กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 45/2542
วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2542
เรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้สั่งยุบพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์

นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้อง ลงวันที่ 29 มีนาคม 2542 ขอให้ศาล รัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ โดยมีข้อเท็จจริงและเอกสารประกอบคำร้องว่า พรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรค มหาราษฎร์ธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2541 ซึ่งภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ จะครบกำหนดในวันที่ 13 มีนาคม 2542 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา แต่เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันเสาร์ และวันที่ 14 มีนาคม 2542 ตรงกับวันอาทิตย์ จึงนับวันที่ 15 มีนาคม 2542 เป็นวันเปิดทำการใหม่ ต่อจากวันที่หยุดทำการเป็นวันสุดท้ายที่พรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ต้องดำเนินการตามที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 บัญญัติว่า ภายในหนึ่งร้อย แปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการ ให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตาม บัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศกำหนดและมีสาขาพรรคการเมือง อย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา เมื่อครบกำหนดเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ปรากฏว่า พรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์มีสมาชิกพรรคและจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองไม่ครบถ้วนตามที่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 29 กำหนดไว้ เป็นเหตุให้พรรคการเมืองดังกล่าวต้องยุบไปตาม มาตรา 65 (5) จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ยุบพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ ตาม มาตรา 65 วรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองไว้ดำเนินการ และส่งสำเนาคำร้องให้พรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ทราบและให้ยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือ ต่อมาหัวหน้าพรรค มหาราษฎร์ธิปัตย์ (นางพยม พวงจันทร์หอม) ยื่นหนังสือชี้แจงฉบับลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ สรุปความว่า เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองจดแจ้งการจัดตั้งพรรค มหาราษฎร์ธิปัตย์แล้ว พรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ได้ดำเนินการจัดหาสมาชิกพรรคโดยจัดทำใบสมัคร สมาชิกแจกจ่ายแก่ประชาชนทั่วไป และประกาศจัดหาสมาชิกทางหนังสือพิมพ์ไทยแลนด์อีกด้วย ต่อมาพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองลำดับที่ 1 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเห็นว่าพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 แล้ว จึงไม่มีเหตุที่นายทะเบียนพรรคการเมือง จะยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์และหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบ พรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ ก็ขอให้พรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์มีฐานะเป็นพรรคการเมืองต่อไปด้วย
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง เอกสารประกอบคำร้องและหนังสือชี้แจงของพรรค มหาราษฎร์ธิปัตย์แล้ว เห็นว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้วไม่จำเป็นต้องรับฟังพยาน หลักฐานอื่นเพิ่มเติมอีก และ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 6/2541 ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2541 และ คำวินิจฉัยที่ 2/2542 ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2542 โดยวินิจฉัยว่า กฎหมายที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 328 (2) ซึ่งได้กล่าวถึงเรื่องการเลิกและการยุบพรรค การเมืองไว้ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญก็มีอำนาจยุบพรรคการเมืองได้ตาม มาตรา 63 วรรคสาม การที่ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งยุบพรรคการเมืองในกรณีอื่นด้วย มิใช่ เป็นการให้อำนาจนอกเหนือจากที่รัฐธรรมนูญกำหนด ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีอำนาจออกคำสั่งให้ ยุบพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง กรณีนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค การเมืองได้ ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคำร้องนี้ พิจารณาแล้วมีประเด็น ที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า กรณีมีเหตุที่จะสั่งยุบพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ ตามคำร้องของนายทะเบียน พรรคการเมืองหรือไม่
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ เนื่องจากพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ซึ่งบัญญัติว่า "ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมือง ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ใน แต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนดและมีสาขาพรรคการเมือง อย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา" นั้น เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องดำเนินการ 2 ประการคือ จัดให้มี สมาชิกจำนวนห้าพันคนขึ้นไป และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา (ตามประกาศ นายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ได้กำหนดไว้ 4 ภาค) และ มาตรา 65 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "พรรคการเมืองย่อมเลิกหรือยุบด้วย เหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ …… (5) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29 มาตรา 35 หรือ มาตรา 62 " และวรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรค การเมืองใดมีเหตุตามที่ระบุไว้ใน (1) (2) (3) หรือ (5) ให้นายทะเบียนยื่นคำร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียนให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบ พรรคการเมืองนั้น" ข้อเท็จจริงตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมือง เอกสารประกอบคำร้องและ หนังสือชี้แจงของพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์ ฟังได้ว่ามีเหตุตาม มาตรา 65 (5) เกิดขึ้นกับพรรค มหาราษฎร์ธิปัตย์ตามคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบพรรคการเมือง ดังกล่าวได้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์แล้ว คำขออื่นของพรรคมหาราษฎร์ ธิปัตย์ไม่จำต้องวินิจฉัย
โดยเหตุผลดังได้วินิจฉัยข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงสั่งให้ยุบพรรคมหาราษฎร์ธิปัตย์


(นายเชาวน์ สายเชื้อ) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายโกเมน ภัทรภิรมย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายประเสริฐ นาสกุล) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update