กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่  

:: พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-9


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับ มาตรา 30 วรรคสอง และ มาตรา 34 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติ การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2541 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้กำหนดปริญญาตรีในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ดังนี้
(1) สาขาวิชาการออกแบบตกแต่งภายใน สาขาวิชาคีตศิลป์ไทย สาขาวิชาจิตรกรรม สาขาวิชาดนตรีไทย สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย สาขาวิชาประติมากรรม สาขาวิชาภาพพิมพ์ และสาขาวิชาศิลปไทย เรียกว่า "ศิลปบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.บ."
(2) สาขาวิชาดนตรีคีตศิลป์ไทยศึกษา สาขาวิชาดนตรีคีตศิลป์สากลศึกษา สาขาวิชานาฏศิลป์ไทยศึกษา และสาขาวิชานาฏศิลป์สากลศึกษา เรียกว่า "ศึกษาศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศษ.บ."
ทั้งนี้ ให้ระบุชื่อวิชาเอกในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย ถ้ามี
มาตรา 4 ครุยวิทยฐานะชั้นปริญญาตรีของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีลักษณะและส่วนประกอบ ดังนี้
ครุยเป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าหรือแพรสีเขียวเข้มยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีแถบสีทองกว้าง 1 เซนติเมตร ทับบนริมชายครุยและมีสำรดทาบริมเสื้อด้านหน้า พื้นสำรดทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินกว้าง 10 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 1.5 เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง ถัดมามีแถบกำมะหยี่สีเขียวเข้มกว้าง 1 เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดมีแถบสีทองกว้าง 1 เซนติเมตร และมีโบว์ทำด้วยกำมะหยี่สีเขียวเข้มกว้าง 4 เซนติเมตร ยาว 10 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 0.5 เซนติเมตรทับบนริมทั้งสองข้างติดกลางสำรดระดับหน้าอกทั้งสองข้าง และมีเครื่องหมายของสถาบันทำด้วยโลหะตามสีประจำคณะติดทับบนโบว์ทั้งสองข้าง ต้นแขนมีสำรด พื้นสำรดทำด้วยกำมะหยี่สีเขียวเข้มกว้าง 11 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 1 เซนติเมตรทับบนริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ 2.5 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 1 เซนติเมตรทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดมีแถบสีประจำคณะกว้าง 2 เซนติเมตร และมีแถบสีทองกว้าง 1.5 เซนติเมตร ทับบนริมปลายแขน ตอนกลางตัวเสื้อเหนือขอบเอวประมาณ 7 เซนติเมตร มีสายทองถักขนาด 0.5 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร ตรงปลายเป็นพู่ตามสีประจำคณะยาว 6 เซนติเมตร ด้านหลังกลางตัวเสื้อตามทางดิ่งมีสำรด พื้นสำรดทำด้วยกำมะหยี่สีเขียวเข้มกว้าง 7 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 1.5 เซนติเมตร ทับบนริมทั้งสองข้าง
มาตรา 5 สีประจำคณะ มีดังนี้
(1) คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สีส้ม
(2) คณะศิลปวิจิตร สีชมพู
(3) คณะศิลปศึกษา สีฟ้า
มาตรา 6 เข็มวิทยฐานะของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สำหรับผู้ได้รับปริญญา มีลักษณะเป็นรูปเครื่องหมายของสถาบัน ทำด้วยโลหะสีทองแดงทรงนูน สูง 6 เซนติเมตร พื้นหลังเป็นสีประจำคณะด้านหลังจารึกเลขประจำรุ่น เลขทะเบียน ชื่อตัว ชื่อสกุล อักษรย่อปริญญา และปีการศึกษาที่ได้รับปริญญา
มาตรา 7 ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของประธานกรรมการสถาบัน กรรมการสถาบัน อธิการ รองอธิการ ผู้ช่วยอธิการ คณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ และคณาจารย์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีดังนี้
(1) ประธานกรรมการสถาบัน เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าหรือแพรสีเขียวเข้มยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีแถบสีทองกว้าง 1 เซนติเมตรทับบนริมชายครุย และมีสำรดทาบริมเสื้อด้านหน้า พื้นสำรดทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินกว้าง 10 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 1.5 เซนติเมตรทับบนริมทั้งสองข้าง ถัดมามีแถบกำมะหยี่สีเขียวเข้มกว้าง 1 เซนติเมตรทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดมีแถบสีทองกว้าง 1 เซนติเมตร และมีโบว์ทำด้วยกำมะหยี่สีเขียวเข้มกว้าง 4 เซนติเมตร ยาว 10 เซนติเมตร ติดกลางสำรดระดับหน้าอกทั้งสองข้างและมีเครื่องหมายของสถาบันทำด้วยโลหะตามสีประจำสถาบันติดทับบนโบว์ทั้งสองข้าง ตอนกลางตัวเสื้อเหนือขอบเอวประมาณ 7 เซนติเมตร มีสายทองถักขนาด 0.5 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร ตรงปลายเป็นพู่สีทองยาว 6 เซนติเมตร ด้านหลังกลางตัวเสื้อตามทางดิ่งมีสำรด พื้นสำรดทำด้วยกำมะหยี่สีเขียวเข้มกว้าง 7 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 1.5 เซนติเมตรทับบนริมทั้งสองข้าง และมีสำรดรอบแขน 2 สำรด ดังนี้
(ก) ต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินกว้าง 10 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 1.5 เซนติเมตรทับบนริมทั้งสองข้าง ถัดมามีแถบกำมะหยี่สีเขียวเข้มกว้าง 1 เซนติเมตรทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดมีแถบสีชมพูกว้าง 1 เซนติเมตร แถบสีส้มกว้าง 1 เซนติเมตร และแถบสีดำกว้าง 1 เซนติเมตร ตามลำดับ
(ข) ปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินกว้าง 5 เซนติเมตร มีแถบสีทองกว้าง 1.5 เซนติเมตรทับบนริมทั้งสองข้าง
(2) กรรมการสถาบัน เช่นเดียวกับประธานกรรมการสถาบัน แต่ตอนกลางสำรดที่ต้นแขนมีแถบสีทองกว้าง 1 เซนติเมตร
(3) อธิการ รองอธิการ ผู้ช่วยอธิการ คณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เช่นเดียวกับกรรมการสถาบัน
(4) คณาจารย์ เช่นเดียวกับกรรมการสถาบัน แต่กลางแขนเสื้อมีแถบสีทองกว้าง 0.5 เซนติเมตรจำนวนสองแถบ ติดขวางเรียงกัน ระยะห่าง 1.5 เซนติเมตร
มาตรา 8 ให้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา 9 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับ พระราชบัญญัติ การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2541 และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ได้เปิดสอนหลักสูตรสาขาวิชาต่างๆ ในระดับปริญญาตรีแล้ว สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ประกอบกับ มาตรา 30 วรรคสอง และ มาตรา 34 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติ การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2541 กำหนดให้การกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update