแล้ว
มาตรา 13 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ มาตรา 5 (5) แห่ง พระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 กำหนดให้การประกอบโรคศิลปะในสาขาอื่นที่เพิ่มขึ้นจะต้องกำหนดโดย พระราชกฤษฎีกาซึ่งสาขาจิตวิทยาคลินิกเป็นสาขาหนึ่งที่เป็นการกระทำต่อมนุษย์โดยการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัดความผิดปกติทางจิต อันเนื่องจากภาวะทางจิตใจ บุคลิกภาพ ระดับเชาวน์ปัญญา อารมณ์ พฤติกรรม การปรับตัว ความเครียดหรือพยาธิสภาพทางสมองด้วยวิธีการเฉพาะทางจิตวิทยาคลินิก หากได้มีการกำหนดให้สาขาจิตวิทยาคลินิกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะแล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่รับการบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะด้าน สมควรกำหนดให้สาขาจิตวิทยาคลินิกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตาม พระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update