กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่  

:: พระราชกฤษฎีกา โอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดบุ่งวังงิ้ว ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-4


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดบุ่งวังงิ้ว ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้แก่กรมทางหลวง เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1204 สายป่าขนุน - พิชัย
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทย และ มาตรา 34 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา โอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดบุ่งวังงิ้ว ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดบุ่งวังงิ้ว ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
(1) แปลงที่ 1 ที่วัด เนื้อที่ 53 ตารางวา และ
(2) แปลงที่ 2 ที่ธรณีสงฆ์ เนื้อที่ 10 ตารางวา
ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่กรมทางหลวง
มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1204 สายป่าขนุน - พิชัย ตามที่ได้มีการกำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างไว้แล้วตาม พระราชกฤษฎีกา กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัด สายบ้านป่าขนุน - บ้านแก่ง - อำเภอพิชัย พ.ศ. 2524 เสร็จแล้ว และปรากฏว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ ตอน กม.ที่ 3+302 - กม.ที่ 3+354 (ด้านซ้ายทาง) ถูกที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดบุ่งวังงิ้ว ตำบลป่าเซา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 2 แปลง แปลงที่ 1 ที่วัด เนื้อที่ 53 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 5203 และแปลงที่ 2 ที่ธรณีสงฆ์ เนื้อที่ 10 ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 3550 รวมเนื้อที่ทั้งหมด 63 ตารางวา ซึ่งกรมทางหลวงได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าว ให้แก่กรมทางหลวงและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง และวัดบุ่งวังงิ้วได้รับค่าผาติกรรมจากกรมทางหลวงแล้ว สมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update