กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่  

:: พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่จังหวัดชัยภูมิ พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-5


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ สถานบริการ พ.ศ. 2509 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 35 มาตรา 48 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่จังหวัดชัยภูมิ พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ในท้องที่จังหวัดชัยภูมิ ให้เฉพาะเขตอันมีปริมณฑลดังต่อไปนี้ เป็นพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ
(1) พื้นที่บริเวณที่ 1 (ย่านริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์) ฟากเหนือ)
จุดที่ 1 คือ จุดที่ตั้งอยู่บนแนวเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากหลักเขตที่ 7 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ระยะ 164 เมตร
ด้านตะวันออก
จากจุดที่ 1 เป็นเส้นเลียบเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะ 108 เมตร ถึงจุดที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่บนแนวเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ตรงจุดตัดกับแนวเส้นขนานระยะ 70 เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์)
ด้านใต้
จากจุดที่ 2 เป็นเส้นขนานระยะ 70 เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะ 525 เมตร ถึงจุดที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่บนแนวเส้นขนานระยะ 70 เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์)
ด้านตะวันตก
จากจุดที่ 3 เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงจุดที่ 4 ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวเส้นตั้งฉากระยะ 170 เมตร
ด้านเหนือ
จากจุดที่ 4 เป็นเส้นขนานระยะ 170 เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบกับจุดที่ 1
(2) พื้นที่บริเวณ 2 (ย่านริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์) ฟากใต้)
จุดที่ 1 คือ จุดที่ตั้งอยู่บนแนวเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากหลักเขตที่ 7 ไปทางทิศใต้ ตามแนวเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ระยะ 90 เมตร
ด้านตะวันออก
จากจุดที่ 1 เป็นเส้นเลียบเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะ 100 เมตร ถึงจุดที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่บนแนวเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ตรงจุดตัดกับแนวเส้นขนาน ระยะ 170 เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์)
ด้านใต้
จากจุดที่ 2 เป็นเส้นขนานระยะ 170 เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะ 500 เมตร ถึงจุดที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่บนแนวเส้นขนานระยะ 170 เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์)
ด้านตะวันตก
จากจุดที่ 3 เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงจุดที่ 4 ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวเส้นตั้งฉากระยะ 70 เมตร
ด้านเหนือ
จากจุดที่ 4 เป็นเส้นขนานระยะ 70 เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ - นครสวรรค์) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบกับจุดที่ 1
ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา 4 พระราชกฤษฎีกานี้ไม่ใช้บังคับแก่สถานบริการที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และสถานบริการที่อยู่ในสถานที่ตั้งโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยในท้องที่จังหวัดชัยภูมิ สมควรกำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่จังหวัดดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update