กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

     
   
คำวินิจฉัยที่ 53/2542
วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2542
เรื่อง วุฒิสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

วุฒิสภามีมติเสนอเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก วุฒิสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เพื่อขอให้ศาล รัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามญัตติของนายอาซิส เบ็ญหาวัน สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้เสนอ
เอกสารที่วุฒิสภาส่งมาได้ความว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีคำวินิจฉัยว่า สมาชิกวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบันสามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในครั้งแรกซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 20 มกราคม 2543 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2543 ได้ แต่คุณสมบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาตรา 125 กล่าวคือ ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า สี่สิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง มีคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า โดยคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้ให้เหตุผลว่า บทบัญญัติตามบทเฉพาะกาล มาตรา 315 วรรคสี่ เป็นการรับรององค์กรสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 ให้ทำหน้าที่ต่าง ๆ ของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่ ไปก่อนจนกว่าจะครบวาระสี่ปี ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 เพราะฉะนั้น จึงไม่ถือว่าสมาชิกวุฒิสภาปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ฉะนั้น ในบทเฉพาะกาล มาตรา 315 วรรคสี่ จึงได้บัญญัติยกเว้นเรื่องคุณสมบัติต่าง ๆ ขึ้นไว้ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างบุคคลผู้มาทำหน้าที่จาก รัฐธรรมนูญเก่ามาสู่องค์กรตามรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น ต่อมาหลังมีคำวินิจฉัยสมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับ ผลกระทบจากคำวินิจฉัยดังกล่าวได้ทำหนังสือคัดค้านคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดย ได้โต้แย้งคำวินิจฉัยว่า บทเฉพาะกาล มาตรา 315 วรรคสาม ได้บัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้คงเป็นสมาชิกวุฒิสภาตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป และบทเฉพาะกาล มาตรา 315 วรรคสี่ ได้บัญญัติมิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 125 (2) และ (3) มาใช้บังคับกับสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสาม ซึ่งก็หมายความว่าไม่ให้นำเรื่องอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์และการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มาใช้บังคับกับสมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับการรับรองสถานภาพตามวรรคสาม กล่าวคือสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้และสามารถเข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาได้หากได้รับการเลือกตั้ง การวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าว จึงน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีประเด็นต้องวินิจฉัยเบื้องต้นว่า วุฒิสภามีสิทธิเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 หรือไม่ เห็นว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2542 เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา เมื่อสมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้ รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยดังกล่าวได้ทำหนังสือคัดค้านมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยเห็นว่า มติที่วินิจฉัยว่า สมาชิกวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบันสามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในครั้งแรกได้ สำหรับคุณสมบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 125 กล่าวคือ ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง มีคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ฯ เป็นมติที่น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเสนอ ญัตติต่อวุฒิสภา ขอให้วุฒิสภามีมติเสนอเรื่องตามที่นายอาซิส เบ็ญหาวัน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย โดยวุฒิสภามีมติให้เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย นั้น เห็นว่า วุฒิสภาซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญได้โต้แย้งมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าว และมติของ คณะกรรมการการเลือกตั้งกรณีนี้เป็นมติที่กำหนดหลักเกณฑ์ขั้นตอน โดยอาศัยการวินิจฉัยบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 315 และ มาตรา 125 มิใช่เป็นการใช้อำนาจหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 145 (3) แต่เป็นการวินิจฉัยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 315 และ มาตรา 125 จึงเป็นกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ และอยู่ในอำนาจพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 ดังที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยที่ 51-52/2542 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542 ไว้แล้ว
มีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่า มติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับคุณสมบัติ ของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในส่วนที่วินิจฉัยว่า สมาชิกวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบันสามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในครั้งแรกได้ สำหรับคุณสมบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 125 กล่าวคือ ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง มีคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เป็นมติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 315 หรือไม่
มาตรา 315 บัญญัติว่า "นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้สภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายโดย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 ทำหน้าที่ สภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ จนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม มาตรา 324 และให้วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งสุดท้ายโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 ทำหน้าที่วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ จนถึงวันที่ครบสี่ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคห้า (1) หรือวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคห้า (2) แล้วแต่กรณี
ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ คงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้อยู่ต่อไปจนครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือเมื่อมีการยุบสภา หรือเมื่อสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตาม มาตรา 323 แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่
ให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ คงเป็นสมาชิก วุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้จนกว่าสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาจะสิ้นสุดลงตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายโดยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 หรือสมาชิกภาพของสมาชิก วุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม มาตรา 323 แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่
มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 107 (3) มาตรา 118 (7) มาตรา 264 121 มาตรา 125 (2) และ (3) มาตรา 126 (2) และ (3) มาตรา 127 มาตรา 130 และ มาตรา 134 มาใช้บังคับกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวรรคสองและสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสาม
ในกรณีที่มีเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสามสิ้นสุดลงพร้อมกัน ทั้งหมด ให้ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ในคราวแรก ดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงเมื่อครบสี่ปีนับแต่วันที่ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ให้ดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันก่อนวันครบสี่ปี ในกรณีเช่นนี้ ให้อายุของวุฒิสภาและสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับเลือกตั้ง เริ่มนับตั้งแต่ วันที่สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสามสิ้นสุดลง ฯลฯ"
พิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 315 วรรคสาม มีความหมายว่าเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วให้สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันทั้งชุดคงเป็นสมาชิกวุฒิสภา
อยู่ต่อไปจนกว่าจะต้องตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งในสองประการคือ
1. สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายโดย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539
2. สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม มาตรา 323 ซึ่งเงื่อนไขตาม มาตรา นี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ดังนั้น สมาชิกวุฒิสภาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้คงเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้อยู่ต่อไปจนครบสี่ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง การที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 315 วรรคสี่ มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 125 (2) และ (3) คือ "(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง (3) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า" มาใช้บังคับกับสมาชิกวุฒิสภาตาม มาตรา 315 วรรคสาม ก็เพื่อยกเว้นให้สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันยังคงเป็นสมาชิกวุฒิสภาต่อไปได้แม้อายุไม่ถึงสี่สิบปีและมิได้ สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เพราะหากนำ มาตรา 125 (2) และ (3) มาใช้บังคับทันทีจะทำให้สมาชิกวุฒิสภาขาดคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 133 จึงต้องยกเว้นคุณสมบัติส่วนนี้ให้ แต่เมื่อระยะเวลาตามบทเฉพาะกาลสิ้นสุดลงก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่ในปัจจุบัน หากจะใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในคราวแรกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 เพราะคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องเป็นผู้มีประสบการณ์และมีความรู้สูง เพื่อให้สอดคล้อง กับภาระอำนาจหน้าที่สำคัญต่าง ๆ ของวุฒิสภาในการพิจารณากลั่นกรองร่างพระราชบัญญัติ และ อำนาจหน้าที่สำคัญที่เพิ่มขึ้นจากเดิม เช่น ในการพิจารณาเลือกแต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ถอดถอนบุคคลสำคัญออกจากตำแหน่ง เป็นต้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า มติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในส่วนที่วินิจฉัยว่า "สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบันสามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในครั้งแรกได้ สำหรับคุณสมบัติ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 125 กล่าวคือ ต้องมี สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง มีคุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือ เทียบเท่า" เป็นมติที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 315


(นายเชาวน์ สายเชื้อ) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นายโกเมน ภัทรภิรมย์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายจุมพล ณ สงขลา) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (พลโท จุล อติเรก) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายชัยอนันต์ สมุทวณิช) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายประเสริฐ นาสกุล) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายมงคล สระฏัน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุจินดา ยงสุนทร) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายสุวิทย์ ธีรพงษ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอนันต์ เกตุวงศ์) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (นายอุระ หวังอ้อมกลาง) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update