กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 12 - 35/2542
วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2542
เรื่อง ศาลจังหวัดหล่มสักส่งข้อโต้แย้งของจำเลย เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 264

ศาลจังหวัดหล่มสักได้ส่งข้อโต้แย้งของจำเลยซึ่งเป็นผู้ร้อง รวม 24 คำร้อง เพื่อขอ ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคาร พาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2536 เป็นประกาศที่ไม่ชอบด้วย กฎหมาย ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 มาตรา 14 พระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้ กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของ สถาบันการเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 4 และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 หรือไม่
ตามคำร้องของผู้ร้องทั้ง 24 คำร้อง ปรากฏว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีแพ่งจำนวน 23 คำร้อง และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดี แพ่งจำนวน 1 คำร้อง ยื่นฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดหล่มสัก สรุปคำร้องแต่ละคำร้องได้ความว่า
1) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 677/2540 ฟ้องนางกุสุมา อังคณานุจารี ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้อง เป็นจำนวนเงิน 567,074.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 468,544.05 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปี ต้นเงิน 675 บาท นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
2) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 698/2540 ฟ้องนายดำรงค์ เชื่อมั่น ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้อง เป็นจำนวนเงิน 1,136,608.94 บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 937,403.58 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 1,349 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
3) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 653/2540 ฟ้องนายวิชัย สมรรถศรีบุตร ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัดที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 610,783.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 506,638.36 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
 
    4) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 706/2540 ฟ้องนางนพวรรณ ทิพย์กมลวัลย์ ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 1,140,615.38 บาท พร้อม ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 937,403.58 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของ ต้นเงิน 1,349 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
5) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 654/2540 ฟ้องนายวรายุทธ์ รัตนอารีกุล ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 615,832.57 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 510,200.17 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ เสร็จสิ้นแก่โจทก์
6) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 695/2540 ฟ้องนายวิญา วงศ์ลิขิตปัญญา ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 624,458.12 บาท พร้อม ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 514,594 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของ ต้นเงิน 742 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
7) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 680/2540 ฟ้องนายประพัทธ์ ชัยเจริญ ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 548,417 บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 453,665.45 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 675 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
8) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 655/2540 ฟ้องนายมานะ ศิริพิริยะกุล ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 564,861.73 บาท พร้อม ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 468,738.28 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
9) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 697/2540 ฟ้องนายทรงชัย ลิ้มถวิล ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 564,599.62 บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 465,263.30 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 675 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
10) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 650/2540 ฟ้องนายสุพล ผุยน้อย ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 547,177.58 บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 453,692.15 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่า จะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
11) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 657/2540 ฟ้องนายเวียง วรเชษฐ์ ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นจำนวนเงิน 564,140.38 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 467,948.19 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
12) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 656/2540 ฟ้องนายชุมพล แจ่มจิตรตรง ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 506,296.94 บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 419,624.40 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ เสร็จสิ้นแก่โจทก์
13) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 696/2540 ฟ้องนายวิชัย อนันตระ ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 564,599.62 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 465,263.30 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 675 บาทนับแต่ วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
14) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 685/2541 ฟ้องนายวิสุทธิ์ ฤทธิ์รักษา ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 699,198.69 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20.25 ต่อปีของต้นเงิน 468,738.28 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 1,294.80 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
15) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 701/2540 ฟ้องนายศิริชัย ชัยชนะวงศ์ ที่ 1 นางเทพิน ชัยชนะวงศ์ ที่ 2 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 3 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 565,965.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 466,200.55 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 675 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
16) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 678/2540 ฟ้องนายธวัชชัย อังคณานุจารี ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 จำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 622,971.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ของต้นเงิน 514,309.24 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 742 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
17) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 435/2540 ฟ้องบริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 1 นายประสม ประคุณสุขใจ หรือ ประคุณศึกษาพันธ์ ที่ 2 นางรัชนีกร หรือจารุภา ประคุณสุขใจ ที่ 3 นางลักขณา ประคุณสุขใจ ที่ 4 นางศิริธร ประคุณสุขใจหรือประคุณศึกษาพันธ์ ที่ 5 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี กู้เงิน ค้ำประกัน และบังคับจำนอง โดยให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ ตามฟ้องแก่โจทก์ เป็นจำนวนเงิน 26,065,147.67 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 20,842,402.17 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น แก่โจทก์ ในจำนวนหนี้ตามฟ้องนี้ ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ เป็นเงิน 15,390,904.11 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของต้นเงิน 12,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์
18) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 651/2540 ฟ้องนายวิศาล อนันตระ ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 620,893.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 515,234.76 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
19) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 659/2540 ฟ้องนายสินชัย ประเสริฐถาวรศิริ ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 511,145.07 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 425,381.23 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ เสร็จสิ้นแก่โจทก์
20) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 676/2540 ฟ้องนายบุญเลิศ เสภู่ ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 567,308.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 468,738.28 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 675 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
21) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 679/2540 ฟ้องนายไพบูลย์ ลิ้มมณี ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 567,308.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 468,738.28 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 675 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
22) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 700/2540 ฟ้องนายสนธยา ไกรรณภูมิ ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 612,885.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 504,840.44 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 742 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
23) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 709/2540 ฟ้องนางสุพรรณี จงทวีธรรม ที่ 1 บริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 2 เป็นจำเลย ข้อหา ผิดสัญญากู้เงิน บังคับจำนอง และค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองหลักทรัพย์ตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 1,140,615.38 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 937,403.58 บาท และร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 1,349 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
24) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำ ที่ 422/2541 ฟ้องบริษัทเมาเทนพาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ที่ 1 นายประสม ประคุณศึกษาพันธ์ หรือ ประคุณสุขใจ ที่ 2 นางรัชนีกร หรือจารุภา ประคุณศึกษาพันธ์ หรือประคุณสุขใจ ที่ 3 เป็นจำเลย ข้อหา กู้ยืมเงิน กู้เบิกเงินเกินบัญชี บังคับจำนอง ค้ำประกัน โดยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์เป็นจำนวนเงิน 6,466,387.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.75 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 5,527,818.17 บาท นับถัดจาก วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น
ผู้ร้องทั้ง 24 คำร้อง ยื่นคำให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ทุกข้อ โดยเฉพาะประเด็น ที่ผู้ร้องโต้แย้งว่าโจทก์คิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี และเกินกว่าที่กำหนดไว้ ในสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น การที่โจทก์กล่าวอ้างว่า สามารถคิดดอกเบี้ย ได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย นั้น ไม่ใช่ข้อยกเว้นของกฎหมาย ที่จะให้โจทก์สามารถคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจต่ำกว่าหรือสูงกว่าที่กำหนดไว้นั้น โจทก์จะต้องแจ้งให้ทราบเป็นคราว ๆ การที่โจทก์ไม่แจ้ง การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยให้ผู้ร้องทราบและคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปี จึงตกเป็นโมฆะ ดังนั้นผู้ร้องจึงยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ย และส่วนลด ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2536 เป็นประกาศที่ฝ่าฝืน มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 และ มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 โดยมีเหตุผลว่าพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ ฯ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การคิดอัตรา ดอกเบี้ยต้องเป็นอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี แต่ตามประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าว ในข้อ 3 (4) ที่ว่า "… เว้นแต่ในกรณีลูกค้าที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไข ธนาคารพาณิชย์จะเรียกดอกเบี้ยและส่วนลดได้ ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์ประกาศ กำหนดสำหรับลูกค้าที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไข" ฉะนั้น ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับดังกล่าว จึงเป็น ประกาศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะประกาศเป็นประกาศที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับดังกล่าว และขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 6 มาตรา 30
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องทั้ง 24 คำร้อง แล้วเห็นว่ามีประเด็นที่ต้องพิจารณา วินิจฉัยอย่างเดียวกัน จึงให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน
ข้อเท็จจริงตามคำร้อง เพียงพอที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยได้แล้ว มีประเด็นที่ศาล รัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคาร พาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2536 เป็นประกาศที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 มาตรา 14 และพระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 4 และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 หรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ประเด็นที่ผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ตามคำวินิจฉัยที่ 4/2542 ลงวันที่ 1 เมษายน 2542 ว่า ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่อง ดอกเบี้ยและส่วนลด ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2536 เป็นประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 และมีผลใช้บังคับเท่าที่อยู่ในขอบเขตของพระราชบัญญัตินั้น ๆ แต่ มิได้ออกโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ จึงไม่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามความหมายของ รัฐธรรมนูญ มาตรา 264 สำหรับปัญหาที่ว่า ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับดังกล่าว ที่ออกโดยอาศัยอำนาจของพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มโดยพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 เป็นประกาศที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 หรือไม่ เป็นประเด็นที่ไม่อยู่ใน อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย ทั้งนี้ ตามคำวินิจฉัย ที่ 9/2542 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2542 จึงไม่ต้องวินิจฉัยอีก
โดยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยให้ยกคำร้อง


(นายเชาวน์ สายเชื้อ) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายโกเมน ภัทรภิรมย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายประเสริฐ นาสกุล) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update