กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่  

:: พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 415) พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-6


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มบางกรณี
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ มาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 415) พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่คณะกรรมการระดับชาติของไทย เพื่อเตรียมการจัดประชุมเอเปค 2003 ดังนี้
(1) สำหรับบุคคลธรรมดา ให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้พึงประเมินเท่ากับจำนวนเงินหรือมูลค่าของทรัพย์สินที่บริจาค
(2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่ากับจำนวนเงินหรือมูลค่าของทรัพย์สินที่บริจาค
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคก่อนหรือตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา 4 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่คณะกรรมการระดับชาติของไทยเพื่อเตรียมการจัดประชุมเอเปค 2003 สำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการบริจาคและเงินได้พึงประเมินอย่างอื่น เฉพาะที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการจัดประชุมเอเปค 2003 ทั้งนี้ ไม่ว่าจะได้รับก่อนหรือตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา 5 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด 4 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเฉพาะการบริจาคสินค้า หรือให้บริการแก่คณะกรรมการระดับชาติของไทยเพื่อเตรียมการจัดประชุมเอเปค 2003 โดยไม่มีประโยชน์หรือค่าตอบแทน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะได้กระทำก่อนหรือตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการจัดประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิค พ.ศ. 2546 (เอเปค 2003) และการดำเนินการจัดประชุมครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จได้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือบริการจากภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมให้เอกชนร่วมมือในการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือบริการให้แก่คณะกรรมการระดับชาติของไทยเพื่อเตรียมการจัดประชุมเอเปค 2003 สมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา ซึ่งรวมถึงคณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้พึงประเมินหรือเงินได้เท่ากับจำนวนเงินหรือมูลค่าของทรัพย์สินที่บริจาคให้แก่คณะกรรมการดังกล่าว และยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่คณะกรรมการสำหรับเงิน หรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการบริจาคและเงินได้พึงประเมินอย่างอื่นที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการจัดประชุมครั้งนี้ รวมทั้งสมควรยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเฉพาะการบริจาคสินค้า หรือให้บริการแก่คณะกรรมการดังกล่าวโดยไม่มีประโยชน์หรือค่าตอบแทนด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update