กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม มาตราที่  

:: พระราชกฤษฎีกา กำหนดจำนวนเงินในคดีมโนสาเร่ พ.ศ. 2546 มาตราที่ 1-5


:: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2546 เป็นปีที่ 58 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดจำนวนเงินในคดีมโนสาเร่ตาม มาตรา 189 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ มาตรา 189 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 36 และ มาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา กำหนดจำนวนเงินในคดีมโนสาเร่ พ.ศ. 2546"
มาตรา 2[1] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้กำหนดจำนวนเงินในคดีมโนสาเร่ตาม มาตรา 189 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 ดังนี้
(1) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่เกินสามแสนบาท
(2) คดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรือาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสามหมื่นบาท
มาตรา 4 พระราชกฤษฎีกานี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่บรรดาคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้แล้วก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา 5 ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้


:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่จำนวนเงินในคดีมโนสาเร่ อันได้แก่คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้และคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และตาม มาตรา 189 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ได้บัญญัติให้การกำหนดจำนวนเงินในคดีดังกล่าวกระทำได้โดยพระราชกฤษฎีกา สมควรกำหนดจำนวนเงินในคดีมโนสาเร่เพิ่มขึ้น เพื่อให้การฟ้องคดีมโนสาเร่มีความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะทำให้การพิจารณาอรรถคดีของศาลเป็นไปได้รวดเร็ว อีกทั้งจะสอดคล้องกับอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษาคนเดียวตามบทบัญญัติ มาตรา 25 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update