กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 38-40/2542
วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2542
เรื่อง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลจังหวัดสุพรรณบุรีส่งข้อโต้แย้งของจำเลย เพื่อขอให้ศาล รัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 264

ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลจังหวัดสุพรรณบุรีส่งข้อโต้แย้งของจำเลยซึ่งเป็นผู้ร้อง รวมสามคำร้อง เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ประกาศกำหนดดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของโจทก์ ภายใต้ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อเรียกเก็บดอกเบี้ยอัตราสูงสุดจากจำเลยซึ่งศาลยุติธรรมจะนำมา ใช้บังคับแก่คดีเป็นประกาศที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 หรือไม่
ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามคำร้อง ปรากฏว่า ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ในคดีแพ่ง 2 คดี และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรีในคดีแพ่ง 1 คดี สรุปคำร้องแต่ละคำร้องได้ความว่า
1) ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 26191/2541 ฟ้อง นายสมชาย ชัยศรีชวาลา เป็นจำเลยต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ข้อหา บัญชีเดินสะพัด กู้ยืม ตั๋วเงิน บังคับจำนอง โดยให้จำเลยชำระเงิน 343,065,615 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี จากต้นเงิน 14,545,787.94 บาท จากต้นเงิน 185,500,000 บาท และจากต้นเงิน 17,694,063.59 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่โจทก์
จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ โดยเฉพาะประเด็นที่จำเลยโต้แย้งว่า ตามหนังสือสัญญากู้และตั๋วสัญญาใช้เงิน จำเลยยอมชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 15.25 ต่อปี หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยในฐานะผู้กู้และผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินก็ต้องรับผิดที่จะชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราดังกล่าว จำเลยเห็นว่าการที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี นั้นขัดต่อกฎหมายเพราะโจทก์เรียกร้องดอกเบี้ยเกินกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา ฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับดอกเบี้ยจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ
2) ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 27173/2541 ฟ้อง บริษัทพินิจสมบัติ จำกัด ที่ 1 , นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ ที่ 2 , ร้อยเอกหม่อมราชวงศ์ดำรงเดช ดิศกุล ที่ 3 , นายพงศ์พินิจ อินทรทูต ที่ 4 , หม่อมหลวงรองฤทธิ์ ปราโมช ที่ 5 เป็นจำเลยต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ข้อหา ผิดสัญญา ตั๋วสัญญาใช้เงิน ค้ำประกัน ค่าเสียหาย โดยให้จำเลยที่ 1 - 5 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 39,333,445.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ของต้นเงิน 23,100,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น
จำเลยทั้งห้า ให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ โดยเฉพาะจำเลยที่ 1 - 4 ซึ่งเป็น ผู้ร้องให้การโต้แย้งว่า ตามตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ 1/2538 ลงวันที่ 24 เมษายน 2538 จำเลย ที่ 1 ยอมชำระดอกเบี้ยให้โจทก์อัตราร้อยละ 13.75 ต่อปี ฉะนั้น หากจำเลยที่ 1 ผิดนัด ไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินก็ต้องรับผิดที่ต้องชำระเงินให้โจทก์ในอัตราดังกล่าว การที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี จึงขัดต่อกฎหมายเพราะโจทก์เรียกร้องดอกเบี้ยจากจำเลยเกินกว่าที่กำหนดไว้ในตั๋วสัญญาใช้เงิน ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับดอกเบี้ยจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเห็นว่าประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยอัตราสูงสุด ของโจทก์ภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกเก็บดอกเบี้ยอัตราสูงสุดจากจำเลยที่ 1 - 4 ซึ่งศาลจะนำมาใช้บังคับแก่คดี เป็นประกาศที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
3) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 1872/2541 ฟ้อง นายแดง สว่างศรี เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหา กู้เบิกเงินเกินบัญชี บังคับจำนอง โดยให้จำเลยชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชีจากต้นเงิน 1,117,514.20 บาท และดอกเบี้ยถึงวันฟ้องอีก 18,079.59 บาท รวมเป็นเงิน 1,135,593.79 บาท และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 20.25 ต่อปี ของต้นเงิน 1,117,514.20 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระหนี้ เสร็จสิ้น
จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ โดยเฉพาะประเด็นการคิดดอกเบี้ยซึ่งโจทก์ เรียกดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ 20.25 ต่อปี เกินกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจคิดอัตรา ดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี ทั้งนี้ เพราะพระราชบัญญัติ ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน ฯ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปี แต่โจทก์กลับประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยเอง ดังนั้นประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของโจทก์ภาย ใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยจึงนำมาใช้ บังคับไม่ได้และขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยตาม 1) 2) และ 3) จึงยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของโจทก์ภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อเรียกเก็บดอกเบี้ยอัตราสูงสุดจากจำเลย ซึ่งศาลยุติธรรมจะนำมาใช้บังคับแก่คดีนั้น เป็นประกาศที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 6 ผู้ร้องทั้งสามคำร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลจังหวัดสุพรรณบุรี รอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว และขอให้ ส่งข้อโต้แย้งของผู้ร้องทั้งสามคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 264
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องทั้งสามคำร้องแล้วเห็นว่า มีประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยอย่างเดียวกัน จึงให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน มีประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า ประกาศ กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของธนาคารพาณิชย์ที่ออกโดยอาศัยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2536 ซึ่งประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับนี้ เป็นประกาศที่มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะทำสัญญาตามคำร้อง ทั้งสามคำร้อง ต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 หรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ประเด็นตามคำร้องทั้งสามคำร้องที่ขอให้ พิจารณาวินิจฉัยนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ตามคำวินิจฉัยที่ 4/2542 ลงวันที่ 1 เมษายน 2542 ว่า ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2536 เป็นประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 14 แห่ง พระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 และมีผลใช้บังคับได้เท่าที่อยู่ในขอบเขตของพระราชบัญญัตินั้น ๆ แต่มิได้ ออกโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ จึงไม่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 และประกาศธนาคารพาณิชย์ตามคำร้องทั้งสามนี้เทียบเคียงได้กับประกาศธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมิใช่ประกาศของทางราชการ และไม่ใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ได้ จึงไม่ต้องวินิจฉัยอีก
โดยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงให้ยกคำร้อง


(นายเชาวน์ สายเชื้อ) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายโกเมน ภัทรภิรมย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายประเสริฐ นาสกุล) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update